ผลสำรวจใหม่ของบริษัทด้านการวิเคราห์ ‘Gallup’ พบว่า ประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติสูงที่สุดในโลก โดยประเทศยากจนอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเหมือนกันสามารถนำไปเป็นตัวอย่างทำตามได้
รายงานของ Gallup ระบุว่า 4 ประเทศที่มีแผนรับมือภัยพิบัติสูงที่สุดในโลก ได้แก่ ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, ไทย, และกัมพูชา โดยปกติแล้ว ประเทศร่ำรวยมักมีประสิทธิภาพด้านการวางแผนและหน่วยงานดีกว่า แต่ผลการวิจัยใหม่บ่งชี้ว่าแม้แต่ประเทศที่มีทรัพยากรน้อยกว่าก็สามารถใช้ระบบเตือนภัยล่วงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้ครัวเรือนสามารถเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติได้
ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าผู้ใหญ่ 70% ทั่วโลกที่เคยประสบภัยธรรมชาติเมื่อไม่นานนี้เคยได้รับการแจ้งเตือนแล้ว อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลในปี 2023 ขององค์กรสำรวจความเสี่ยงทั่วโลก ‘Lloyd's Register’ กลับพบว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้คะแนนในการรับมือเหตุภัยพิบัติฉุกเฉินสูงมาก โดยสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 38% :
- ฟิลิปปินส์ 92%
- กัมพูชา 81%
- เวียดนาม 83%
- และไทย 67%
เบเนดิกต์ วิเกอร์ส ที่ปรึกษาการวิจัยของ Gallup เผยกับสำนักข่าว Nikkei Asia ว่า “ชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำนวนมากรู้สึกว่าสามารถควบคุมธรรมชาติได้ในระดับหนึ่ง โดยอาศัยปัจจัยหลายประการ สิ่งเหล่านี้ได้แก่ :
- การเผชิญกับภัยพิบัติในภูมิภาคบ่อยครั้ง
- ความสามารถในการฟื้นตัวเมื่อเผชิญกับภัยพิบัติทุกประเภท (ไม่เพียงแค่ภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับภัยธรรมชาติเท่านั้น)
- และการลงทุนในการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ”
เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศส่งผลให้สภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงทั่วโลก ประกอบกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายประเทศมีสภาพอากาศแบบร้อนชื้น ทั้งนี้พบว่า ประเทศที่มีหลายเกาะมีความเสี่ยงสูงต่อภัยพิบัติทางธรณีแปรสัณฐานและอุตุนิยมวิทยา และได้รับผลกระทบมากที่สุดนั่นก็คือ ‘ฟิลิปปินส์’ ซึ่งได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นราย (Typhoon Rai) ในปี 2021 นับเป็นหนึ่งในพายุไต้ฝุ่นที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
นักวิจัยเน้นย้ำว่าขั้นตอนต่างๆ เช่น การจัดทำแผนปฏิบัติการช่วยให้ผู้คนมีอำนาจตัดสินใจ ทั้งในฐานะปัจเจกบุคคลและในฐานะสังคม ซึ่งทำให้พวกเขารู้สึกปลอดภัยมากขึ้น รวมทั้งสามารถรับมือและเอาชีวิตรอดจากภัยพิบัติได้ดีขึ้น
ในอนาคตอันใกล้นี้ อันตรายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตั้งแต่พายุรุนแรงและน้ำท่วม ไปจนถึงไฟป่าและภัยแล้ง จะทำให้ประเทศต่างๆ ตระหนักถึงความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมให้พลเมืองมากขึ้นสำหรับสถานการณ์เลวร้ายที่สุด
Photo by Madaree TOHLALA / AFP




