ช่วงสิ้นปี 2022 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2023 คริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิกเผชิญความสูญเสียครั้งสำคัญ จากการสิ้นพระชนม์ของอดีตสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ซึ่งหลังเสร็จสิ้นพิธีพระศพของอดีตโป๊ปเบเนดิกต์เมื่อวันที่ 5 มกราคมได้ไม่นาน เมื่อวันที่ 10 มกราคม พระคาร์ดินัลจอร์จ เพลล์ พระชั้นผู้ใหญ่ระดับสูงอดีตเหรัญญิกของวาติกัน และอดีตที่ปรึกษาพระสันตะปาปาฟรานซิสมรณภาพแล้วด้วยวัย 81 ปี
ชื่อของพระคาดินัลจอร์จ เพลล์ ได้รับการกล่าวถึงในแง่ที่ไม่ค่อยดีนัก จากกรณีเมื่อปี 2019 พระคาร์ดินัลเพลล์เคยถูกตัดสินจำคุก 6 ปีจากคดีล่วงละเมิดทางเพศและกระทำชำเราเด็กชาย 2 คน ที่เป็นอดีตสมาชิกวงร้องประสานเสียงโบสถ์ช่วงปลายปี 1990 ก่อนจะถูกตำรวจออสเตรเลียจับกุม
ทว่า หลังถูกจำคุกราว 12 เดือน พระคาร์ดินัลเพลล์ก็ได้รับการปล่อยตัว หลังศาลสูงออสเตรเลียมีคำสั่งยกฟ้อง คดีของพระคาร์ดินัลเพลล์เป็นหนึ่งในหลายๆ คดีล่วงละเมิดทางเพศที่บาทหลวงคริสตจักรคาทอลิกตกเป็นข่าวฉาวเมื่อหลายปีก่อน ในสมัยที่ศาสนจักรคาทอลิกอยู่ภายใต้การบัญชาของสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ซึ่งในเวลานั้นสำนักวาติกันและคริสตจักรคาทอลิก ถูกบรรดาสื่อขุดคุ้ยตกเป็นข่าวฉาวหลายต่อหลายประเด็นไม่เพียงแค่คดีล่วงละเมิดทางเพศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกรณีฟอกเงินในธนาคารวาติกัน คดีทุจริตของนักบวชระดับสูง ตลอดจนผลประโยชน์ที่วาติกันมีเอี่ยวเกี่ยวข้องกับบรรดามาเฟียอิตาลี
ช่วงที่โป๊ปเบเนดิกต์ที่ 16 ดำรงตำแหน่งประมุขแห่งคาทอลิกเป็นเวลากว่า 7 ปี แม้จะเต็มไปด้วยข้อครหาอื้อฉาวหลายประเทศ แต่พระองค์ก็นับว่าเป็นโป๊ปสายอนุรักษนิยมผู้เคร่งในพระวินัยที่ปูทางไปสู่การปฏิรูปศาสนจักรในสมัยพระสันตะปาปาฟรานซิสในเวลาต่อมา ซึ่งการลาออกของพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ถือเป็นการลาออกของพระสันตะปาปาพระองค์แรกในรอบเกือบ 700 ปี นับตั้งแต่สันตะปาปาเซเลสตินที่ 5 (Celestine V) ทั้งยังเป็นการลาออกแบบกะทันหันไม่แจ้งล่วงหน้า
หากใครได้เคยชมภาพยนตร์ในเน็ตฟลิกซ์เรื่อง The Two Pope จะเห็นภาพเข้าใจอย่างชัดเจนระหว่างความสัมพันธ์ของทั้งสองโป๊ป ตั้งแต่ในช่วงที่โป๊ปเบเนดิกต์ยังดำรงตำแหน่งประมุข ขณะที่โป๊ปฟรานซิสยังเป็นเพียงพระคาดินัลจากอาร์เจนตินา ที่ในเวลานั้น 'พระคาร์ดินัลเบร์โกกลิโอ' จากอาร์เจนตินาพยายามขอเข้าพบโป๊ปเบเนดิกต์ที่ 16 เพื่อร้องขอ 'เกษียณอายุ' จากตำแหน่งพระคาร์ดินัล แต่โป๊ปเบเนดิกต์ก็เพิกเฉย กระทั่งโป๊ปเบเนดิกต์ทรงสละตำแหน่งประมุขแห่งคาทอลิก ทำให้ต้องมีการเลือกโป๊ปองค์ใหม่จากบรรดาพระคาร์ดินัลทั่วโลก จนท้ายที่สุดพระคาร์ดินัลเบร์โกกลิโอจากอาร์เจนติา ได้รับเลือกเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส
ชื่อของพระคาดินัลจอร์จ เพลล์ ได้รับการกล่าวถึงในแง่ที่ไม่ค่อยดีนัก จากกรณีเมื่อปี 2019 พระคาร์ดินัลเพลล์เคยถูกตัดสินจำคุก 6 ปีจากคดีล่วงละเมิดทางเพศและกระทำชำเราเด็กชาย 2 คน ที่เป็นอดีตสมาชิกวงร้องประสานเสียงโบสถ์ช่วงปลายปี 1990 ก่อนจะถูกตำรวจออสเตรเลียจับกุม
ทว่า หลังถูกจำคุกราว 12 เดือน พระคาร์ดินัลเพลล์ก็ได้รับการปล่อยตัว หลังศาลสูงออสเตรเลียมีคำสั่งยกฟ้อง คดีของพระคาร์ดินัลเพลล์เป็นหนึ่งในหลายๆ คดีล่วงละเมิดทางเพศที่บาทหลวงคริสตจักรคาทอลิกตกเป็นข่าวฉาวเมื่อหลายปีก่อน ในสมัยที่ศาสนจักรคาทอลิกอยู่ภายใต้การบัญชาของสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ซึ่งในเวลานั้นสำนักวาติกันและคริสตจักรคาทอลิก ถูกบรรดาสื่อขุดคุ้ยตกเป็นข่าวฉาวหลายต่อหลายประเด็นไม่เพียงแค่คดีล่วงละเมิดทางเพศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกรณีฟอกเงินในธนาคารวาติกัน คดีทุจริตของนักบวชระดับสูง ตลอดจนผลประโยชน์ที่วาติกันมีเอี่ยวเกี่ยวข้องกับบรรดามาเฟียอิตาลี
ช่วงที่โป๊ปเบเนดิกต์ที่ 16 ดำรงตำแหน่งประมุขแห่งคาทอลิกเป็นเวลากว่า 7 ปี แม้จะเต็มไปด้วยข้อครหาอื้อฉาวหลายประเทศ แต่พระองค์ก็นับว่าเป็นโป๊ปสายอนุรักษนิยมผู้เคร่งในพระวินัยที่ปูทางไปสู่การปฏิรูปศาสนจักรในสมัยพระสันตะปาปาฟรานซิสในเวลาต่อมา ซึ่งการลาออกของพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ถือเป็นการลาออกของพระสันตะปาปาพระองค์แรกในรอบเกือบ 700 ปี นับตั้งแต่สันตะปาปาเซเลสตินที่ 5 (Celestine V) ทั้งยังเป็นการลาออกแบบกะทันหันไม่แจ้งล่วงหน้า
หากใครได้เคยชมภาพยนตร์ในเน็ตฟลิกซ์เรื่อง The Two Pope จะเห็นภาพเข้าใจอย่างชัดเจนระหว่างความสัมพันธ์ของทั้งสองโป๊ป ตั้งแต่ในช่วงที่โป๊ปเบเนดิกต์ยังดำรงตำแหน่งประมุข ขณะที่โป๊ปฟรานซิสยังเป็นเพียงพระคาดินัลจากอาร์เจนตินา ที่ในเวลานั้น 'พระคาร์ดินัลเบร์โกกลิโอ' จากอาร์เจนตินาพยายามขอเข้าพบโป๊ปเบเนดิกต์ที่ 16 เพื่อร้องขอ 'เกษียณอายุ' จากตำแหน่งพระคาร์ดินัล แต่โป๊ปเบเนดิกต์ก็เพิกเฉย กระทั่งโป๊ปเบเนดิกต์ทรงสละตำแหน่งประมุขแห่งคาทอลิก ทำให้ต้องมีการเลือกโป๊ปองค์ใหม่จากบรรดาพระคาร์ดินัลทั่วโลก จนท้ายที่สุดพระคาร์ดินัลเบร์โกกลิโอจากอาร์เจนติา ได้รับเลือกเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส

แหวกม่านเปลี่ยนประเพณี
ช่วงระหว่างพิธีพระศพของอดีตโป๊ปเบเนดิกต์ที่ 16 เป็นที่สังเกตว่าสุขภาพของโป๊ปฟรานซิสก็ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ พระองค์ต้องนั่งรถเข็นวีลแชร์ระหว่างประกอบพิธี ขณะเดียวกันก็ต้องมีพระบิชอป หรือพระคาเมอแลงโก้ (เลขาธิการ) คอยประคองอยู่ข้างกายในตอนหนึ่งระหว่างที่โป๊ปฟรานซิสทรงกล่าวรำลึกถึงอดีตโป๊ปเบเนดิกต์ พระองค์ยกย่องการลงจากตำแหน่งพระสันตะปาปาว่า ท่านมองกรณีการลาออกของพระสันตะปาปาว่าเป็นเรื่องปกติ และกล่าวในภายหลังว่าเขารู้สึกว่าการดำรงตำแหน่งสังฆราชของเขาจะสั้นลง โดยอธิบายถึงการตัดสินใจของโป๊ปเบเนดิกต์ในการก้าวลงจากตำแหน่งว่าท่านทรง "กล้าหาญ" ทำให้สิ่งที่แตกต่างแหวกธรรมวาติกันซึ่งผ่านมาหลายร้อยปี ตำแหน่งพระสันตะปาปาจะดำรงยศจนกว่าสิ้นพระชนม์ แล้วจึงมีพิธีคอนเคลฟเลือกโป๊ปพระองค์ใหม่
นี่ไม่ใช้ครั้งแรกที่โป๊ปฟรานซิสทรงกล่าวถึงเรื่องการเกษียณอายุลงจากตำแหน่งสันตะปาปา เพราะก่อนหน้านี้โป๊ปฟรานซิสซึ่งมีอายุ 86 ปีแล้วเคยตรัสต่อผู้สื่อข่าวในช่วงฤดูร้อนของปีที่แล้วหลังเสด็จกลับจากเยือนแคนาดาว่า "ประตูสู่การเกษียณอายุของพระองค์เปิดอยู่ และมันจะไม่เป็นหายนะต่อฝ่ายใด"
หากเปรียบเทียบแล้วในวาติกันก็เปรียบเสมือนบริษัทเอกชน และเสมือนรัฐบาลในเวลาเดียวกัน แม้จะเป็นสถานที่ศูนย์รวมจิตใจแห่งคริสต์ศาสนิกชน แต่ภายในวาติกันก็มีการแข่งขั้วอำนาจกันอย่างลึกซึ้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีพระนักบวชจำนวนไม่น้อยที่เห็นต่างต่อแนวคิดแบบหัวก้าวหน้าของโป๊ปฟรานซิส เห็นได้จากในตอนหนึ่งของพระดำรัสปีใหม่ที่โป๊ปฟรานซิสตรัสในเทศกาลคริสต์มาสโดยพระองค์วิจารณ์ "พวกที่หิวกระหายในอำนาจและความมั่งคั่ง" ฝ่ายตรงข้ามของโป๊ปฟรานซิสบางคนพยายามสนับสนุนค่านิยมแบบอนุรักษนิยมที่มีเบเนดิกต์ซึ่งเป็นแนวทางแบบโป๊ปเบเนดิกต์
ในหมู่ชาวคาทอลิก เป็นที่ทราบกันดีว่าอดีตสมเด็จสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 เป็นพระสายอนุรักษนิยมมากกว่าพระสันตะปาปาฟรัซิสซึ่งเป็นเยซูอิต โป๊ปฟรานซิสแม้ได้ชื่อว่าจะทรงเป็นนักบวชสายเสรีนิยม แต่พระองค์ก็ทำให้จุดยืนของสำนักวาติกันอ่อนลงในเรื่องการต่อต้านการทำแท้ง และการต่อต้านการคุมกำเนิดและการรักร่วมเพศ ความต่างกันสองขั้วอำนาจในวาติกัน อาจสร้างปัญหาที่นำไปสู่วิกฤตศรัทธาได้อีกครั้งหนึ่ง ท่ามกลางแนวคิดและความเชื่อของโลกที่เปลี่ยนไป ประกอบกับยิ่งเป็นช่วงที่สุขภาพของโป๊ปฟรานซิสไม่ค่อยสู้ดี ดังนั่นหากเปรียบเหมือนธุรกิจแล้วการปรับเปลี่ยน (Transformation) จากผู้บริหารรุ่นเก่าสู่ผู้บริการรุ่นใหม่ พูดง่ายๆ คือ คริสตจักรคาทอลิกอาจมีผู้นำที่ตามไม่ทันโลก หากไม่ปรับเปลี่ยนผู้นำหรือแนวทางเสียหาย

กรุยทางสันตะปาปาเกษียณอายุ
สุขภาพของโป๊ปฟรานซิสที่มีปัญหาเรื้อรังมานานหลายปี ทำให้พระองค์ต้องลดภารกิจเสด็จเยือนต่างประเทศ สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือในระหว่างการเยือนแคนาดาในเดือนกรกฎาคม พระองค์ต้องใช้รถเข็น วอล์คเกอร์ และไม้เท้าเพื่อไปไหนมาไหนหลังจากเอ็นเข่าขวาตึงเมื่อต้นปี เห็นได้ชัดว่าสมเด็จพระสันตะปาปาทรงเจ็บปวดขณะที่พระองค์หย่อนตัวลงและลุกขึ้นจากเก้าอี้หลังเสร็จสิ้นการเยือนแคนาดาพระองค์ตรัสต่อผู้สื่อข่าวว่า "ในการเยือนครั้งนี้เสมือนบททดสอบของข้าพเจ้า ในวัยของข้าพเจ้าและด้วยข้อจำกัด (ทางสุขภาพ) เหล่านี้ ข้าพเจ้าต้องเก็บพลังไว้เพื่อให้ยังคงรับใช้คริสตจักรได้ต่อไป หรือในทางกลับกัน ข้าพเจ้าก็คิดถึงความเป็นไปได้ที่จะหลีกทาง"
หากในใจของโป๊ปฟรานซิสทรงมีแผนจะเกษียณอายุลงจากตำแหน่งสันตะปาปา นี่อาจเป็นการกรุยทางแหวกม่านเปลี่ยนประเพณีของวาติกันเสียใหม่ จากเดิมที่พระสันตะปาปาต้องดำรงตำแหน่งไปตลอดชีวิต แต่นับตั้งแต่โป๊ปเบเนดิกต์ มาถึงโป๊ปฟรานซิสโลกอาจได้เห็นพระสันตะปาปาลงจากตำแหน่งด้วยการเกษียณเพื่อกรุยทางให้พระรุ่นใหม่ขึ้นมาบริหารต่อ
วันที่ 13 มีนาคมที่จะถึงนี้ จะเป็นครบรอบ 10 ปีที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสได้รับเลือกให้เป็นสังฆราชองค์ที่ 266 ของนิกายโรมันคาทอลิก ช่วงเวลานั้นหรืออาจจะไม่กี่เดือนหลังจากนั้น อาจมีความเป็นไปได้ที่โป๊ปฟรานซิสจะใช้โอกาสการประชุมใหม่ของบรรดาพระคาร์ดินัล ประกาศสละเก้าอี้ตำแหน่งพระสันตะปาปา เพื่อให้มีการเลือกโป๊ปพระองค์ใหม่จากบรรดาพระคาดินัลรุ่นใหม่เพื่อขึ้นมาเป็นผู้นำศาสนจักรต่อไป ท่ามกลางความท้าทายหลายประการของโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนไป ซึ่งศาสนจักรถูกลดทอนบทบาทลงไปทุกขณะ



