ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน กล่าวว่า รัสเซียได้ทดสอบยิง ‘ขีปนาวุธซาร์มัต’ ขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่ที่ ‘ทรงพลังที่สุดในโลก’ ที่สามารถบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ได้ ซึ่งจะเข้าประจำการในสนามรบภายในสิ้นปีนี้
“นี่คือขีปนาวุธที่ทรงพลังที่สุดในโลก กำลังทำลายล้างของหัวรบนั้นมากกว่าขีปนาวุธของชาติตะวันตกถึง 4 เท่า ขีปนาวุธซาร์มัตสามารถบินในวิถีแบบกึ่งวงโคจรได้ ทำให้มีพิสัยไกลมากกว่า 35,000 กิโลเมตร (21,750 ไมล์) และสามารถทะลุผ่านระบบป้องกันขีปนาวุธทั้งหมด ทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันและที่จะมีในอนาคตได้”
— ปูติน กล่าว
อย่างไรก็ดี การทดสอบครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากล่าช้ามาหลายปี การพัฒนาขีปนาวุธซาร์มัตเริ่มต้นขึ้นในปี 2011 และก่อนที่การทดสอบจะประสบความสำเร็จในวันอังคาร (12 พ.ค.) ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ก็มีการทดสอบที่ประสบความสำเร็จมาแล้วเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และมีรายงานว่าเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ระหว่างการทดสอบที่ล้มเหลวในปี 2024
‘ขีปนาวุธซาร์มัต’ ซึ่งชาติตะวันตกเรียกว่า ‘Satan II’ ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้แทนขีปนาวุธวอยโวดา (Voyevoda) ที่สร้างในยุคสหภาพโซเวียตประมาณ 40 ลูก “ซาร์มัตมีอานุภาพเทียบเท่ากับวอยโวดา แต่มีความแม่นยำสูงกว่า” ปูติน กล่าวเมื่อวันอังคาร (12 พ.ค.)
การทดสอบครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการล่มสลายของโครงสร้างการควบคุมอาวุธที่เคยกำกับดูแลคลังอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ และรัสเซียมานานหลายทศวรรษ
สนธิสัญญา ‘New START’ ซึ่งเป็นข้อตกลงฉบับสุดท้ายที่ยังคงมีอยู่ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ เพื่อจำกัดจำนวนหัวรบนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์และระบบส่งอาวุธได้หมดอายุลงในเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้สองชาติมหาอำนาจนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดของโลกไม่มีข้อจำกัดอย่างเป็นทางการใดๆ เป็นครั้งแรกในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ
แม้ว่ารัสเซียและสหรัฐฯ จะตกลงที่จะกลับมาเจรจาทางทหารระดับสูงอีกครั้งหลังจากสนธิสัญญาหมดอายุลง แต่ก็ไม่มีสัญญาณใดๆ ที่บ่งชี้ถึงความคืบหน้าไปสู่ข้อตกลงฉบับใหม่
นอกจากนี้ รัสเซียยังได้สั่งผลิตขีปนาวุธพิสัยกลางรุ่นใหม่ที่สามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ได้ชื่อว่า ‘โอเรชนิก’ (Oreshnik) ซึ่งมีพิสัยทำการไกลถึง 5,000 กิโลเมตร (3,100 ไมล์) ทำให้สามารถโจมตีเป้าหมายใดๆ ในยุโรปได้ และเคยใช้รุ่นที่ติดตั้งหัวรบธรรมดาโจมตียูเครนมาแล้ว 2 ครั้ง
ปูตินยังประกาศด้วยว่ารัสเซียอยู่ใน ‘ขั้นตอนสุดท้าย’ ของการพัฒนาโดรนใต้น้ำติดหัวรบนิวเคลียร์โพไซดอน (Poseidon) และขีปนาวุธร่อนบูเรเวสต์นิก (Burevestnik) ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก
“อาวุธใหม่เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการตอบโต้ของรัสเซียต่อระบบป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐฯ ที่สหรัฐฯ พัฒนาขึ้นหลังจากถอนตัวออกจากสนธิสัญญาระหว่างสหรัฐฯ และสหภาพโซเวียตในยุคสงครามเย็นเมื่อปี 2001 ซึ่งจำกัดระบบป้องกันขีปนาวุธ”
— ปูติน กล่าว
(Photo by Handout / Russian Defence Ministry / AFP)





