ปูตินอวดรัสเซียทดสอบ ‘ซาร์มัต’ ขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่ทรงพลังที่สุดในโลกสำเร็จ เล็งประจำการภายในสิ้นปีนี้

13 พ.ค. 2569 - 15:49

  • รัสเซียทดสอบยิง ‘ขีปนาวุธซาร์มัต’ ขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่ที่ ‘ทรงพลังที่สุด’ ในโลกที่สามารถบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ได้สำเร็จ ซึ่งจะเข้าประจำการในสนามรบภายในสิ้นปีนี้

  • “กำลังทำลายล้างของหัวรบนั้นมากกว่าขีปนาวุธของชาติตะวันตกถึง 4 เท่า และมีพิสัยยิงไกลมากกว่า 35,000 กิโลเมตร (21,750 ไมล์)” ปูติน กล่าว

ปูตินอวดรัสเซียทดสอบ ‘ซาร์มัต’ ขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่ทรงพลังที่สุดในโลกสำเร็จ เล็งประจำการภายในสิ้นปีนี้

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน กล่าวว่า รัสเซียได้ทดสอบยิง ‘ขีปนาวุธซาร์มัต’ ขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่ที่ ‘ทรงพลังที่สุดในโลก’ ที่สามารถบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ได้ ซึ่งจะเข้าประจำการในสนามรบภายในสิ้นปีนี้ 

“นี่คือขีปนาวุธที่ทรงพลังที่สุดในโลก กำลังทำลายล้างของหัวรบนั้นมากกว่าขีปนาวุธของชาติตะวันตกถึง 4 เท่า ขีปนาวุธซาร์มัตสามารถบินในวิถีแบบกึ่งวงโคจรได้ ทำให้มีพิสัยไกลมากกว่า 35,000 กิโลเมตร (21,750 ไมล์) และสามารถทะลุผ่านระบบป้องกันขีปนาวุธทั้งหมด ทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันและที่จะมีในอนาคตได้” 

ปูติน กล่าว 

อย่างไรก็ดี การทดสอบครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากล่าช้ามาหลายปี การพัฒนาขีปนาวุธซาร์มัตเริ่มต้นขึ้นในปี 2011 และก่อนที่การทดสอบจะประสบความสำเร็จในวันอังคาร (12 พ.ค.) ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ก็มีการทดสอบที่ประสบความสำเร็จมาแล้วเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และมีรายงานว่าเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ระหว่างการทดสอบที่ล้มเหลวในปี 2024 

‘ขีปนาวุธซาร์มัต’ ซึ่งชาติตะวันตกเรียกว่า ‘Satan II’ ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้แทนขีปนาวุธวอยโวดา (Voyevoda) ที่สร้างในยุคสหภาพโซเวียตประมาณ 40 ลูก “ซาร์มัตมีอานุภาพเทียบเท่ากับวอยโวดา แต่มีความแม่นยำสูงกว่า” ปูติน กล่าวเมื่อวันอังคาร (12 พ.ค.) 

การทดสอบครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการล่มสลายของโครงสร้างการควบคุมอาวุธที่เคยกำกับดูแลคลังอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ และรัสเซียมานานหลายทศวรรษ 

สนธิสัญญา ‘New START’ ซึ่งเป็นข้อตกลงฉบับสุดท้ายที่ยังคงมีอยู่ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ เพื่อจำกัดจำนวนหัวรบนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์และระบบส่งอาวุธได้หมดอายุลงในเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้สองชาติมหาอำนาจนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดของโลกไม่มีข้อจำกัดอย่างเป็นทางการใดๆ เป็นครั้งแรกในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ 

แม้ว่ารัสเซียและสหรัฐฯ จะตกลงที่จะกลับมาเจรจาทางทหารระดับสูงอีกครั้งหลังจากสนธิสัญญาหมดอายุลง แต่ก็ไม่มีสัญญาณใดๆ ที่บ่งชี้ถึงความคืบหน้าไปสู่ข้อตกลงฉบับใหม่ 

นอกจากนี้ รัสเซียยังได้สั่งผลิตขีปนาวุธพิสัยกลางรุ่นใหม่ที่สามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ได้ชื่อว่า ‘โอเรชนิก’ (Oreshnik) ซึ่งมีพิสัยทำการไกลถึง 5,000 กิโลเมตร (3,100 ไมล์) ทำให้สามารถโจมตีเป้าหมายใดๆ ในยุโรปได้ และเคยใช้รุ่นที่ติดตั้งหัวรบธรรมดาโจมตียูเครนมาแล้ว 2 ครั้ง   

ปูตินยังประกาศด้วยว่ารัสเซียอยู่ใน ‘ขั้นตอนสุดท้าย’ ของการพัฒนาโดรนใต้น้ำติดหัวรบนิวเคลียร์โพไซดอน (Poseidon) และขีปนาวุธร่อนบูเรเวสต์นิก (Burevestnik) ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก 

“อาวุธใหม่เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการตอบโต้ของรัสเซียต่อระบบป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐฯ ที่สหรัฐฯ พัฒนาขึ้นหลังจากถอนตัวออกจากสนธิสัญญาระหว่างสหรัฐฯ และสหภาพโซเวียตในยุคสงครามเย็นเมื่อปี 2001 ซึ่งจำกัดระบบป้องกันขีปนาวุธ”

ปูติน กล่าว

(Photo by Handout / Russian Defence Ministry / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์