ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน กล่าวเมื่อวันพุธ (29 ต.ค.) ว่า รัสเซียประสบความสำเร็จในการทดสอบ ‘ซูเปอร์ตอร์ปิโดพลังงานนิวเคลียร์โพไซดอน’ ซึ่งนักวิเคราะห์ทางทหารระบุว่า “มีศักยภาพทำลายล้างพื้นที่ชายฝั่งด้วยการกระตุ้นให้เกิดคลื่นกัมมันตภาพรังสีขนาดใหญ่ในมหาสมุทร”
อย่างไรก็ดี มีรายละเอียดที่ยืนยันได้น้อยมากเกี่ยวกับโพไซดอน แต่โดยพื้นฐานแล้วเป็นตอร์ปิโดที่มีความสามารถด้านนิวเคลียร์
“การทดสอบดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันอังคาร (28 ต.ค.) นี่เป็นครั้งแรกที่เราไม่เพียงแต่สามารถยิงจรวดได้ด้วยเครื่องยนต์จากเรือบรรทุกเครื่องบินดำน้ำเท่านั้น แต่ยังสามารถเปิดใช้งานหน่วยพลังงานนิวเคลียร์ที่อุปกรณ์นี้ใช้ ซึ่งได้ผ่านการทำงานมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว”
— ปูติน กล่าว
“ไม่มีอะไรที่เหมือนกับอาวุธชิ้นนี้ และไม่มีทางใดที่จะสกัดกั้นโพไซดอนได้” ปูติน กล่าว ซึ่งนักวิเคราะห์เชื่อว่า “โพไซดอนมีพิสัยทำการ 10,000 กิโลเมตร (6,200 ไมล์) และสามารถเดินทางด้วยความเร็วประมาณ 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง”
เมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ปูตินก็ได้แสดงศักยภาพด้านนิวเคลียร์ต่อสาธารณะด้วยการทดสอบขีปนาวุธร่อนบูเรเวสต์นิก (Burevestnik) รุ่นใหม่ในวันที่ 21 ตุลาคม และฝึกซ้อมยิงขีปนาวุธนิวเคลียร์ในวันที่ 22 ตุลาคม ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ก็ได้เพิ่มความแข็งกร้าวทั้งในถ้อยแถลงและท่าทีต่อรัสเซีย
การทดสอบบูเรเวสต์นิกและโพไซดอนมีจุดประสงค์เพื่อส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า ‘รัสเซียจะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับแรงกดดันจากตะวันตกเกี่ยวกับสงครามในยูเครน’
โพไซดอนและการแข่งขันอาวุธนิวเคลียร์ครั้งใหม่!
‘โพไซดอน’ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘Kanyon’ มีความยาว 20 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.8 เมตร และหนัก 100 ตัน เป็นอาวุธใหม่ที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางสิ่งที่ปูตินมองว่าเป็นการแข่งขันอาวุธระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างสหรัฐฯ รัสเซีย และจีน ทั้งนี้ก็เพื่อพัฒนาและปรับปรุงคลังอาวุธนิวเคลียร์ของรัสเซียให้ทันสมัย
ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมอาวุธเผยว่า “อาวุธนี้ทำลายกฎเกณฑ์การป้องปรามและการจำแนกประเภทอาวุธนิวเคลียร์แบบดั้งเดิมเกือบทั้งหมด” พวกเขาประเมินว่า “มันจะบรรจุหัวรบนิวเคลียร์ขนาด 2 เมกะตัน และอาจใช้เครื่องปฏิกรณ์หล่อเย็นด้วยโลหะของเหลวเป็นแหล่งพลังงาน”
“พลังของโพไซดอนนั้นเหนือกว่าขีปนาวุธข้ามทวีปที่มีความหวังสูงสุดของรัสเซียอย่าง ‘Sarmat’ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ ‘SS-X-29' หรือ ‘Satan II’”
— ปูติน กล่าว
นับตั้งแต่การประกาศเปิดตัวโพไซดอนและบูเรเวสต์นิกครั้งแรกในปี 2018 ปูตินได้ใช้มาตรการเหล่านี้เพื่อตอบโต้ความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ ที่จะสร้างระบบป้องกันขีปนาวุธ หลังจากที่สหรัฐฯ ถอนตัวฝ่ายเดียวจากสนธิสัญญาต่อต้านขีปนาวุธปี 1972 และการขยายอิทธิพลทางตะวันออกของ NATO ในปี 2001
หลังจากที่รัสเซียทดสอบขีปนาวุธร่อนบูเรเวสต์นิก ทรัมป์ก็กล่าวว่า “ปูตินควรยุติสงครามในยูเครนแทนที่จะทดสอบขีปนาวุธพลังงานนิวเคลียร์”
(Photo by Vyacheslav PROKOFYEV / POOL / AFP)





