ผู้เจรจาของกาตาร์เรียกร้องให้กลุ่มฮามาสเร่งปล่อยตัวประกันซึ่งรวมถึงผู้หญิงและเด็ก ที่ถูกคุมขังอยู่ในฉนวนกาซา โดยให้ดำเนินการโดยไม่ต้องคาดหวังว่าอิสราเอลจะได้รับประโยชน์อะไร
กาตาร์โดยความร่วมมือกับสหรัฐฯ กำลังดำเนินการการเจรจาไกล่เกลี่ยกับเจ้าหน้าที่ฮามาสและอิสราเอล เพื่อให้ปล่อยตัวตัวประกันมากกว่า 200 คนที่ถูกจับกุมในการโจมตีข้ามพรมแดนของกลุ่มปาเลสไตน์เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา
เมื่อวันจันทร์ (23 ต.ค.) ที่ผ่านมา กลุ่มฮามาสได้ปล่อยตัวประกันหญิงชาวอิสราเอล 2 คนออกจากฉนวนกาซา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ฮามาสได้ปล่อยตัวประกัน 2 คนที่ีถือ 2 สัญชาติซึ่งคือสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันศุกร์ (20 ต.ค.)
แหล่งข่าวกล่าวกับ Reuters ว่า ขณะนี้กาตาร์กำลังหารือเกี่ยวกับการปล่อยตัวพลเรือนจำนวนมากขึ้นกับกลุ่มฮามาสและอิสราเอล หลังจากได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับการเจรจา แหล่งข่าวบอกว่าการเจรจากำลังดำเนินไป
การเจรจาดังกล่าวไม่เกี่ยวกับตัวประกัน ‘กองกำลังฮามาส’ ที่อิสราเอลจับตัวไว้ ซึ่งฮามาสกล่าวว่า ทหารที่ถูกคุมขังดังกล่าวเป็นทรัพย์สินทางยุทธศาสตร์ที่สามารถแลกเปลี่ยนกับอิสราเอลได้
แหล่งข่าวของสหรัฐฯ 2 รายกล่าวว่า สหรัฐฯ เข้าใจว่ากาตาร์กำลังกดดันให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันกลุ่มใหญ่ทันที โดยไม่คาดหวังว่าอิสราเอลจะได้รับประโยชน์ใดๆ หรือไม่
ผู้คนราว 222 รายที่มีอายุตั้งแต่ 9 เดือนถึง 85 ปีถูกจับไปเป็นตัวประกันตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม เมื่อกลุ่มฮามาสสังหารผู้คนอย่างเหี้ยมโหดไปทั่วอิสราเอลทางตอนใต้ ยิงผู้ขับขี่รถยนต์ ไล่ล่าพลเรือนรวมทั้งเด็กในบ้านของพวกเขา เผาและแทงผู้คนจนเสียชีวิต
ความท้าทายด้านการขนส่ง
เพื่อเป็นการตอบสนองต่อการโจมตีดังกล่าว อิสราเอลได้ทิ้งระเบิดใส่ฉนวนกาซาซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 5,700 ราย ฝังหลายครอบครัวไว้ในซากปรักหักพังของอพาร์ตเมนต์ของพวกเขา และทำให้ผู้คนต้องพลัดถิ่นอีกล้านคน และล่าสุดก็มีแผนที่จะโจมตีกลุ่มฮามาส
แหล่งข่าวระบุว่า กาตาร์อาจใช้ข้อโต้แย้งนี้ในการติดต่อกับกลุ่มฮามาส โดยบอกว่าการปล่อยตัวประกันพลเรือนกลุ่มใหญ่จะช่วยลด ‘ภาระด้านการขนส่ง’ อันใหญ่หลวง ขณะที่พวกเขาเผชิญหน้ากับอิสราเอล
นักการทูตกล่าวว่า การให้อาหารและการอำนวยความสะดวกแก่ตัวประกัน และการดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ เป็น ‘เรื่องยาก’ สำหรับกลุ่มฮามาสในช่วงที่อิสราเอลเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตี โดยในฉนวนกาซานั้นมีอาหารและยาเพียงเล็กน้อยไม่เพียงพอสำหรับประชากรกว่า 2.3 ล้านคน
ขณะที่การติดตามตัวประกันที่ถูกควบคุมโดยกลุ่มต่างๆ ในสถานที่ต่างๆ ทำให้งานนี้ยุ่งยากมากขึ้น แหล่งข่าวในภูมิภาคที่เคยเจรจากับตัวประกันระบุว่า ดูเหมือนว่ากลุ่มฮามาสไม่คาดคิดว่าจับตัวประกันได้จำนวนมากขนาดนี้ โดยเจ้าหน้าที่อิสราเอลบอกว่าตัวประกันจำนวนมากอาจถูกคุมตัวอยู่ในอุโมงค์ใต้ฉนวนกาซา
“กลุ่มฮามาสไม่คาดคิดว่าปฏิบัติการนี้จะประสบความสำเร็จอย่างหายนะเช่นนี้ ตอนนี้พวกเขามีตัวประกันแล้ว และพวกเขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับพวกเขา(ตัวประกัน)” แหล่งข่าวกล่าว
ขณะที่กาตาร์ยังได้โต้แย้งกับกลุ่มฮามาสด้วยว่าการปล่อยตัวพลเรือนจำนวนมากอาจได้รับผลประโยชน์ทางการทูตโดยแสดงให้กลุ่มนี้เห็นว่ากลุ่มฮามาสซึ่งหลายประเทศตะวันตกมองว่าเป็นองค์กรก่อการร้าย มีความอ่อนไหวต่อความกังวลด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศเกี่ยวกับการกักขังเด็ก และพลเรือน
ในกรุงเยรูซาเลมเจ้าหน้าที่อิสราเอลคนหนึ่งกล่าวว่า กลุ่มฮามาสใช้วิกฤตตัวประกันในการโฆษณาชวนเชื่อ โดยพยายามแสดงตนว่ามีมนุษยธรรมด้วยการปล่อยตัวผู้คนจำนวนหนึ่งที่พวกเขาลักพาตัวไป เจ้าหน้าที่รายนี้อธิบายว่าสิ่งนี้เป็น ‘สงครามจิตวิทยาของนาซี’
แมทธิว มิลเลอร์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า สหรัฐฯ ต้องการ เห็นตัวประกันทั้งหมดได้รับการปล่อยตัว เราอยากเห็นพวกเขาได้รับการปล่อยตัวโดยไม่มีเงื่อนไข และเราต้องการเห็นพวกเขาได้รับการปล่อยตัวโดยเร็วที่สุด
สหรัฐฯ แนะนำให้อิสราเอลระงับการโจมตีภาคพื้นดิน และกำลังทำให้กาตาร์ไม่รับรู้ถึงความพยายามดังกล่าว ในขณะที่รัฐอ่าวเปอร์เซียพยายามไกล่เกลี่ยการปล่อยตัวตัวประกันเพิ่มเติม
Photo by AHMAD GHARABLI / AFP




