‘ฟุตบอลโลก 2022’ เมื่อเส้นแบ่งด้านกีฬาทับซ้อน ‘การเมือง-ศีลธรรม’

26 พ.ย. 2565 - 18:11

  • กาตาร์มีการลงโทษมีทั้งปรับ จำคุกสูงสุด 7 ปี และประหารชีวิตด้วยการปาหินใส่คนรักเพศเดียวกัน

  • ราชวงศ์กาตาร์ มีพระราชโองการไม่ให้ตั้งร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บริเวณสนามแข่งขัน

qatar_world_cup_2022_lgbtq_rights_beer_banned_from_stadium_SPACEBAR_Thumbnail_2e28024e7e.jpeg
ฟุตบอลโลกปี 2022 ที่กาตาร์เป็นเจ้าภาพ มีประเด็นให้ถกเถียงกันตั้งแต่กาตาร์ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพการแข่งขัน โดยมุ่งเน้นไปที่ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนแรงงานอพยพในกาตาร์ ซึ่งมีแรงงานจากหลายประเทศเช่น อินเดีย บังกลาเทศ เนปาล และฟิลิปปินส์ประมาณ 30,000 คน เข้าไปทำงานก่อสร้างสถานที่ต่างๆ สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย รวมถึงสนามฟุตบอลแห่งใหม่ โรงแรม ถนน และเมืองที่จะมีการจัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ 

เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา เว็บไซต์เดอะ การ์เดียน รายงานว่า มีแรงงานเสียชีวิตในกาตาร์จำนวน 6,500 คน นับตั้งแต่กาตาร์ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย โดยบอกว่าตัวเลขนี้ได้มาจากข้อมูลจากสถานทูตต่างๆ ในกาตาร์ 

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกาตาร์ระบุว่า ยอดรวมแรงงานที่เสียชีวิตดังกล่าว ทำให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะว่ายอดรวมนี้เป็นการนับรวมแรงงานต่างชาติทั้งหมดที่เสียชีวิตในกาตาร์มาเป็นเวลานานแล้ว และไม่ได้ทำงานในโครงการฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 

ทั้งยังระบุว่า จากสถิติของทางการพบว่า ระหว่างปี 2014-2020 มีแรงงานที่ทำงานอยู่ตามจุดก่อสร้างสนามฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเสียชีวิต 37 คน ในจำนวนนี้มีเพียง 3 คนที่เสียชีวิตโดยเกี่ยวข้องกับการทำงาน 

ในส่วนขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ระบุว่า ตัวเลขนี้ต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะกาตาร์ไม่ได้นับการเสียชีวิตจากหัวใจวายและระบบหายใจล้มเหลวว่าเกี่ยวข้องกับการทำงาน แม้ว่าการเสียชีวิตเหล่านี้ อาจเป็นผลมาจากการทำงานท่ามกลางอุณหภูมิสูงได้ ซึ่งไอแอลโอประเมินว่า มีแรงงานต่างชาติเสียชีวิต 50 คน และอีกกว่า 500 คน ได้รับบาดเจ็บสาหัสในกาตาร์ในปี 2021 เพียงปีเดียว นอกจากนี้ ยังมีแรงงานต่างชาติอีก 37,600 คน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยถึงปานกลาง 
qatar_world_cup_2022_stadium_INFO_01_16ac5b8c34.jpeg
ขณะที่การแข่งขันใกล้จะเริ่มขึ้น ประเด็นคนรักเพศเดียวกัน ก็ทำให้กาตาร์ถูกจับตามองเป็นพิเศษอีกครั้งเนื่องจากพฤติกรรมของการเป็นคนรักเพศเดียวกัน เป็นเรื่องผิดกฎหมายในกาตาร์ เพราะถือว่าผิดศีลธรรมตามกฎหมายชารีอะห์ของศาสนาอิสลาม มีการลงโทษมีทั้งการปรับ การจำคุกสูงสุด 7 ปี และการประหารชีวิตด้วยการปาหินใส่ แม้ว่าผู้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในกาตาร์ จะบอกว่าต้อนรับทุกคน และยืนยันว่าจะไม่มีใครถูกเลือกปฏิบัติจากเรื่องนี้ 

ฮิวแมน ไรท์ วอทช์เผยแพร่รายงานเมื่อไม่นานนี้ที่บ่งชี้ว่า กองกำลังความมั่นคงของกาตาร์ได้จับกุมประชาชนที่เป็นชายรักชาย หญิงรักหญิง และคนข้ามเพศอย่างต่อเนื่อง บางครั้งก็บังคับให้กลุ่มคนเหล่านี้เข้ารับการบำบัดแก้เพศวิถีของพวกเขา แต่รัฐบาลกาตาร์แถลงปฏิเสธ โดยยืนยันว่ารายงานดังกล่าวมีข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง 

ไม่ใช่แค่ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนเท่านั้นที่ทำให้กาตาร์มัวหมอง ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศอื่นก็ถูกนำมาแสดงออกเพื่อต่อต้านรัฐบาลของตนผ่านการแข่งขันฟุตบอลโลกที่กาตาร์เป็นเจ้าภาพด้วย โดยภาพที่เผยแพร่ทางโทรทัศน์ในการถ่ายทอดสด ก่อนที่ทีมชาติอิหร่านจะฟาดแข้งกับทีมชาติอังกฤษในศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ แสดงให้เห็นทีมชาติอิหร่านแสดงจุดยืนเคียงข้างเพื่อนร่วมชาติในการประท้วงต่อต้านรัฐบาล ที่ใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมในอิหร่านด้วยการไม่ร้องเพลงชาติ  

ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านักเตะต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก จากข้อกล่าวหาของแฟนบอลชาติเดียวกันที่ว่า “พวกเขาขี้ขลาดเข้าข้างรัฐบาล” นักเตะทุกคนเข้าพบประธานาธิบดีเอบราฮิม ไรซี ก่อนเดินทางไปกาตาร์ ซึ่งเมื่่อภาพที่พวกเขาก้มคำนับประธานธิบดีถูกเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย ก็ยิ่งเป็นการกระพือความไม่พอใจต่อนักเตะมากขึ้น 

เมื่อวันอาทิตย์ (20 พ.ย.) เอห์ซาน ฮัจซาฟี กัปตันทีมชาติ จึงจัดแถลงข่าวแสดงความเห็นใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในอิหร่าน และบอกด้วยว่า “เราต้องยอมรับว่า เงื่อนไขในประเทศของเรานั้นไม่ถูกต้อง และประชาชนของเราไม่มีความสุข เรามาอยู่ที่นี่ ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ควรเป็นกระบอกเสียงให้พวกเขา หรือไม่ควรเคารพพวกเขา” 

หลังจากนั้นนักเตะได้ตัดสินใจที่จะไม่ร้องเพลงชาติ ซึ่งสถานีโทรทัศน์ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลอิหร่านไม่ถ่ายทอดในช่วงนี้ ซึ่งการประท้วงในอิหร่านมีชนวนเหตุมาจากการเสียชีวิตของมาห์ซา อามินี วัย 22 ปี ที่ถูกตำรวจศีลธรรมจับและทำร้ายจนเสียชีวิต เพียงเพราะสวมฮิญาบไม่เรียบร้อยเมื่อ 2 เดือนก่อน ซึ่งการประท้วงยังลามไปถึงกาตาร์และไม่แน่ชัดว่า ความกดดันที่เกิดขึ้นส่งผลต่อผลงานของนักเตะอิหร่านที่พ่ายอังกฤษไป 2-6 ด้วยหรือเปล่า 

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่กลายเป็นปัญหาที่ยุ่งยากและขัดแย้งที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันฟุตบอลโลก เนื่องจากราชวงศ์กาตาร์มีพระราชโองการไม่ให้ตั้งร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณสนามแข่งขัน 

Budweiser ผู้ผลิตเบียร์สัญชาติอเมริกัน เป็นสปอนเซอร์ให้ฟีฟ่า ในการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกมาตลอด และเจ้าภาพกาตาร์ก็ยืนยันว่าแฟนบอลสามารถซื้อเบียร์ได้ในบางพื้นที่ในสนามแข่งขัน แม้ว่ากาตาร์จะเป็นประเทศมุสลิม แต่เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ฟีฟ่ากลับออกแถลงการณ์ว่ามีแต่เบียร์ไร้แอลกอฮอล์ Bud Zero เท่านั้น ที่วางขายในสนามฟุตบอลได้ 

คำสั่งนี้สร้างความมึนงงให้ Budweiser อย่างมาก เพราะจ่ายเงินให้ฟีฟ่าไปแล้วจำนวน 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเมื่อสัปดาห์ก่อน เต็นท์ที่ตั้งไว้จำหน่ายเบียร์ตามสนามฟุตบอลก็ถูกรื้อออกไปอยู่ในทำเลที่ห่างไกลจากเส้นทางสัญจรที่พลุกพล่านที่สุด ซึ่งเป็นการยืนยันการห้ามจำหน่ายในบริเวณสถานที่แข่งขันอย่างเต็มรูปแบบ 

แบบนี้น่าจะเรียกว่า เป็นการทำหน้าที่เจ้าภาพการแข่งขันสไตล์ ‘กาตาร์’ อย่างแท้จริง และอาจเป็นการทำหน้าที่เจ้าภาพท่ามกลางปัญหาขัดแย้งที่เต็มไปด้วยภาพของความสับสน อลหม่าน และดราม่าตลอดช่วงการแข่งขันแน่ๆ  
qatar_world_cup_2022_stadium_INFO_02_af444120ce.jpeg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์