China observer รายงานว่า ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจถดถอยของจีนส่งผลให้คลื่นการว่างงานกำลังลุกลามไปทั่วประเทศ และในขณะนี้หนุ่มสาวชาวจีนจำนวนมากกำลังประสบปัญหาการว่างงานในระดับที่สูงมากเป็นประวัติการณ์ ซึ่งนำมาสู่การอพยพมายังประเทศไทยเพื่อโอกาสในการทำงานที่ดีขึ้นและสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรมากขึ้น
เนื่องด้วยนโยบายโควิดเป็นศูนย์สุดเข้มงวดของจีนที่มีผลใช้บังคับเป็นเวลา 3 ปีได้สร้างความกดดันอย่างมากต่อเศรษฐกิจของประเทศ จึงนำไปสู่ความท้าทายที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัว อัตราการว่างงานสูง ตลาดงานในจีนถดถอย เป็นต้น
อัตราการว่างงานในจีนกำลังพุ่งสูงขึ้น และผู้คนจำนวนมากกำลังดิ้นรนในการหางานทำ โดยผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งได้โพสต์วิดีโอเมื่อต้นเดือนธันวาคมเผยให้เห็นภาพบรรยากาศผู้คนหลายหมื่นคนในเมืองกว่างโจวไม่สามารถหางานท่ามกลางการแข่งขันในตลาดแรงงาน บางคนถึงกับหันไปนอนข้างถนนด้วยซ้ำ
เมื่อหางานในประเทศไม่ได้ พวกเขาจึงแสวงหาโอกาสในต่างประเทศซึ่งมีประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางหลักๆ โดยเฉพาะในจังหวัดเล็กๆ หรือพื้นที่ชนบทอย่างเชียงรายก็กลายเป็นจุดหมายยอดนิยมด้วยเช่นกัน เนื่องจากวิถีชีวิตที่สะดวกสบาย
นอกจากโอกาสในการทำงาน หนุ่มสาวชาวจีนยังต้องหนีความกดดันจากครอบครัวและจากการทำงานในประเทศตัวเอง พวกเขายังให้เหตุผลด้วยว่าประเทศไทย
- มีค่าครองชีพต่ำ
- ที่อยู่อาศัยราคาไม่แพง
- สภาพแวดล้อมที่สะอาดขึ้น
- ค่ารักษาพยาบาลไม่แพง
- ตัวเลือกวีซ่าเกษียณอายุ
- การใช้ชีวิตที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น
- อาหารหลากหลายและราคาถูก
ฝู หลิงฮุย (Fu Linghui) โฆษกสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนกล่าวว่า “การว่างงานของเยาวชนเป็นเพียงปัญหาหนึ่งที่จีนเผชิญอยู่…เนื่องจากฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดจากการระบาดของโควิด-19 เป็นเวลา 3 ปี ทั้งนี้ พบว่าอัตราการว่างงานในเมืองสำหรับคนอายุ 16-24 ปีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากเดือนต่อเดือนในปีนี้ โดยแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 21.3% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งถือเป็น 4 เท่าของตัวเลขว่างงานโดยรวม”




