แผ่นดินไหวรุนแรงสองระลอกพัดถล่มพื้นที่ทางตอนตะวันตกของเมืองหลวงประเทศเวเนซุเอลา เมื่อบ่ายวันพุธ (24 มิ.ย.) ที่ผ่านมา ส่งผลให้อาคารหลายแห่งในกรุงการากัสพังถล่ม และมีผู้ประสบภัยติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง
ผู้เชี่ยวชาญออกโรงเตือนว่า “อาจมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก รวมถึงอาจเกิดความเสียหายในวงกว้างทั่วประเทศ” ขณะที่สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ประเมินว่า “มีความเป็นไปได้ที่จะมีผู้เสียชีวิต 10,000-100,000 ราย”
เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดเวเนซุเอลา เผยว่า “แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันสองระลอกส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 32 รายในเวเนซุเอลา และมีผู้บาดเจ็บอีกอย่างน้อย 700 ราย” พร้อมประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและจะยื่นขอทุนสนับสนุนจากองค์กรพหุภาคีต่างๆ เพื่อนำมาช่วยเหลือในภารกิจฟื้นฟูเยียวยา “เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ที่ต้องเผชิญกับความสูญเสียคนในครอบครัวจากเหตุการณ์ในครั้งนี้” โรดริเกซ กล่าวในแถลงการณ์
ชาวเวเนซุเอลาจำนวนมากกำลังพักผ่อนอยู่ที่บ้านในขณะที่เกิดแผ่นดินไหว เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการเพื่อรำลึกถึงชัยชนะทางทหารในปี 1821 ซึ่งเป็นศึกสำคัญที่ช่วยให้ประเทศได้รับเอกราชจากสเปน “ทันทีที่มันเริ่มสั่น เราก็เริ่มได้ยินเสียงคนกรีดร้องเสียงดัง ทุกคนต่างพากันวิ่งลงบันได” แอสทริด รามิเรซ นักประชาสัมพันธ์วัย 41 ปี เล่า
ประชาชนทั่วกรุงการากัส ซึ่งเคยเผชิญกับเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.3 ที่คร่าชีวิตผู้คนมาแล้วในปี 1967 ต่างพากันอพยพหนีตายอย่างเร่งด่วนในขณะที่อาคารบ้านเรือนสั่นสะเทือน
“มันมีเสียงโครมครามดังสนั่น ข้าวของในบ้านร่วงกระจาย แม้กระทั่งเหยือกน้ำในตู้เย็นยังล้ม ฉันไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต”
— โคโร มาร์ติเนซ วัย 56 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ทางตะวันออกของกรุงการากัส กล่าว
มาเรีย โรเมโร หญิงสูงอายุวัย 80 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของกรุงการากัส บอกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาช่วยพาเธอออกจากบ้าน “แผ่นดินไหวครั้งนี้มันน่ากลัวมาก และมันเลวร้ายยิ่งกว่าครั้งปี 1967 เสียอีก”
ขณะที่ผู้อยู่อาศัยอีกรายหนึ่ง ซึ่งเป็นพนักงานออฟฟิศวัย 41 ปี เล่าว่า เธอได้รับข้อความแจ้งเตือนภัยแผ่นดินไหวบนโทรศัพท์มือถือ ก่อนที่แรงสั่นสะเทือนจะเริ่มรุนแรงขึ้นเพียงไม่นาน “พอฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและเริ่มฟังเสียงเตือน ตอนแรกก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ แต่จากนั้นไม่ถึงสองวินาที ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง”
พนักงานของโรงพยาบาลกิลนิกัส ในกรุงการากัส เปิดเผยว่า “ทางโรงพยาบาลได้ขอความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่เพิ่มกำลังพลเป็นสองเท่าในการเข้าเวรกะดึก เพื่อรองรับและรักษาผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก”
สนามบินไมเกเตีย ซึ่งเป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดของเวเนซุเอลา ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทางตอนเหนือของกรุงการากัส ได้ถูกสั่งปิดทำการชั่วคราวเนื่องจากได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว นอกจากนี้ ทางการยังประกาศสั่งงดการเรียนการสอนตลอดทั้งสัปดาห์ เพื่อเร่งตรวจสอบและประเมินมูลค่าความเสียหายทั้งหมด
ส่วนของโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของเวเนซุเอลานั้น ในเบื้องต้นยังไม่พบสัญญาณการได้รับผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือน เนื่องจากเมืองต่างๆ ที่มีรายงานความเสียหายรุนแรง เกือบทั้งหมดไม่ใช่ที่ตั้งของโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันที่สำคัญ โดยหน่วยงานป้องกันภัยพลเรือนในเมืองมาราไกโบ ซึ่งอยู่ใกล้กับทะเลสาบมาราไกโบอันเป็นศูนย์กลางน้ำมันขนาดใหญ่ ยืนยันว่า “ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บในพื้นที่ดังกล่าว”
อย่างไรก็ดี บริษัทพลังงานหลายแห่งที่ดำเนินงานในประเทศกำลังเร่งเช็กยอดความปลอดภัยของพนักงานให้เรียบร้อย ก่อนที่จะเริ่มส่งทีมเข้าตรวจสอบสภาพของแหล่งขุดเจาะ โรงงาน และโรงกลั่นน้ำมันในขั้นต้น
แหล่งข่าวรายหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า “หากเกิดปัญหาไฟฟ้าดับเป็นเวลานาน ก็อาจส่งผลกระทบให้ยอดการผลิตน้ำมันดิบของประเทศลดลง จนกว่าระบบไฟฟ้าจะกลับมาใช้งานได้ตามปกติ”
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า “สหรัฐฯ พร้อมอย่างเต็มที่ในการยื่นมือเข้าช่วยเหลือต่อภัยพิบัติครั้งนี้...เหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ระลอกใหญ่ที่เพิ่งพัดถล่มประชาชนผู้ยิ่งใหญ่ของเวเนซุเอลานั้น ถือเป็นภัยพิบัติที่มีขนาดมหึมา และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากจนน่าสลดใจ”
(Photo by MANAURE QUINTERO / AFP)




