มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันศุกร์ (11 ก.ค.) ว่า เขาได้การเจรจากับ หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ซึ่ง ‘เป็นไปในทางบวกและสร้างสรรค์’ ทั้งสองมหาอำนาจกำลังแข่งขันกันผลักดันวาระของตัวเองในภูมิภาคเอเชีย ท่ามกลางความตึงเครียดจากการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ
รูบิโอเดินทางมายังมาเลเซียเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง เพื่อเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ต่อภูมิภาคนี้ในงานประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (East Asia Summit) และการประชุมอาเซียนว่าด้วยภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ASEAN Regional Forum) ซึ่งหลายประเทศยังคงเผชิญกับผลกระทบจากการประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้
“เราเป็นสองประเทศใหญ่และทรงอำนาจ และมักจะมีประเด็นที่เราเห็นต่างกันอยู่เสมอ ผมคิดว่ายังมีบางประเด็นที่น่าจะร่วมมือกันได้ ผมคิดว่านี่เป็นการพบปะกันที่สร้างสรรค์และเป็นบวกมาก และมีงานอีกมากที่ต้องทำ”
— รูบิโอ กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังการประชุม
รูบิโอยังบอกด้วยว่า การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะเดินทางเยือนจีนเพื่อพบกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงนั้น ‘เป็นไปได้สูง’ โดยกล่าวว่า “มีโอกาสสูง ผมคิดว่าทั้งสองฝ่ายต่างต้องการให้การพบปะนี้เกิดขึ้น”
“เราต้องสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมและสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ เพื่อให้การเยือนจีนของผู้นำสหรัฐฯ ไม่ใช่เพียงแค่การพบปะกันเท่านั้น แต่ต้องมีข้อสรุปที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมจากการเยือนครั้งนั้น” รูบิโอ กล่าว
อย่างไรก็ดี การเจรจาของระหว่างรูบิโอ และ หวัง อี้ กลับไม่ได้เน้นหนักเรื่องการค้าเป็นหลัก เพราะ “ผมไม่ใช่ผู้เจรจาการค้าโดยตรง”รูบิโอ กล่าว และเสริมว่า “แม้จะให้ความสำคัญกับบทบาทของการค้าในความสัมพันธ์ทวิภาคีกับแต่ละประเทศ แต่ส่วนใหญ่ของการพูดคุยในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ประเด็นอื่นๆ ที่ทั้งสองฝ่ายร่วมมือกัน เช่น ความมั่นคง ภูมิรัฐศาสตร์ และความร่วมมือในระดับภูมิภาค”
ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า “หวัง อี้ ได้เน้นย้ำว่าทั้งสองประเทศควรนำฉันทามติที่ผู้นำของทั้งสองประเทศตกลงกันไปปฏิบัติให้เป็นนโยบายและการดำเนินงานจริง...จีนหวังว่าสหรัฐฯ จะมองจีนด้วยท่าทีที่เป็นกลาง มีเหตุผล และมุ่งเน้นความเป็นจริง โดยการกำหนดนโยบายต่อจีนควรมีเป้าหมายเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันที่อยู่บนพื้นฐานของความเท่าเทียม และความเคารพ...”
“จีนพร้อมที่จะร่วมมือกับสหรัฐฯ เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างทั้งสองประเทศในยุคสมัยใหม่” แถลงการณ์ยังระบุด้วยว่า “ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าการประชุมครั้งนี้เป็นไปในทางบวก เอาไปปฏิบัติได้จริง และสร้างสรรค์ โดยตกลงที่จะยกระดับการสื่อสารและการเจรจาในหลายสาขาและทุกระดับ รวมถึงช่องทางทางการทูต พร้อมใช้บทบาทของหน่วยงานทางการต่างประเทศในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทวิภาคีให้ก้าวหน้า และร่วมกันแสวงโอกาสในการขยายความร่วมมือในด้านต่างๆ ควบคู่ไปกับการจัดการความแตกต่างอย่างเหมาะสม”
(Photo by Mandel NGAN / POOL / AFP)





