รัสเซียวางแผนที่จะห้ามการส่งออกน้ำมันเบนซินจากผู้ผลิตในประเทศตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน เพื่อตอบสนองความต้องการภายในประเทศ เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นท่ามกลางสงครามในอิหร่าน
อเล็กซานเดอร์ โนวัก รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย ได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานเตรียมร่างกฎหมายห้ามการส่งออกน้ำมันเบนซินเริ่มตั้งแต่เดือนหน้า
“ความผันผวนในตลาดโลกสำหรับน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ซึ่งเกิดจากวิกฤตในตะวันออกกลาง ได้นำไปสู่ความผันผวนของราคาอย่างมาก”
— โนวัก กล่าวในการประชุมกับผู้ผลิตน้ำมันเมื่อวันศุกร์ (27 มี.ค.)
ความผันผวนนี้เกิดขึ้นในขณะที่ผลิตภัณฑ์น้ำมันของรัสเซียกำลังได้รับความต้องการสูงในตลาดโลก การส่งออกน้ำมันเบนซินของรัสเซียโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 100,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นเพียงเศษเสี้ยวของปริมาณการซื้อขายน้ำมันเบนซินทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันกำลังอยู่ในภาวะตึงเครียดอยู่แล้ว เนื่องจากสงครามในอิหร่านกำลังจะเข้าสู่เดือนที่ 2 ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำสำคัญสำหรับการส่งออกพลังงานจากประเทศในอ่าวเปอร์เซียถูกปิดตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันทั่วโลกตึงตัวขึ้น การจำกัดการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงในระดับโลกเพิ่มเติมใดๆ จะยิ่งทำให้ความท้าทายสำหรับประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรุนแรงขึ้น
ในขณะเดียวกัน ยูเครนก็ได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของรัสเซียอย่างไม่หยุดยั้ง รวมถึงโรงกลั่นน้ำมัน ทำให้รัสเซียไม่สามารถผลิตและจำหน่ายน้ำมันได้
Bloomberg รายงานว่า “ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา การโจมตีด้วยโดรนของยูเครนได้หยุดการทำงานของโรงงานแปรรูปน้ำมันของรัสเซีย 2 แห่ง ได้แก่ โรงกลั่นน้ำมันซาราตอฟในภูมิภาคโวลกาของ ‘Rosneft PJSC’ บริษัทพลังงานและน้ำมันยักษ์ใหญ่ของรัสเซียและโรงกลั่นน้ำมันคิริชิใกล้ชายฝั่งทะเลบอลติกของ ‘Surgutneftegas PJSC’ บริษัทเอกชนด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซีย โดยโรงงานเหล่านี้คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 10% ของกำลังกลั่นน้ำมันทั้งประเทศ”
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัสเซียมักระงับการส่งออกน้ำมันเบนซินก่อนช่วงที่มีความต้องการสูง เช่น ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นช่วงที่งานเกษตรกรรมพุ่งสูงสุด โดยรัสเซียเพิ่งยกเลิกคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมันเบนซิน (สำหรับผู้ผลิต) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนที่จะพิจารณาออกคำสั่งห้ามรอบใหม่อีกครั้ง
(Photo by Igor IVANKO / AFP)





