Financial Times รายงานโดยอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ยูเครนและชาติตะวันตกว่า รัสเซียดัดแปลงขีปนาวุธของตัวเองเพื่อให้สามารถเคลื่อนที่และหลบเลี่ยงระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครน รวมถึงระบบต่อต้านขีปนาวุธแพทริออตที่สหรัฐฯ จัดหาให้
ระบบต่อต้านขีปนาวุธแพทริออตเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุดในการสกัดกั้นขีปนาวุธของรัสเซีย และเจ้าหน้าที่ยูเครนได้ย้ำถึงความจำเป็นอย่างยิ่งยวดในการสกัดกั้นขีปนาวุธเพิ่มเติม
การดัดแปลงดังกล่าวดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับทั้งระบบขีปนาวุธพิสัยใกล้ Iskander-M และขีปนาวุธ Kinzhal ที่ยิงจากอากาศ ซึ่งมีพิสัยการยิงประมาณ 480-500 กิโลเมตร
Financial Times รายงานว่า ขีปนาวุธที่ดัดแปลงแล้วของรัสเซียจะเบี่ยงออกนอกเส้นทางเมื่อเข้าใกล้เป้าหมาย แทนที่จะเคลื่อนที่ตามวิถีที่คาดเดาได้ โดยทิ้งตัวลงอย่างรวดเร็วหรือหลบหลีกอย่างเฉียบคมที่ “สร้างความสับสนและหลีกเลี่ยง” ระบบสกัดกั้นขีปนาวุธแพทริออต โดยฝั่งยูเครนบอกว่า ขีปนาวุธนี้คือ “ตัวเปลี่ยนเกม” สำหรับรัสเซีย
เจ้าหน้าที่ตะวันตกรายหนึ่งเผยกับ Financial Times ว่า สัญญาณแรกของการอัปเกรดขีปนาวุธของรัสเซียคือ อัตราการสกัดกั้นที่ลดลง โดยระบุว่ามี “รูปแบบ” ที่ขีปนาวุธไม่สามารถคาดเดาได้ก่อนจะพุ่งชนเป้าหมายเกิดขึ้น
ข้อมูลของกองทัพอากาศยูเครนที่รวบรวมโดย Center for Information Resilience ในลอนดอน และวิเคราะห์โดย Financial Times พบว่า อัตราการสกัดกั้นลดลงจาก 37% ในเดือนสิงหาคมเหลือเพียง 6% ในเดือนกันยายน แม้ว่ารัสเซียจะยิงน้อยลงก็ตาม
รายงานของหน่วยข่าวกรองกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ฉบับหนึ่งสนับสนุนการประเมินดังกล่าว โดยระบุว่า ยูเครนไม่สามารถใช้ระบบต่อต้านขีปนาวุธแพทริออตได้อย่างมีประสิทธิภาพ “เนื่องจากการปรับปรุงยุทธวิธีเมื่อเร็วๆ นี้ของรัสเซีย” รวมถึงการปรับปรุงที่ทำให้ขีปนาวุธสามารถเปลี่ยนวิถีและหลบหลีกได้แทนที่จะเคลื่อนที่ตามวิถีกระสุนแบบดั้งเดิม”
รายงานของหน่วยข่าวกรองกระทรวงกลาโหมขอองสหรัฐฯ ระบุอีกว่า เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนกองทัพยูเครนสกัดขีปนาวุธได้เพียง 1 จาก 7 ลูก และมีขีปนาวุธ 6 จาก 13 ลูกโจมตีถูกเป้าหมายเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม
เมื่อวันพุธ (1 ตุลาคม) กองทัพอากาศยูเครนระบุว่า ขีปนาวุธ Iskander 4 ลูกที่ยิงมาในวันดังกล่าวสามารถหลบเลี่ยงระบบต่อต้านขีปนาวุธแพทริออตได้ทั้งหมด
Photo by Handout / Russian Defence Ministry / AFP





