ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวว่า “กองทัพรัสเซียกำลังรุกคืบอย่างพร้อมเพรียงในยูเครนตะวันออก และได้ตั้งหลักปักฐานในเมืองโปครอฟสค์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์...กองทัพรัสเซียมีจำนวนทหารมากกว่ายูเครน 8 ต่อ 1 ในพื้นที่ และยูเครนไม่สามารถเทียบเคียงได้” พร้อมยืนยันว่า “รัสเซียยังไม่บรรลุผลตามที่วางแผนไว้”
รัสเซียพยายามยึดเมืองโปครอฟสค์มา 2 ปีแล้ว ซึ่งเป็นศูนย์กลางการขนส่งและจุดสำคัญสำหรับการส่งกำลังเสริมไปยังแนวหน้าในภาคตะวันออกของยูเครน หากรัสเซียได้เมืองนี้ไปจะทำให้รัสเซียเข้าใกล้การควบคุมภูมิภาคโดเนตสค์ทั้งหมดมากขึ้น
นอกจากนี้ยังทำให้เมืองต่างๆ ใน ‘เขตป้อมปราการ’ ที่มีกำลังป้องกันเข้มแข็ง ได้แก่ ครามาทอร์สค์ สโลเวียนสค์ คอสต์ยันทีนีฟกา และดรูชคีฟกา เข้าใกล้รัสเซียง่ายขึ้น
“ภาพถ่ายจากโดรนแสดงให้เห็นว่ามีทหารรัสเซียประมาณ 200 นายอยู่ในเมืองโปครอฟสค์” เซเลนสกี กล่าว พร้อมอธิบายสถานการณ์ว่า ‘ยากลำบาก’ อีกทั้ง ก่อนหน้านี้ ยังมีการสู้รบอย่างดุเดือดและมีกลุ่มก่อวินาศกรรมเข้ามาในเมือง อย่างไรก็ตาม เซเลนสกีปฏิเสธรายงานของพลเอกวาเลรี เกราซิมอฟ เสนาธิการทหารบกของรัสเซีย ที่ระบุว่า “กองกำลังยูเครนถูกล้อมไว้ทั้งหมด”
ในรายงานล่าสุดเมื่อวันอังคาร (28 ต.ค.) กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า “กองกำลังรัสเซียได้ล้อมกองทหารยูเครนรอบสถานีรถไฟหลักและกวาดล้างกองกำลังยูเครนออกจากเขตทรอยอันดาของเมืองแล้ว”
ด้านกัปตันฮรีโฮรี ชาโปวาล โฆษกกลุ่มปฏิบัติการตะวันออกของยูเครน ระบุว่า “มีการยิงสกัดการโจมตี 79 ครั้งใกล้โปครอฟสค์นับตั้งแต่วันจันทร์ (27 ต.ค.) ซึ่งคิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของการโจมตีทั้งหมด 218 ครั้งตามแนวรบทั้งหมด...กองทัพรัสเซียได้ระดมกำลังทหารและยุทโธปกรณ์จำนวนมากในบริเวณใกล้โปครอฟสค์ และพวกเขากำลังใช้ยานเกราะคุ้มกันทหารราบ ดังนั้นจึงยากที่จะหยุดยั้งพวกเขา”
“ปกติแล้วกองทัพยูเครนจะใช้โดรนเพื่อตอบโต้การรุกคืบของรัสเซีย แต่สภาพอากาศที่มีหมอกและฝนตกทำให้การตรวจจับและทำลายทหารราบได้ยากขึ้น”
— กัปตันชาโปวาล บอก
อย่างไรก็ดี การรุกรานเต็มรูปแบบของรัสเซียเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ใกล้เข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว ปัจจุบันกองกำลังรัสเซียครอบครองดินแดนยูเครนประมาณ 20% ขณะที่ขีดความสามารถด้านการป้องกันของยูเครนกำลังลดลง และเซเลนสกีเองก็กล่าวว่า “ยูเครนต้องการการสนับสนุนทางการเงินจากพันธมิตรยุโรปเพื่อต่อสู้กับกองกำลังรัสเซียต่อไปอีก 2 หรือ 3 ปี”
จนถึงขณะนี้ ผู้นำยุโรปยังไม่สามารถโอนทรัพย์สินของรัสเซียที่ถูกอายัดมูลค่า 140,000 ล้านยูโร (ราว 5.2 ล้านล้านบาท) ไปยังยูเครนได้ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวต้องใช้กระบวนการทางกฎหมายที่ซับซ้อน และถูกเบลเยียมขัดขวางในการประชุมสุดยอดสหภาพยุโรปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งข้อเสนอนี้จะถูกพิจารณาอีกครั้งในเดือนธันวาคม
เซเลนสกีบอกอีกว่า เขาได้บอกกับคู่ค้าในยุโรปแล้วว่า “แม้ยูเครนจะไม่สู้รบเป็นเวลาหลายทศวรรษ...คุณก็ต้องแสดงให้เห็นว่าจะสามารถให้การสนับสนุนทางการเงินที่มั่นคงแก่ยูเครนได้ในระยะยาว” ทั้งนี้ เซเลนสกีก็หวังว่าการพบปะกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และผู้นำจีน สี จิ้นผิง ในวันพฤหัสบดี (30 ต.ค.) จะทำให้จีนตัดสินใจลดการสนับสนุนรัสเซีย
สัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์ได้คว่ำบาตร ‘Lukoil’ และ ‘Rosneft’ ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่ 2 แห่งของรัสเซีย พร้อมเรียกร้องให้ตุรกีและจีนระงับการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย เพื่อกดดันให้รัสเซียยุติสงคราม ขณะที่เซเลนสกีเผยว่า “ผมคิดว่านี่อาจเป็นหนึ่งในการเคลื่อนไหวที่เด็ดขาดของทรัมป์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากจีนพร้อมที่จะลดการนำเข้าจากรัสเซีย”
(Photo by Roman PILIPEY / AFP)




