ภาพถ่ายดาวเทียมเผยจีนขยายฐานทัพในทะเลจีนใต้ ‘เพิ่มขึ้น’ จนน่าตกใจ

5 ส.ค. 2568 - 16:46

  • ภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดตามแนวปะการังมิสชีฟระบุว่า จีนเสริมฐานทัพในทะเลจีนใต้ที่มีอยู่ด้วยเครือข่ายฐานทัพขนาด 32 ตารางกิโลเมตร (3,200 เฮกตาร์) ซึ่งรวมถึงฐานทัพบางแห่งที่สามารถรองรับเครื่องบินทิ้งระเบิดนิวเคลียร์  

  • จากภาพถ่ายดาวเทียวดังกล่าวเผยให้เห็นทั้งลานบินขนาดใหญ่ หลุมหลบภัยขีปนาวุธ และโรงเก็บเครื่องบินขนาดใหญ่ ท่ามกลางโครงสร้างพื้นฐานทางทหารระดับสูงหลายแห่งที่มีลักษณะคล้ายเมืองที่มีการวางแผนอย่างดี

  • จีนยังคงยืนยันว่าการขยายฐานทัพในภูมิภาคนี้เป็นการป้องกันตัวเอง เพื่อปกป้องสิ่งที่จีนกล่าวว่าเป็น ‘สิทธิอธิปไตย’ ท่ามกลางการคัดค้านจากประเทศในเอเชียที่มีข้ออ้างสิทธิ์ของตัวเองในพื้นที่เดียวกัน 

ภาพถ่ายดาวเทียมเผยจีนขยายฐานทัพในทะเลจีนใต้ ‘เพิ่มขึ้น’ จนน่าตกใจ

ภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดตามแนวปะการังมิสชีฟระบุว่า จีนเสริมฐานทัพในทะเลจีนใต้ที่มีอยู่ด้วยเครือข่ายฐานทัพขนาด 32 ตารางกิโลเมตร (3,200 เฮกตาร์) ซึ่งรวมถึงฐานทัพบางแห่งที่สามารถรองรับเครื่องบินทิ้งระเบิดนิวเคลียร์  

ภาพถ่ายดาวเทียวดังกล่าวจากโครงการริเริ่มความโปร่งใสทางทะเลแห่งเอเชีย (Asia Maritime Transparency Initiative / AMTI) ซึ่งติดตามประเด็นความมั่นคงทางทะเลในเอเชีย เผยให้เห็นทั้งลานบินขนาดใหญ่ หลุมหลบภัยขีปนาวุธ และโรงเก็บเครื่องบินขนาดใหญ่ ท่ามกลางโครงสร้างพื้นฐานทางทหารระดับสูงหลายแห่งที่มีลักษณะคล้ายเมืองที่มีการวางแผนอย่างดี 

“ในพื้นที่เหล่านี้ประกอบด้วยท่าเรือ ลานบินขนาดใหญ่ โรงเก็บเครื่องบินขับไล่มากกว่า 72 โรงทั่วฐานทัพใหญ่ทั้ง 3 แห่งบนเกาะ อีกทั้งยังมีฐานติดตั้งขีปนาวุธพื้นสู่อากาศและขีปนาวุธร่อนโจมตีเรือ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านเรดาร์ ระบบตรวจจับ และการสื่อสารจำนวนมาก”

 เกรกอรี โพลิง ผู้อำนวยการของ AMTI กล่าวกับสำนักข่าว ABC 

ตามข้อมูลของ AMTI ระบุว่า ปัจจุบันจีนควบคุมฐานทัพ 20 แห่งในหมู่เกาะพาราเซล และ 7 แห่งในหมู่เกาะสแปรตลีย์ ในจำนวนนี้ มี 4 แห่งที่ถูกเปลี่ยนเป็นฐานทัพเรือและฐานทัพอากาศที่ปฏิบัติการเต็มรูปแบบ 

จีนยังควบคุมแนวปะการังสการ์โบโรห์ (Scarborough Shoal) ซึ่งยึดครองตั้งแต่ปี 2012 ผ่านกองกำลังรักษาชายฝั่งที่ประจำการอยู่ตลอดเวลา แต่ยังไม่มีการสร้างสิ่งก่อสร้างใดๆ บนพื้นที่พิพาทนี้ 

จีนอ้างสิทธิ์อธิปไตยเหนือทะเลจีนใต้เกือบทั้งหมด รวมถึงพื้นที่ที่บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน และเวียดนามก็อ้างสิทธิ์เช่นกัน แต่คำตัดสินของอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศในปี 2016 พบว่าข้ออ้างสิทธิ์ของจีนไม่มีมูลความจริงภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นคำตัดสินที่จีนปฏิเสธ  

อย่างไรก็ดี จีนยังคงยืนยันว่าการขยายฐานทัพในภูมิภาคนี้เป็นการป้องกันตัวเอง เพื่อปกป้องสิ่งที่จีนกล่าวว่าเป็น ‘สิทธิอธิปไตย’ ท่ามกลางการคัดค้านจากประเทศในเอเชียที่มีข้ออ้างสิทธิ์ของตัวเองในพื้นที่เดียวกัน 

“ฐานทัพเหล่านี้คือ ผลลัพธ์จากการขุดลอกและฝังกลบจำนวนมากที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ” โพลิง กล่าว 

ตามรายงานของภาพถ่ายดาวเทียมระบุว่า เมื่อเดือนพฤษภาคมของปีนี้ จีนได้นำเครื่องบินทิ้งระเบิดที่ทันสมัยที่สุด 2 ลำลงจอดบนหมู่เกาะพาราเซลซึ่งเป็นข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ 

ภาพเหล่านี้เผยให้เห็นเครื่องบินทิ้งระเบิดพิสัยไกลรุ่น H-6 บนเกาะวูดดี้ในหมู่เกาะพาราเซล ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการพบเห็นเครื่องบินทิ้งระเบิดที่ทันสมัยที่สุดของจีนนับตั้งแต่ปี 2020 และเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพทางทหารที่เพิ่มขึ้นของจีน 

“เครื่องบินทิ้งระเบิดพิสัยไกลของจีนไม่จำเป็นต้องอยู่บนหมู่เกาะพาราเซล ดังนั้นนี่จึงดูเหมือนเป็นการส่งสัญญาณจากจีนในทุกทิศทางต่อฟิลิปปินส์ สหรัฐฯ และสถานการณ์อื่นๆ ที่กำลังดำเนินอยู่”

คอลลิน โคห์ นักวิชาการด้านกลาโหมจากวิทยาลัยนานาชาติ เอส. ราชารัตนัม (RSIS) ของสิงคโปร์ กล่าว 

เครื่องบินทิ้งระเบิดพิสัยไกลรุ่น H-6 ของจีนถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้ และยังถูกพบเห็นในการซ้อมรบรอบไต้หวันเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว นอกจากนี้ยังบินเข้าใกล้แผ่นดินสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้วอีกด้วย 

สถาบันวิจัยยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ (IISS) ระบุว่า กองบัญชาการภาคใต้ของจีน ซึ่งดูแลพื้นที่ทะเลจีนใต้ มีเครื่องบินทิ้งระเบิดประจำการอยู่ 2 กองพัน โดยทั่วไปแล้ว เครื่องบินทิ้งระเบิดจะประจำการอยู่ที่ฐานทัพที่มีการป้องกันอย่างแน่นหนาบนแผ่นดินใหญ่ของจีน ซึ่งจะได้รับการคุ้มครองที่ดีกว่าในกรณีเกิดความขัดแย้ง และการโจมตีจากสหรัฐฯ  

Photo by : Maxar Technologies   

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์