รมว.กลาโหมซาอุฯ เผยถ้าทรัมป์ไม่โจมตีอิหร่านจะยิ่งทำให้ระบอบการปกครองของอิหร่านฮึกเหิมขึ้น

1 ก.พ. 2569 - 16:50

  • นี่เป็นการพลิกผันจากประเด็นที่ซาอุดีอาระเบียเคยกล่าวไว้ต่อสาธารณะเกี่ยวกับการเตือนไม่ให้สถานการณ์บานปลาย

  • เจ้าชายคาลิด บิน ซัลมาน ได้จัดการประชุมที่ทำเนียบขาว ประเด็นหลักมุ่งเน้นไปที่ความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่าน

  • ซาอุดีอาระเบียไม่ยอมให้สหรัฐฯ ใช้พื้นที่ทางอากาศเพื่อโจมตีอิหร่าน

รมว.กลาโหมซาอุฯ เผยถ้าทรัมป์ไม่โจมตีอิหร่านจะยิ่งทำให้ระบอบการปกครองของอิหร่านฮึกเหิมขึ้น

แหล่งข่าว 4 รายในห้องประชุมเปิดเผยกับสำนักข่าว Axios ว่า เจ้าชายคาลิด บิน ซัลมาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียและพระนุชาของมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน กล่าวในการบรรยายสรุปส่วนตัวเมื่อวันศุกร์ (30 ม.ค.) ที่กรุงวอชิงตันว่า หากประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ดำเนินการตามคำขู่ที่มีต่ออิหร่าน ระบอบการปกครองของซาอุดีอาระเบียจะแข็งแกร่งขึ้น

นี่เป็นการพลิกผันจากประเด็นที่ซาอุดีอาระเบียเคยกล่าวไว้ต่อสาธารณะเกี่ยวกับการเตือนไม่ให้สถานการณ์บานปลาย และจากความกังวลอย่างยิ่งที่มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แสดงต่อทรัมป์เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน โดยคำเตือนนั้นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทรัมป์ตัดสินใจชะลอการโจมตี

ก่อนหน้านี้ เจ้าชายคาลิด บิน ซัลมาน เดินทางเยือนสหรัฐฯ เพื่อประชุมเกี่ยวกับอิหร่าน ขณะที่ภูมิภาคกำลังเตรียมรับมือกับการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และการตอบโตที่อิหร่านประกาศกร้าวว่าจะ “ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

ทรัมป์ได้สั่งการให้มีการเสริมกำลังทางทหารของสหรัฐฯ อย่างมหาศาลในอ่าวเปอร์เซีย แม้ว่าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวจะยืนยันว่าเขายังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายและยังคงยินดีที่จะสำรวจการเจรจาทางการทูต

ณ ขณะนี้ ยังไม่มีการเจรจาโดยตรงที่จริงจังระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวว่า อิหร่านดูเหมือนจะไม่สนใจข้อตกลงที่อิงตามเงื่อนไขสูงสุดของสหรัฐฯ

“อิหร่านต้องการทำข้อตกลงเสมอ แต่ปัญหาคือ อิหร่านต้องการข้อตกลงแบบไหน และสหรัฐฯ ยอมรับข้อตกลงแบบไหน นั่นเป็นคำถามที่ดีมาก และเรายังไม่เห็นว่ามันจะลงตัวในขณะนี้” เจ้าหน้าที่จากประเทศในอ่าวเปอร์เซียกล่าว

เจ้าชายคาลิด บิน ซัลมาน ได้จัดการประชุมยาวนานที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดี (29 ม.ค.) กับรัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีกลาโหม พีท เฮกเซธ ทูตพิเศษประจำทำเนียบขาว สตีฟ วิทคอฟฟ์ และประธานคณะเสนาธิการร่วม แดน เคน

แหล่งข่าวที่ทราบเรื่องนี้ระบุว่า ประเด็นหลักมุ่งเน้นไปที่ความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่าน

ท่าทีของซาอุดีอาระเบียต่อสาธารณะนั้นระมัดระวังเป็นอย่างมาก มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ตรัสกับประธานาธิบดีอิหร่านทางโทรศัพท์เมื่อวันพุธ (28 ม.ค.) ว่า ซาอุดีอาระเบียจะไม่ยอมให้สหรัฐฯ ใช้พื้นที่ทางอากาศเพื่อโจมตีอิหร่าน โดยออกแถลงการณ์ว่า พวกเขาเคารพในอธิปไตยของอิหร่านและแสวงหาทางออกทางการทูต

มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แสดงท่าทีที่เปิดเผยมากขึ้นในการประชุมนานหนึ่งชั่วโมงเมื่อวันศุกร์ (30 ม.ค.) กับผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัยประมาณ 15 คนเกี่ยวกับตะวันออกกลางและตัวแทนจากองค์กรชาวยิว 5 แห่ง

แหล่งข่าวระบุว่า มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน คิดว่าทรัมป์จะต้องใช้ปฏิบัติการทางทหารหลังจากที่ขู่มาหลายสัปดาห์แล้ว แต่ก็ต้องพยายามลดความเสี่ยงจากการบานปลายของสถานการณ์ในภูมิภาคด้วย

แหล่งข่าวในห้องประชุมเผว่ มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ตรัสว่า “ในตอนนี้ หากสิ่งนี้ไม่เกิดขึ้น มันจะยิ่งทำให้ระบอบการปกครองนั้นฮึกเหิมขึ้น”

แหล่งข่าว 2 รายกล่าวว่า พวกเขาเข้าใจว่า กำลังสะท้อนข้อความที่ได้สื่อสารที่ทำเนียบขาว อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวยังกล่าวอีกว่า ออกจากห้องประชุมนั้นโดยที่ยังไม่เข้าใจอย่างชัดเจนว่ากลยุทธ์หรือเจตนาของรัฐบาลทรัมป์เกี่ยวกับอิหร่านคืออะไร

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เผยว่า เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน ซาอุดีอาระเบียแทบจะขอร้องสหรัฐฯ ไม่ให้ทิ้งระเบิดอิหร่าน และเตือนถึงความเสี่ยงของสงครามในภูมิภาค

เหตุผลหนึ่งสำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้อาจเป็นเพราะซาอุดีอาระเบียตัดสินใจแล้วว่าทรัมป์จะโจมตี และไม่ต้องการถูกมองว่าต่อต้านการกระทำดังกล่าว

แหล่งข่าว 3 รายในห้องประชุมกล่าวว่า มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ยืนยันว่า ซาอุดีอาระเบียไม่ได้หันเหออกไปจากอิสราเอล หรือเข้าหากลุ่มภราดรภาพมุสลิม

Photo by ALLISON ROBBERT / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์