เตรียมใช้น้ำมันแพง! โอเปก-บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่พร้อมใจลดการผลิตน้ำมัน

3 เม.ย. 2566 - 12:25

  • ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นนั้นคาดว่าจะช่วยเติมเต็มเงินกองทุนของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียในการทำสงคราม

  • นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มความตึงเครียดให้กับสหรัฐฯ ซึ่งเรียกร้องให้ซาอุดีอาระเบียและพันธมิตรอื่นๆ เพิ่มกำลังการผลิต

  • “การลดการผลิตอาจไม่ใช่ 1.15 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งอาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าการปรับลดจะมีผล และอุปสงค์อาจลดลงหากสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอยที่เกิดจากวิกฤตการธนาคาร”

Saudis_other_oil_giants_announce_surprise_production_cuts_SPACEBAR_Hero_caf0228dfb.jpeg
ซาอุดีอาระเบียและผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่รายอื่นๆ ประกาศปรับลดการผลิตน้ำมันรวมกว่า 1.15 ล้านบาร์เรลต่อวันตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงสิ้นปี เพิ่มเติมจากเดิมที่ลดการผลิตวันละ 2 ล้านบาร์เรลมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนของปีที่แล้ว ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดเอเชียพุ่งขึ้นทันทีเกือบ 6%  ส่วนราคาน้ำมันดิบอ้างอิงของเวสต์เทกซัสพุ่งขึ้น 5.74% ไปอยู่ที่ 80.01 ดลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบเบรนต์ขยับขึ้น 5.67% ไปอยู่ที่ 84.42 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล 

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะช่วยเติมเต็มเงินกองทุนของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย ในขณะที่รัสเซียกำลังทำสงครามกับยูเครนและบีบบังคับให้ชาวอเมริกันและคนอื่นๆ ต้องจ่ายราคาน้ำมันมากขึ้นท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก 

นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มความตึงเครียดให้กับสหรัฐฯ ซึ่งเรียกร้องให้ซาอุดีอาระเบียและพันธมิตรอื่นๆ เพิ่มการผลิต เพื่อลดราคาน้ำมัน 

เควิน บุค กรรมการผู้จัดการของ Clearview Energy Partners LLC กล่าวว่า “มีตัวแปรที่ซับซ้อนหลายอย่างในราคาน้ำมันและก๊าซ ขนาดการลดการผลิตของแต่ละประเทศขึ้นอยู่กับจำนวนการผลิตพื้นฐานที่ใช้ ดังนั้นการลดการผลิตอาจไม่ใช่ 1.15 ล้าน ซึ่งอาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าการปรับลดจะมีผล และอุปสงค์อาจลดลงหากสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอยที่เกิดจากวิกฤตการธนาคาร แต่ก็สามารถเพิ่มขึ้นได้ในช่วงฤดูร้อนเนื่องจากผู้คนเดินทางมากขึ้น” 

อย่างไรก็ดี ซาอุดีอาระเบียประกาศลดน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในบรรดาสมาชิกโอเปกที่  500,000 บาร์เรลต่อวัน โดยการปรับลดดังกล่าวนั้นเพิ่มเติมมาจากการลดที่ประกาศเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วซึ่งทำให้ฝ่ายบริหารของ ไบเดนไม่พอใจ 

กระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบียอธิบายว่า “การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นมาตรการป้องกันที่มีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมัน การปรับลดดังกล่าวคิดเป็นน้อยกว่า 5% ของการผลิตเฉลี่ยของซาอุดีอาระเบียที่ 11.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2022” 

ขณะที่อิรักจะลดการผลิตลง 211,000 บาร์เรลต่อวัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 144,000 บาร์เรลต่อวัน คูเวต 128,000 บาร์เรลต่อวัน คาซัคสถาน 78,000 บาร์เรลต่อวัน แอลจีเรีย 48,000 บาร์เรลต่อวัน และโอมาน 40,000 บาร์เรลต่อวัน  

คริสเตียน โคอาเตส อุลริชเซ่น ผู้เชี่ยวชาญด้านอ่าวแห่งสถาบัน Baker Institute for Public Policy ของมหาวิทยาลัยไรซ์ กล่าวว่า “ซาอุดีอาระเบียมุ่งมั่นที่จะรักษาราคาน้ำมันให้สูงพอที่จะสนับสนุนโครงการขนาดใหญ่ที่มีความทะเยอทะยานซึ่งเชื่อมโยงกับแผนวิสัยทัศน์ปี 2030 ของมกุฏราชกุมาร มุฮัมมัด บิน ซัลมาน เพื่อยกเครื่องเศรษฐกิจ” 

“ผลประโยชน์ภายในประเทศนี้มีความสำคัญเหนือการตัดสินใจของซาอุดีอาระเบียเหนือความสัมพันธ์กับพันธมิตรระหว่างประเทศ และมีแนวโน้มที่จะยังคงเป็นจุดขัดแย้งในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียในอนาคตอันใกล้” เขากล่าวเสริม 

ทั้งนี้ พันธมิตรระหว่างสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียที่มีมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษได้เผชิญกับความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลังจากการสังหารนายญะมาล คาชุกญี นักข่าวที่มีฐานอยู่ในสหรัฐฯ ในปี 2018 รวมถึงสงครามของซาอุดีอาระเบียกับกลุ่มกบฏฮูษีที่อิหร่านหนุนหลังในเยเมนอีกด้วย 

ขณะเดียวกันซาอุดีอาระเบียปฏิเสธการเข้าข้างรัสเซียในสงครามยูเครน แม้ว่าซาอุดีอาระเบียจะพัฒนาความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับทั้งมอสโกและปักกิ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อสัปดาห์ที่แล้วบริษัทปิโตรเลียม ‘Aramco’ ก็ได้ประกาศการลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นปลายของจีนด้วย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์