สำนักข่าว BBC ลงพื้นที่สำรวจ ‘ชเวโก๊กโก’ เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งรวมการฉ้อโกง การฟอกเงิน และการค้ามนุษย์ที่ทำกำไรมหาศาล โดยมี ‘เฉอจื้อเจียง’ ชายชาวจีนเชื้อสายกัมพูชาผู้อยู่เบื้องหลังธุรกิจหลอกลวงนี้ซึ่งตอนนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกรุงเทพฯ เพื่อรอการส่งตัวกลับประเทศจีน
บริษัทยาไท่ของจื้อเจียง ผู้สร้างเมืองแห่งนี้ได้วาดภาพเมืองชเวโก๊กโกไว้ในรูปแบบที่แตกต่างออกไปจากในวิดีโอโปรโมตที่เป็นเมืองตากอากาศ จุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน และที่พักพิงของเหล่าคนรวย
เรื่องราวของชเวโก๊กโกคือหนึ่งในความทะเยอทะยานอันไร้ขีดจำกัดซึ่งแผ่ขยายไปในประเทศจีนในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา จื้อเจียงใฝ่ฝันที่จะสร้างเมืองแห่งนี้ขึ้นเพื่อเป็นทางหนีจากโลกอันมืดมิดของการหลอกลวงและการพนันที่เขาอาศัยอยู่
แต่ด้วยการตั้งเป้าที่สูงขนาดนี้ จื้อเจียงกลับดึงดูดความสนใจของจีนซึ่งขณะนี้กำลังกระตือรือร้นที่จะปราบปรามการฉ้อโกงตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา เนื่องจากมีเป้าหมายไปที่ชาวจีนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากนี้ รายงานข่าวแก๊งหลอกลวงออนไลน์ดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของไทยอีกด้วย ซึ่งประเทศไทยได้ระงับการจ่ายกระแสไฟฟ้าข้ามชายแดนเมื่อวันพุธ (5 ก.พ.) ที่ผ่านมา รวมถึงเข้มงวดกฎเกณฑ์การธนาคาร และจะระงับการออกวีซ่าให้กับผู้ต้องสงสัยว่าอาจใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางผ่าน
ชเวโก๊กโกถูกปล่อยทิ้งให้โดดเดี่ยวอยู่ในเมียนมาหลังการรัฐประหารและเต็มไปด้วยสงคราม ซึ่งไม่สามารถดึงดูดการลงทุน รวมถึงนักท่องเที่ยวเข้ามาได้อย่างต่อเนื่อง
ยาไท่กำลังพยายามแก้ไขภาพลักษณ์อันชั่วร้ายของเมืองด้วยการให้บรรดานักข่าวได้เห็นมัน และหวังว่าการรายงานข่าวจะช่วยให้จื้อเจียงออกจากคุกได้ พวกเขาจึงเชิญ BBC มาที่ชเวโก๊กโก
ภายในชเวโก๊กโก...
ตั้งแต่ปี 2017 ชเวโก๊กโกกลายเป็นสถานที่ต้องห้ามและไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้า แต่เนื่องจากสงครามกลางเมืองในเมียนมาทวีความรุนแรงขึ้นหลังการรัฐประหารในปี 2021 ทำให้การเข้าถึงเมืองนี้ยากขึ้นกว่าเดิม การเดินทางจากย่างกุ้งซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการค้าของประเทศต้องใช้เวลา 3 วัน โดยต้องผ่านจุดตรวจหลายจุด ถนนที่ถูกปิดกั้น และมีความเสี่ยงสูงที่จะติดอยู่ในเหตุการณ์ปะทะกัน ขณะที่การเดินทางข้ามจากประเทศไทยนั้นใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่ต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อหลีกเลี่ยงการลาดตระเวนของตำรวจและกองทัพไทย
ทีมข่าว BBC เผยว่า เมื่อมองเผินๆ ชเวโก๊กโกดูเหมือนเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งในจีน ป้ายบอกทางบนอาคารเขียนด้วยอักษรจีน และมีขบวนรถก่อสร้างที่ผลิตในจีนแล่นไปมาระหว่างไซต์ก่อสร้างอยู่ตลอดเวลา
คนส่วนใหญ่ที่ทีมข่าวเห็นคือ ‘ชาวกะเหรี่ยง’ ชนกลุ่มน้อยในเมียนมาซึ่งเดินทางมาทำงานที่ชเวโก๊กโกทุกวัน ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่น่าจะเป็นลูกค้าของโรงแรมและคาสิโนนั้นมีเพียงไม่กี่คน
ยาไท่บอกว่าไม่มีการฉ้อโกงอีกต่อไปในชเวโก๊กโกแล้ว ทางบริษัทได้ติดป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ทั่วเมืองเป็นภาษาจีน พม่า และอังกฤษว่าไม่อนุญาตให้บังคับใช้แรงงาน และไม่อนุญาตให้ดำเนินธุรกิจหลอกลวงออนไลน์ แต่ชาวบ้านในท้องถิ่นบอกทีมข่าวอย่างเงียบๆ ว่า ‘ธุรกิจฉ้อโกงยังคงดำเนินต่อไป’
เมื่อทศวรรษที่แล้ว มีนักลงทุนจีนที่เข้ามาลงทุนอย่างล้นหลามบนชายฝั่งกัมพูชา ต่อมาได้ย้ายมาตั้งรกรากบริเวณชายแดนเมียนมาที่ติดกับจีนซึ่งเป็นดินแดนรกร้างไร้กฎหมาย แต่ปัจจุบัน กลุ่มผู้หลอกลวงเหล่านี้กลับมารวมตัวตั้งรกรากอยู่ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมาแทน
การฉ้อโกงเหล่านี้ได้เติบโตจนกลายเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ แรงงานหลายพันคนจากจีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกา และอนุทวีปอินเดีย ถูกกักขัง อีกทั้งยังถูกบังคับให้ทำงานหลอกลวงผู้คนทั่วโลกให้สูญเสียเงิน บางคนทำงานที่นั่นด้วยความเต็มใจ แต่บางคนถูกจับตัวไปและถูกบังคับให้ทำงาน
ทีมข่าว BBC ได้พูดคุยกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ทำงานในศูนย์หลอกลวงแห่งหนึ่ง เธอเล่าว่า เธอทำงานอยู่ในทีมโมเดลลิ่ง ซึ่งส่วนใหญ่มีแต่หญิงสาวสวยที่จะคอยติดต่อกับเหยื่อ (ที่มีแนวโน้มว่าจะตกเป็นเหยื่อ) และพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดทางออนไลน์กับพวกเธอ
“กลุ่มเป้าหมายคือผู้สูงอายุ...บทสนทนาส่วนใหญ่จะเป็นไปในลัษณะว่า ‘คุณดูเหมือนเพื่อนฉันคนหนึ่งเลย’ พอเหยื่อไว้วางใจ คุณก็จะให้กำลังใจพวกเขาดวยการส่งรูปตัวเองมาให้ บางครั้งก็ใส่ชุดนอน” หญิงคนดังกล่าว เล่า จากนั้น เธออธิบายว่าการสนทนาจะเปลี่ยนไปเป็นเรื่องของแผนการรวยทางลัด เช่น การลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล โดยผู้หญิงเหล่านี้อ้างว่านั่นเป็นวิธีที่พวกเธอทำเงินได้มากมาย
“ทุกคนในชเวโก๊กโกรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่น” และเธอยังปฏิเสธข้อเรียกร้องของยาไท่ที่บอกว่าไม่อนุญาตให้มีศูนย์หลอกลวงในชเวโก๊กโกอีกต่อไป “นั่นเป็นเรื่องโกหก ไม่มีทางที่พวกเขาจะไม่รู้เรื่องนี้ ทั้งเมืองกำลังทำเรื่องหลอกลวงในตึกสูงเหล่านั้น ไม่มีใครไปที่นั่นเพื่อความสนุก ไม่มีทางที่พวกยาไท่จะไม่รู้” หญิงสาว บอก
ธุรกิจในเขตสงคราม

ทีมข่าว BBC ได้รับอนุญาตให้เข้าไปชมคาสิโนแห่งหนึ่งในชเวโก๊กโกซึ่งบริหารโดยชาวออสเตรเลีย ซึ่งเขาบอกว่า ‘เขาจะปิดคาสิโนแห่งนี้ลง’
ผู้จัดการชาวออสเตรเลียเผยว่า คาสิโนแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อ 6 ปีที่แล้ว เคยได้รับความนิยมและทำกำไรได้ในช่วงก่อนเกิดสงครามกลางเมืองซึ่งตอนนั้นมีคาสิโนอยู่เพียงหนึ่งหรือสองแห่งเท่านั้น แต่ในปัจจุบัน มีคาสิโนเปิดดำเนินการอย่างน้อย 9 แห่ง ทำให้ไม่ค่อยมีลูกค้าเข้ามา
ทีมข่าวถามทางบริษัทยาไท่ว่าพวกเขาทำเงินได้เท่าไร แต่พวกเขาไม่ยอมบอกแม้แต่ตัวเลขคร่าวๆ และบอกว่า ‘เป็นเรื่องส่วนตัว’
บริษัทนี้จดทะเบียนในฮ่องกง เมียนมา และไทย แต่บริษัทเหล่านี้เป็นเพียงบริษัทที่มีแต่ชื่อ แต่ไม่มีสินทรัพย์ ซึ่งมีรายได้หรือรายรับที่ส่งผ่านบริษัทเหล่านี้เพียงเล็กน้อย
นอกจากนี้ ทีมข่าว BBC ยังได้แวะชมคาสิโนอีกแห่งหนึ่ง แต่ได้รับอนุญาตให้เข้าชมแค่คลับคาราโอเกะเท่านั้น ซึ่งดูเหมือนจะไม่ค่อยมีคน ยกเว้นสาวจีนบางคนที่ทำงานที่นั่น ที่นี่มีห้องส่วนตัวที่น่าตื่นตาตื่นใจ มีโดมขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยจอภาพแบบดิจิทัล อีกทั้งยังมีการฉายวิดีโอเพื่อยกย่องวิสัยทัศน์และคุณธรรมของจื้อเจียงด้วย
ทีมข่าว BBC ยังได้พูดคุยกับ ‘เหอหยิงเซียง’ คนสนิทของจื้อเจียงวัย 31 ปี ซึ่งเขาให้คำอธิบายที่แตกต่างไปจากเจ้านายของเขาเล็กน้อยเกี่ยวกับการหลอกลวงที่ยังคงเกิดขึ้น “พวกเราเป็นเพียงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผมรับรองได้ว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นที่นี่ แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น ชาวบ้านในพื้นที่ก็มีระบบกฎหมายของตัวเอง ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของพวกเขาที่จะจัดการกับเรื่องนี้ หน้าที่ของเราคือจัดหาโครงสร้างพื้นฐานที่ดี อาคารที่ดี และอุตสาหกรรมสนับสนุน”
แต่ไม่มีระบบกฎหมาย หรือรัฐบาลใดๆ ในพื้นที่นี้ของเมียนมา มันถูกปกครองโดยกลุ่มติดอาวุธที่ควบคุมพื้นที่ต่างๆ ตามแนวชายแดนไทย
ผู้บัญชาการของพวกเขาจะตัดสินใจว่าใครสามารถสร้าง หรือบริหารธุรกิจได้ โดยจะนำส่วนแบ่งเหล่านี้ไปช่วยเหลือระดมทุนในการทำสงครามกับกองทัพเมียนมา หรือต่อสู้กันเอง หลายคนในจำนวนนี้มักตั้งบริษัทฉ้อโกง
เหอยอมรับว่าสงครามเป็นปัจจัยที่ทำให้บริษัทยาไท่ได้ที่ดินมาในราคาถูก กลุ่มสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงกล่าวหาว่า ซอชิตตู ขับไล่ชาวพื้นเมืองออกจากที่ดินของพวกเขา และยังให้ค่าชดเชยเพียงเล็กน้อย แต่ยาไท่กลับเป็นฝ่ายจัดหางานที่จำเป็นอย่างยิ่งให้กับคนในท้องถิ่น
ความไร้กฎหมายของรัฐกะเหรี่ยงเป็นสิ่งที่ทำให้รัฐนี้ดึงดูดธุรกิจผิดกฎหมายได้มาก และนั่นไม่ได้ช่วยให้ภาพลักษณ์ของชเวโก๊กโกดีขึ้นเลย




