แม้ปี 2022 จะเป็นปีแห่งความความผันผวนไม่แน่นอนหลายประการ โดยเฉพาะด้านการเมืองและด้านเศรษฐกิจ แต่ในด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี มีวิทยาการมากมายที่ประสบความสำเร็จด้านการวิจัย และมีความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญ
หนึ่งในเรื่องที่น่าตื่นเต้นคือ ความสำเร็จในการวิจัยการสร้างพลังงานจากนิวเคลียร์ฟิวชั่น ที่นักวิทยาศาสตร์จากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ สามารถสร้างนิวเคลียร์ฟิวชั่นที่มีพลังงานมากพอสำหรับการใช้ประโยชน์ ผ่านกระบวนการยิงเลเซอร์บีมยิ่งยวด เพื่อรวมอะตอมของนิวเคลียร์เข้าไว้ด้วยกัน
ความสำเร็จในการวิจัยพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชั่นนับว่า เป็นหมุดหมายสำคัญในการวิจัยและพัฒนาเพื่อต่อยอดให้มนุษย์สามารถมีพลังงานสะอาดใช้ได้อย่างแทบไร้ขีดจำกัด เสมือนกับการที่มนุษย์สามารถสร้างพลังงานในรูปแบบเดียวกับที่ดวงอาทิตย์ปลดปล่อยพลังงานมายังพื้นโลกเป็นเวลานานนับล้านๆ ปี
อย่างก็ตามในปี 2023 ก็มีรายชื่อของวิทยาการสำคัญที่เชื่อว่าจะเป็นอีกหมุดหมายสำคัญของวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโลกเช่นกัน
หนึ่งในเรื่องที่น่าตื่นเต้นคือ ความสำเร็จในการวิจัยการสร้างพลังงานจากนิวเคลียร์ฟิวชั่น ที่นักวิทยาศาสตร์จากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ สามารถสร้างนิวเคลียร์ฟิวชั่นที่มีพลังงานมากพอสำหรับการใช้ประโยชน์ ผ่านกระบวนการยิงเลเซอร์บีมยิ่งยวด เพื่อรวมอะตอมของนิวเคลียร์เข้าไว้ด้วยกัน
ความสำเร็จในการวิจัยพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชั่นนับว่า เป็นหมุดหมายสำคัญในการวิจัยและพัฒนาเพื่อต่อยอดให้มนุษย์สามารถมีพลังงานสะอาดใช้ได้อย่างแทบไร้ขีดจำกัด เสมือนกับการที่มนุษย์สามารถสร้างพลังงานในรูปแบบเดียวกับที่ดวงอาทิตย์ปลดปล่อยพลังงานมายังพื้นโลกเป็นเวลานานนับล้านๆ ปี
อย่างก็ตามในปี 2023 ก็มีรายชื่อของวิทยาการสำคัญที่เชื่อว่าจะเป็นอีกหมุดหมายสำคัญของวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโลกเช่นกัน

ต่ออยอดเทคโนโลยี mRNA
หลังจากโลกประสบความสำเร็จในการผลิตวัคซีนชนิด mRNA เพื่อต่อสู้กับการระบาดของโควิด-19 BioNTech บริษัทผู้วิจัยวัคซีนชนิดนี้ในประเทศเยอรมนี มีแผนต่อยอดเทคโนโลยีวัคซีน mRNA ไปสู่การใช้ในวัคซีนป้องกันโรคชนิดอื่น โดยในปีหน้าคาดว่า BioNTech จะเริ่มการทดลองครั้งแรกในมนุษย์สำหรับวัคซีน mRNA สำหรับป้องกันมาลาเรีย วัณโรค และเริมที่อวัยวะเพศขณะเดียวกัน BioNTech ยังร่วมมือกับ Pfizer วิจัยและทดลองวัคซีนที่ใช้เทคโนโลยี mRNA เพื่อลดอัตราการเกิดโรคงูสวัด เช่นเดียวกับ Moderna อีกหนึ่งผู้วิจัยวัคซีนโควิดชนิด mRNA ก็มีแผนเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการทดลองวัคซีน mRNA สำหรับป้องกันไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคเริมที่อวัยวะเพศและโรคงูสวัดเช่นกัน
อย่างไรก็ตามทั้ง BioNTech และ Pfizer ก็ยังไม่ทิ้งการต่อยอดวัคซีนป้องกันโควิดแบบครอบคลุม โดยในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา Pfizer เริ่มทดลองวัคซีนแบบเข็มเดียวที่ป้องกันได้ทั้ง โควิด-19 และไข้หวัดใหญ่ ผ่านการใช้ mRNA ที่เข้ารหัสโปรตีนที่จับกับ SARS-CoV-2, Omicron BA.4/BA.5 และไข้หวัดใหญ่สี่สายพันธุ์
ขณะเดียวกันบริษัทยาแห่งอื่นก็กำลังพัฒนาและทดลองความเป็นไปได้ในการใช้วัคซีนป้องกันโควิดแบบสเปรย์ฉีดจมูกที่ออกฤทธิ์เร็วเช่นกัน หลังสเปรย์เหล่านี้ได้ผลในสัตว์ แต่หนทางสู่การทดลองในมนุษย์อาจยังอีกไกล

ขยายขอบเขตสำรวจดวงดาว
ในปี 2022 ที่ผ่านมา ภาพถ่ายกลุ่มกาแลกซีและกลุ่มดาวที่ได้จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ (JWST) หลายภาพทำให้โลกตกตะลึง ภาพบางส่วนที่ได้จาก JWST เกี่ยวกับเอกภพในยุคแรกเริ่มได้รับการเผยแพร่ในปีนี้ นักดาราศาสตร์จะยังคงใช้ประโยชน์จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ ในการสำรวจวิวัฒนาการของดาราจักรต่อไปในปีหน้าอย่างไรก็ตามในปี 2023 กล้องโทรทรรศน์อวกาศยูคลิด (Euclid space telescope) ที่พัฒนาโดยองค์การอวกาศยุโรป European Space Agency (ESA) ก็มีแผนปล่อยขึ้นสู่อวกาศในปีหน้า โดยจุดประสงค์เพื่อโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นเวลาหกปีและถ่ายภาพเพื่อสร้างแผนที่ 3 มิติของจักรวาล
เช่นเดียวกับดาวเทียมของหน่วยงานสำรวจอวกาศของญี่ปุ่น Japan Aerospace Exploration Agency (JAXA) ก็มีแผนปล่อยดาวเทียมโคจรรอบโลก ทำภารกิจถ่ายภาพรังสีเอกซ์และสเปกโทรสโกปีตรวจจับรังสีเอกซ์จากดวงดาวและกาแล็กซีที่ห่างไกล
นอกจากการปล่อยจรวดเพื่อส่งดาวเทียมสำรวจอวกาศแล้ว หอดูดาวเวรารูบิน Vera C. Rubin Observatory ในชิลี ซึ่งเป็นหอดูดาวเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนกับรัฐบาลสหรัฐฯ มีแผนจะเปิดทำการและเริ่มถ่ายภาพชุดแรกในเดือนกรกฎาคม 2023
ความพิเศษของหอดูดาวนี้คือ กล้องโทรทรรศน์ซึ่งมีการออกแบบกระจก 3 ชั้นแบบพิเศษและกล้องที่มีเครื่องตรวจจับโซลิดสเตตมากกว่าสามพันล้านพิกเซล จะสามารถสแกนพื้นที่ทางตอนใต้ทั้งหมดได้ทั้งหมด ในเวลาเพียงสามคืน และยังถือเป็นกล้องโทรทรรศน์ที่บังคับทิศทางได้ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
เช่นเดียวกับกล้องโทรทรรศน์วิทยุ Xinjiang Qitai (QTT) ในมณฑลซินเจียง ประเทศจีน จะเริ่มต้นถ่ายภาพท้องฟ้าได้ในปีหน้า ซึ่งขนาดกล้องของ QTT ขนาดใหญ่ที่สามารถบังคับได้จะช่วยให้สามารถสังเกตดวงดาวบนท้องฟ้าได้กว่า 75% ในทุกช่วงเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน
ภารกิจพิชิตดวงจันทร์
หลังจากที่องค์การนาซา (NASA) เริ่มต้นการทดสอบแคปซูล Orion ซึ่งเป็นหนึ่งในยานสำรวจที่จะนำมนุษย์กลับไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้ง หลายประเทศต่างก็ประกาศความทะเยอทะยานในการปักธงบนดวงจันทร์เช่นกันสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กเปิดตัวโครงการส่งยานโรเวอร์สำรวจดวงจันทร์ Rashid rover ที่สร้างโดยศูนย์อวกาศ โมฮัมหมัด บิน ราชิต ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งคาดว่าจะมีกำหนดลงจอดบริเวณปล่อย Atlas ของดวงจันทร์ช่วงต้นปีหน้า จะส่งผลให้สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์เป็นชาติแรกของอาหรับที่ประสำความสำเร็จในการสำรวจดวงจันทร์
เช่นเดียวกับญี่ปุ่นที่มีภารกิจ HAKUTO-R ซึ่งคาดว่ายานสำรวจจะลงจอดบนดวงได้ในช่วงเดือนเมษายน ส่วนยาน Chandrayaan-3 ภารกิจสำรวจดวงจันทร์ครั้งที่ 3 ขององค์การวิจัยอวกาศแห่งอินเดีย จะลงจอดใกล้กับขั้วใต้ของดวงจันทร์ในช่วงกลางปี 2023 และในเดือนเมษายนองค์การอวกาศยุโรป (ESA) จะเปิดตัวภารกิจ Jupiter Icy Moons Explorer (JUICE) ซึ่งมุ่งศึกษาสภาพแวดล้อมของก๊าซในชั้นบรรยากาศของดาวพฤหัสและดวงจันทร์บริวารอีกสามดวง

ยารักษาอัลไซเมอร์
ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2023 หน่วยงานกำกับดูแลด้านยาของสหรัฐมีแผนจะอนุมัติยา Lecanemab ว่าสามารถชะลออัตราการเสื่อมความจำในโรคอัลไซเมอร์หรือไม่ หลังยาดังกล่าวผ่านการทดลองทางคลินิกจนพบว่าให้ผลการรักษาต่อผู้เป็นโรคอัลไซเมอร์ได้เป็นอย่างดียาดังกล่าวถูกพัฒนาโดยความร่วมระหว่างบริษัทยา Eisai และบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ Biogen เป็นยารูปแบบโมโนโคลนอลแอนติบอดีที่ล้างโปรตีน amyloid-β ที่สะสมในสมอง การทดลองทางคลินิกผ่านผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ระยะเริ่มต้นจำนวน 1,795 คน แสดงให้เห็นว่ายา Lecanemab ชะลอความเสื่อมทางจิตใจลง 27% เมื่อเทียบกับยาหลอก อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์บางคนคิดว่านี่เป็นเพียงประโยชน์เล็กน้อย ขณะที่บางส่วนยังมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยองยา
ขณะที่ยารักษาโรคอัลไซเมอร์อีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า blarcamesine ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท Anavex Life Sciences ยังคงเดินหน้าต่อไปผ่านการทดลองทางคลินิก โดยยา Blarcamesine ทำงานในรูปแบบกระตุ้นโปรตีนที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพของเซลล์ประสาทและความสามารถในการเชื่อมต่อซึ่งกันและกัน เพื่อชะลอการเสื่อมของความทรงจำในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์
โรงขยะนิวเคลียร์แห่งแรกของโลก
เมื่อปี 2015 รัฐบาลฟินแลนด์ได้อนุมัติการก่อสร้างที่เก็บขยะกัมมันตรังใต้ดินแห่งแรกของโลก หรือ Onkalo spent nuclear fuel repository ที่เกาะ Olkiluoto นอกชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ โดยโรงกำจัดและเก็บขยะนิวเคลียร์แห่งแรกของโลกนี้คาดว่าตจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2023จุดประสงค์ของ Onkalo spent nuclear fuel repository คือเพื่อกำจัดเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วอย่างปลอดภัย โดยยูเรเนียมกัมมันตรังสีมากถึง 6,500 ตันจะถูกบรรจุในกระป๋องทองแดง ซึ่งจะถูกปกคลุมด้วยดินเหนียวและฝังอยู่ในอุโมงค์หินแกรนิตลึก 400 เมตรใต้ดิน วัตถุนิวเคลียร์จะปิดสนิทและฝั่งอยู่อยู่ที่นั่นเป็นเวลาหลายแสนปี ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นรังสีจะมีอายุครึ่งชีวิตซึ่งจะมีระดับการปล่อยรังสีในระดับที่ไม่เป็นอันตราย



