ผู้เชี่ยวชาญได้ค้นพบเส้นทางไปสู่การรักษาแบบใหม่กับ ‘มะเร็ง’ บางรูปแบบที่อันตรายที่สุด โดยค้นพบวิธีที่จะต่อสู้กับโปรตีนที่มีชื่อว่า ‘เดธสตาร์’
การกลายพันธุ์ในโปรตีนที่เรียกกันว่า ‘KRAS’ มีส่วนทำให้เกิดมะเร็ง 1 ใน 10 ราย และทำให้เกิดมะเร็งปอด 40% มะเร็งลำไส้ 45% และมะเร็งตับอ่อน 90%
โปรตีนตัวนี้มีพื้นผิวที่ไม่สามารถเจาะเข้าไปได้และดื้อยา และยากต่อการรักษา โดยถูกเรียกว่า เดธสตาร์ เนื่องจากมีรูปร่างเป็นทรงกลมและไม่มีจุดที่จะกำหนดเป้าหมายให้ยารักษา
แต่ตอนนี้นักวิจัยได้ค้นพบพื้นที่บางส่วนบนพื้นผิวของโปรตีนที่เป็นเป้าหมายสำหรับการรักษาในอนาคต นั่นคือ ‘ช่องโหว่’ ที่อาจปูทางไปสู่ยาใหม่ๆ ที่ควบคุมโปรตีนและป้องกันไม่ให้มันขับเคลื่อนการแพร่กระจายของมะเร็ง
ทีมงานจากสถาบัน Wellcome Sanger ใกล้กับเมืองเคมบริดจ์ ร่วมกับนักวิจัยจากศูนย์ควบคุมจีโนมในสเปนเป็นผู้ค้นพบ
พวกเขาใช้เทคนิคที่เรียกว่าการสแกนการกลายพันธุ์แบบลึกเพื่อทำแผนที่โปรตีนในระดับที่ไม่เคยทำมาก่อน
ในการทำเช่นนั้น พวกเขาได้ค้นพบช่อง 4 ช่อง ที่แตกต่างกัน ซึ่งช่องบนพื้นผิวของโปรตีนนี้อาจเป็นจุดที่จะนำยาในอนาคตมาใช้
ตำแหน่งเหล่านี้ซึ่งเรียกว่า ‘อัลโลสเตอริก’ (allosteric) มีความสำคัญเนื่องจาก เมื่อโมเลกุลจับตัวกับมัน พวกมันจะสามารถกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างและการทำงานของโปรตีนได้
และด้วยการค้นพบวิธีการใหม่ๆ ในการควบคุมโปรตีน ผู้เชี่ยวชาญหวังว่าพวกเขาจะสามารถป้องกันไม่ให้เดธสตาร์ก่อมะเร็งรูปแบบที่อันตรายได้
อังเดร โฟเร่ ผู้ร่วมการศึกษากล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการค้นพบยาเหมือนกับการเปิดไฟ และเปิดเผยวิธีการต่างๆ ที่เราสามารถควบคุมโปรตีนได้
การศึกษาซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature ยังเผยด้วยว่า การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในโปรตีนเดธสตาร์สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของมันได้อย่างมาก
พวกเขากล่าวว่า สิ่งนี้อาจนำไปสู่กลยุทธ์ใหม่ๆ ที่ควบคุมพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของโปรตีน โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานปกติในเนื้อเยื่อที่ไม่เป็นมะเร็ง
แม้จะมีการวิจัยมาเป็นเวลากว่า 4 ทศวรรษ มีสิ่งพิมพ์ทางวิทยาศาสตร์หลายหมื่นฉบับ และการเผยแพร่โครงสร้างของ KRAS มากกว่า 300 รายการ แต่จนถึงขณะนี้มียาเพียง 2 ตัวเท่านั้นที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ทางคลินิก
นักวิจัยหวังว่าการค้นพบใหม่นี้จะนำไปสู่การรักษาที่มีผลข้างเคียงน้องลง ปลอดภัยกว่า และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เบ็น เลห์เนอร์ ผู้ศึกษาอาวุโส กล่าวว่า ความท้าทายใหญ่ในวงการแพทย์ ไม่ใช่การไม่รู้ว่าโปรตีนชนิดใดก่อให้เกิดโรค แต่เป็นการไม่รู้ว่าจะควบคุมมันอย่างไร
“การศึกษาของเราแสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ใหม่ในการพุ่งเป้าไปที่โปรตีนเหล่านี้ และเร่งการพัฒนายาเพื่อควบคุมมัน” เขากล่าว




