นักวิทยาศาสตร์ไขข้อสงสัย ‘ทำไมเราเป็นไข้หวัดมากขึ้นในฤดูหนาว?’

8 ธ.ค. 2565 - 14:43

  • “อากาศเย็นมีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสที่เพิ่มขึ้น เพราะคุณสูญเสียภูมิคุ้มกันไปครึ่งหนึ่งแล้ว แค่อุณหภูมิลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้นก็สามารถทำให้คุณติดเชื้อได้ง่ายขึ้น”

  • “หน้ากากอนามัยไม่เพียงแต่ปกป้องคุณจากการสูดดมไวรัสโดยตรงเท่านั้น แต่มันยังเหมือนกับการสวมเสื้อกันหนาวที่จมูกของคุณด้วย”

Scientists_know_why_people_get_more_colds_and_flu_in_winter_SPACEBAR_Hero_32df9c680f.jpeg
เมื่อความหนาวเย็นมาเยือน หลายคนคงรู้ว่ามันหมายถึงอะไร? แน่นอนว่าไข้หวัด หรือไข้หวัดใหญ่กำลังกลับมาอีกครั้งและมันจะมาพร้อมกับอาการไม่พึงประสงค์อย่างการจาม น้ำมูกไหล ซึ่งสร้างความรำคาญใจให้กับผู้ป่วยอย่างมาก 

สำนักข่าว CNN รายงานว่า นักวิทยาศาสตร์ค้นพบสาเหตุทางชีววิทยาที่ทำให้เราป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจมากขึ้นในฤดูหนาว ซึ่งพบว่า อากาศเย็นสามาถทำลายการตอบสนองของภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นในจมูก 

การค้นพบนี้อธิบายว่าทำไมเดือนที่หนาวเย็นของปีจึงถูกเรียกว่า ‘ฤดูไข้หวัด’ เนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นสามารถแช่แข็งภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติของร่างกายเราได้ถึงครึ่งหนึ่ง 

ดร.ซารา พาเทล ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคจมูกและศาสตราจารย์ด้านโสต ศอ นาสิกวิทยาที่คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด รัฐแคลิฟอร์เนียซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในการศึกษาใหม่ครั้งนี้ กล่าวว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่เรามีคำอธิบายทางชีววิทยาระดับโมเลกุลเกี่ยวกับปัจจัยหนึ่งของการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันโดยกำเนิดของเราที่ดูเหมือนจะถูกจำกัดโดยอุณหภูมิที่เย็นกว่า”  

ตามผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ ‘The Journal of Allergy and Clinical Immunology’ เมื่อวันอังคาร (6 ธ.ค.) ที่ผ่านมา พบว่า อันที่จริงแล้ว การลดอุณหภูมิภายในจมูกลงเพียง 5 องศาเซลเซียสนั้นสามารถฆ่าไวรัสและแบคทีเรียนับพันล้านเซลล์ในรูจมูกได้เกือบ 50%  

ดร.เบนจามิน ไบเออร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคจมูก ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยด้านโสต ศอ นาสิกวิทยาที่โรงพยาบาลเฉพาะทางแมสซาชูเซตส์ และรองศาสตราจารย์โรงเรียนแพทย์ฮาร์วาร์ดในบอสตัน กล่าวว่า “อากาศเย็นมีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสที่เพิ่มขึ้น เพราะคุณสูญเสียภูมิคุ้มกันไปครึ่งหนึ่งแล้ว แค่อุณหภูมิลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้นก็สามารถทำให้คุณติดเชื้อได้ง่ายขึ้น”  

ไบเออร์และทีมงานของเขาให้ผู้เข้าร่วม 4 คนสัมผัสกับอุณหภูมิ 4.4 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 15 นาที จากนั้นจึงวัดสภาพภายในจมูกของพวกเขา แล้วทำการวิจัยในหลอดทดลอง โดยใช้เนื้อเยื่อของมนุษย์ในห้องทดลองแทนที่จะทดสอบกับวัตถุที่มีชีวิต 

การวิจัยแสดงให้เห็นว่าเมื่อไวรัสหรือแบคทีเรียเข้าสู่จมูก จะถูกตรวจพบอย่างรวดเร็วที่ด้านหน้าโพรงจมูกก่อนที่จะไปถึงด้านหลัง และส่งสัญญาณให้เซลล์ที่บุจมูกเริ่มจำลองเป็นถุงน้ำนอกเซลล์ หรือ EVs ออกมา 

ไบเออร์ อธิบายกับ CNN ว่า “ถุงน้ำนอกเซลล์ไม่สามารถแบ่งตัวเหมือนที่เซลล์ทำได้ แต่เป็นเหมือนเซลล์ขนาดเล็กที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดไวรัสเหล่านี้โดยเฉพาะ…โดยเซลล์ EVs ทำจะหน้าที่เป็นตัวล่อ ดังนั้นเมื่อคุณสูดดมไวรัสเข้าไป ไวรัสก็จะเกาะติดกับตัวล่อเหล่านี้แทนที่จะเกาะติดกับเซลล์”
 

แค่อุณหภูมิต่ำลง ภูมิคุ้มก็ลดลงไปแล้วครึ่งหนึ่ง

จากการศึกษาพบว่า เซลล์ EVs จะถูกขับออกเป็นเมือกในขณะที่ร่างกายกำลังต่อสู้เพื่อหยุดเชื้อโรคที่บุกรุกเข้ามาก่อนที่มันจะเข้าสู่ร่างกายและเพิ่มจำนวนมากขึ้น เมื่อถูกรุกรานโดยเชื้อโรค จมูกจะเพิ่มการผลิตเซลล์ EVs ถึง 160%  

นอกจากนี้ ผลการศึกษายังกล่าวว่า เซลล์ EVs มีตัวรับมากกว่าเซลล์ดั้งเดิมถึง 20 เท่า ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการจับเชื้อโรคที่ไม่ต้องการ โดยมันจะทำหน้าที่เหมือนแขนเล็กๆ ที่ยื่นออกมาและจับอนุภาคที่เป็นอันตรายเมื่อเราหายใจเอาเชื้อโรคเข้าไป  

ทั้งนี้ ไบเออร์และทีมของเขาค้นพบว่า การสัมผัสกับอากาศเย็นจะทำลายภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นตามธรรมชาติในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น 

การค้นพบนี้แสดงให้เห็นว่า อุณหภูมิที่ลดลงเพียงไม่กี่องศาก็เพียงพอที่จะกำจัดเซลล์ EVs ได้เกือบ 42% อีกทั้งการลดลงและการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ EVs ทำให้ลดความสามารถของระบบภูมิคุ้มกันในการต่อสู้กับการติดเชื้อทางเดินหายใจลงไปครึ่งหนึ่ง ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ผู้คนสวมหน้ากากอนามัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเซลล์ EVs  

“หน้ากากอนามัยไม่เพียงแต่ปกป้องคุณจากการสูดดมไวรัสโดยตรงเท่านั้น แต่มันยังเหมือนกับการสวมเสื้อกันหนาวที่จมูกของคุณด้วย” ไบเออร์ กล่าว 

ทั้งนี้ ดร.พาเทล กล่าวทิ้งท้ายว่า “สิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการศึกษาในหลอดทดลอง ซึ่งหมายความว่าแม้ว่าจะใช้เนื้อเยื่อของมนุษย์ในห้องปฏิบัติการเพื่อศึกษาการตอบสนองของภูมิคุ้มกันนี้ แต่ก็ไม่ใช่การศึกษาที่ดำเนินการภายในจมูกจริงๆ ของใครบางคน…บ่อยครั้งผลการวิจัยในหลอดทดลองได้รับการยืนยันในร่างกาย แต่ก็ไม่เสมอไป” 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์