กองทัพเกาหลีใต้ระบุว่า เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธอย่างน้อย 1 ลูกในวันศุกร์ (7 พ.ย.) เพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ อนุมัติแผนการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของเกาหลีใต้
คณะเสนาธิการทหารร่วมเกาหลีใต้เผยว่า“เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธพิสัยไกลลูกหนึ่งไม่ทราบชนิด ไปยังทะเลตะวันออก ซึ่งเป็นที่รู้จักอีกชื่อหนึ่งว่า ‘ทะเลญี่ปุ่น’”ขณะที่ นายกฯ ซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น กล่าวว่า “ขีปนาวุธลูกดังกล่าวได้ตกลงในทะเลนอกเขตน่านน้ำเศรษฐกิจของญี่ปุ่นแล้ว และไม่มีรายงานความเสียหาย หรือการบาดเจ็บใดๆ”
“แผนการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของเกาหลีใต้น่าจะได้รับการตอบโต้อย่างแข็งกร้าวจากเกาหลีเหนือ”
— นักวิเคราะห์ กล่าว
อย่างไรก็ดี เกาหลีเหนือได้เพิ่มการทดสอบขีปนาวุธอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งนักวิเคราะห์กล่าวว่า “มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการโจมตีที่แม่นยำ ซึ่งเป็นการท้าทายทั้งสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ รวมถึงเป็นการทดสอบอาวุธก่อนที่จะส่งออกไปยังรัสเซีย”
“จากมุมมองของเกาหลีเหนือ ความเป็นไปได้ที่จะถูกโจมตีอย่างกะทันหันจากทะเลตะวันออกจะทำให้เกิดความวิตกกังวล หากเกาหลีใต้มีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ พวกเขาจะสามารถเข้าสู่น่านน้ำเกาหลีเหนือและเฝ้าระวัง หรือสกัดกั้นอาวุธต่างๆ เช่น ขีปนาวุธพิสัยไกลที่ยิงจากเรือดำน้ำ (SLBM) ได้ล่วงหน้า”
— อัน ชานอิล ชาวเกาหลีเหนือที่แปรพักตร์มายังเกาหลีใต้ ซึ่งผันตัวมาเป็นนักวิจัยและผู้บริหารสถาบันโลกเพื่อการศึกษาเกาหลีเหนือ กล่าวกับสำนักข่าว AFP
เมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์ประกาศว่า เกาหลีใต้จะสร้างเรือดำน้ำในสหรัฐฯ ซึ่งเทคโนโลยีนิวเคลียร์เป็นหนึ่งในความลับทางทหารที่ละเอียดอ่อนและได้รับการปกปิดอย่างเข้มงวดที่สุด ทั้งนี้ เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ต่างจากเรือดำน้ำดีเซลตรงที่ต้องขึ้นสู่ผิวน้ำเป็นประจำเพื่อชาร์จแบตเตอรี่บ่อยครั้ง แต่สามารถอยู่ใต้น้ำได้นานกว่ามาก
(Photo by : ANTHONY WALLACE / AFP)





