ซีอีโอของทวิตเตอร์ ‘อีลอน มัสก์’ บ่นเกี่ยวกับการสอบสวนที่เกิดขึ้น ซึ่งเขาตั้งคำถามว่า ‘ทำไมถึงต้องมาโจมตีบริษัทเขาด้วย ทั้งๆ ที่เขาแค่จัดเตียงนอนให้กับพนักงานที่เหนื่อยล้าก็เท่านั้นเอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ควรไปจัดลำดับความสำคัญเสียใหม่อย่างการบังคับใช้กฎหมายยาเสพติด’
Forbes รายงานว่า แผนกตรวจสอบอาคารของซานฟรานซิสโกกำลังตรวจสอบคำร้องเรียนที่ว่ามัสก์ได้เปลี่ยนห้องทำงานที่ทวิตเตอร์สำนักงานใหญ่ให้เป็นห้องนอนของพนักงาน
แพรทริก ฮานนาน ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของแผนก กล่าวว่า เราจำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการใช้อาคารตามที่ตั้งใจไว้ มีข้อกำหนดบทบัญญัติอาคารที่แตกต่างกันสำหรับอาคารที่พักอาศัย รวมถึงอาคารที่ใช้สำหรับการเข้าพักระยะสั้น
Forbes รายงานว่า พนักงานของทวิตเตอร์ที่มาทำงานในวันจันทร์ (5 ธ.ค.) รู้สึกประหลาดใจกับห้องที่มีเตียงขนาดควีนไซส์ ซึ่งภาพที่แชร์กับ Forbes แสดงให้เห็นห้องที่ดูเหมือนดัดแปลงมาจากห้องประชุม โดยใช้จอภาพทางไกลขนาดใหญ่ 2 จอติดผนัง และโต๊ะประชุมถูกแทนที่ด้วยฟูก
“มันดูไม่ดีเลย” แหล่งข่าวรายหนึ่งที่ขอไม่เปิดเผยตัวตนเพราะกลัวว่าจะถูกไล่ออกบอกกับ Forbes “มันเป็นอีกหนึ่งสัญญาณของการดูหมิ่นที่ไม่ได้พูด ไม่มีการอธิบาย”
การสืบสวนของเผนกตรวจสอบอาคารเกิดขึ้นจากการร้องเรียน 311 รายการโดยระบุว่า ห้องทำงานหลายห้องในทวิตเตอร์ ได้กลายเป็นห้องพักเหมือนในโรงแรมสำหรับคนงานพักอาศัย ซึ่งขัดกับหลักปฏิบัติ
ฮานนาน กล่าวว่า จะติดต่อตัวแทนที่ทวิตเตอร์ เพื่อเข้าถึงอาคารเพื่อตรวจสอบในสถานที่ หากพบว่าห้องชุด 900 ห้อง ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติอาคาร จะออกหนังสือแจ้งการละเมิด
ฮานนาน กล่าวอีกว่า “เป้าหมายของเราคือทำให้อาคารเป็นไปตามข้อกำหนด พื้นที่ที่ใช้งานต่างกันมีความต้องการน้ำ ไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ที่แตกต่างกัน และเราต้องแน่ใจว่าอาคารต่างๆ ถูกสร้างขึ้นในลักษณะที่รองรับการใช้งานจริง ตัวอย่างเช่น ห้องพักในโรงแรมมีข้อกำหนดที่แตกต่างจากพื้นที่สำนักงานเชิงพาณิชย”
ตั้งแต่มัสก์ขึ้นเป็นซีอีโอทวิตเตอร์เมื่อปลายเดือนต.ค. เขาได้ลดพนักงานลงครึ่งหนึ่งและยื่นคำขาดว่าพนักงานที่เหลือจำเป็นต้องยึดรูปแบบทวิตเตอร์ 2.0 ที่ ‘ฮาร์ดคอร์’ สุดๆ
เอสเธอร์ คราว์ฟอร์ด ผู้อำนวยการฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์ของทวิตเตอร์ ทวีตข้อความว่า ‘เมื่อทีมของคุณทำงานตลอดเวลาเพื่อเป้าหมาย บางครั้งคุณก็ควร #SleepWhereYouWork’ (นอนในที่ทำงาน) ซึ่งทวีตดังกล่าวนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่มัสก์เข้ามารับตำแหน่งซีอีโอ
“ผู้คนเริ่มเข้าสู่ช่วงทำงานจนดึกกันแล้ว ดังนั้นการเพิ่มสถานที่สำหรับนอนหลับ ก็สมเหตุสมผลในระดับหนึ่ง” แหล่งข่าวอีกรายหนึ่งซึ่งไม่เปิดเผยชื่อในทำนองเดียวกันกล่าว
Forbes รายงานว่า แผนกตรวจสอบอาคารของซานฟรานซิสโกกำลังตรวจสอบคำร้องเรียนที่ว่ามัสก์ได้เปลี่ยนห้องทำงานที่ทวิตเตอร์สำนักงานใหญ่ให้เป็นห้องนอนของพนักงาน
แพรทริก ฮานนาน ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของแผนก กล่าวว่า เราจำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการใช้อาคารตามที่ตั้งใจไว้ มีข้อกำหนดบทบัญญัติอาคารที่แตกต่างกันสำหรับอาคารที่พักอาศัย รวมถึงอาคารที่ใช้สำหรับการเข้าพักระยะสั้น
Forbes รายงานว่า พนักงานของทวิตเตอร์ที่มาทำงานในวันจันทร์ (5 ธ.ค.) รู้สึกประหลาดใจกับห้องที่มีเตียงขนาดควีนไซส์ ซึ่งภาพที่แชร์กับ Forbes แสดงให้เห็นห้องที่ดูเหมือนดัดแปลงมาจากห้องประชุม โดยใช้จอภาพทางไกลขนาดใหญ่ 2 จอติดผนัง และโต๊ะประชุมถูกแทนที่ด้วยฟูก
“มันดูไม่ดีเลย” แหล่งข่าวรายหนึ่งที่ขอไม่เปิดเผยตัวตนเพราะกลัวว่าจะถูกไล่ออกบอกกับ Forbes “มันเป็นอีกหนึ่งสัญญาณของการดูหมิ่นที่ไม่ได้พูด ไม่มีการอธิบาย”
การสืบสวนของเผนกตรวจสอบอาคารเกิดขึ้นจากการร้องเรียน 311 รายการโดยระบุว่า ห้องทำงานหลายห้องในทวิตเตอร์ ได้กลายเป็นห้องพักเหมือนในโรงแรมสำหรับคนงานพักอาศัย ซึ่งขัดกับหลักปฏิบัติ
ฮานนาน กล่าวว่า จะติดต่อตัวแทนที่ทวิตเตอร์ เพื่อเข้าถึงอาคารเพื่อตรวจสอบในสถานที่ หากพบว่าห้องชุด 900 ห้อง ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติอาคาร จะออกหนังสือแจ้งการละเมิด
ฮานนาน กล่าวอีกว่า “เป้าหมายของเราคือทำให้อาคารเป็นไปตามข้อกำหนด พื้นที่ที่ใช้งานต่างกันมีความต้องการน้ำ ไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ที่แตกต่างกัน และเราต้องแน่ใจว่าอาคารต่างๆ ถูกสร้างขึ้นในลักษณะที่รองรับการใช้งานจริง ตัวอย่างเช่น ห้องพักในโรงแรมมีข้อกำหนดที่แตกต่างจากพื้นที่สำนักงานเชิงพาณิชย”
ตั้งแต่มัสก์ขึ้นเป็นซีอีโอทวิตเตอร์เมื่อปลายเดือนต.ค. เขาได้ลดพนักงานลงครึ่งหนึ่งและยื่นคำขาดว่าพนักงานที่เหลือจำเป็นต้องยึดรูปแบบทวิตเตอร์ 2.0 ที่ ‘ฮาร์ดคอร์’ สุดๆ
เอสเธอร์ คราว์ฟอร์ด ผู้อำนวยการฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์ของทวิตเตอร์ ทวีตข้อความว่า ‘เมื่อทีมของคุณทำงานตลอดเวลาเพื่อเป้าหมาย บางครั้งคุณก็ควร #SleepWhereYouWork’ (นอนในที่ทำงาน) ซึ่งทวีตดังกล่าวนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่มัสก์เข้ามารับตำแหน่งซีอีโอ
“ผู้คนเริ่มเข้าสู่ช่วงทำงานจนดึกกันแล้ว ดังนั้นการเพิ่มสถานที่สำหรับนอนหลับ ก็สมเหตุสมผลในระดับหนึ่ง” แหล่งข่าวอีกรายหนึ่งซึ่งไม่เปิดเผยชื่อในทำนองเดียวกันกล่าว




