ทางการจีนเปิดการสอบสวนเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน ต้นกำเนิดศิลปะการต่อสู้กังฟู หลังมีข้อกล่าวหายักยอกทรัพย์สินของวัดและละเมิดศีลพุทธศาสนาอย่างร้ายแรง โดยวัดเส้าหลินได้ประกาศผ่านแอปพลิเคชัน WeChat เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ตามแถลงการณ์ของวัด ซือ หยงซิน เจ้าอาวาสวัย 59 ปี ซึ่งได้รับฉายาว่า "พระซีอีโอ" จากการก่อตั้งบริษัทหลายสิบแห่งในต่างประเทศ ถูกสงสัยว่า "ยักยอกเงินโครงการและทรัพย์สินของวัด" นอกจากนี้ยังถูกกล่าวหาว่ามี "ความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม" กับผู้หญิงหลายคน ซึ่งเป็นการ "ละเมิดหลักพุทธศาสนาอย่างร้ายแรง"
ข้อกล่าวหารุนแรงทำลายภาพลักษณ์วัด
ซือ หยงซินเคยถูกพระรูปอื่นกล่าวหาในอดีตว่ายักยอกเงินจากบริษัทที่วัดเป็นเจ้าของ ครอบครองรถหรูหลายคัน และมีบุตรกับผู้หญิงหลายคน ในปี 2015 เคยมีข้อกล่าวหาในลักษณะเดียวกัน ซึ่งทางวัดปฏิเสธว่าเป็น "การใส่ร้ายอย่างร้ายกาจ"
ข่าวอื้อฉาวครั้งนี้กลายเป็นกระแสร้อนในโซเชียลมีเดีย โดยแฮชแท็กที่เกี่ยวข้องบนแพลตฟอร์ม Weibo มียอดผู้เข้าชมกว่า 560 ล้านครั้งภายในเช้าวันจันทร์ โพสต์ล่าสุดบนบัญชีส่วนตัวของเจ้าอาวาสระบุว่า "เมื่อธรรมชาติของตนบริสุทธิ์ ดินแดนบริสุทธิ์ก็อยู่ตรงหน้า"
บทบาทและอิทธิพลของเจ้าอาวาส
ซือ หยงซิน ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสตั้งแต่ปี 1999 และในทศวรรษต่อมาได้ขยายการศึกษาและความรู้ทางวัฒนธรรมเส้าหลินไปทั่วโลก เขาช่วยให้วัดก่อตั้งบริษัทหลายสิบแห่ง แต่ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำให้พุทธศาสนากลายเป็นเชิงพาณิชย์
เจ้าอาวาสรูปนี้ได้รับเลือกเป็นรองประธานสมาคมพุทธศาสนาจีนครั้งแรกในปี 2002 และเคยเป็นตัวแทนในสภาประชาชนแห่งชาติ ซึ่งเป็นองค์กรนิติบัญญัติสูงสุดของประเทศ
วัดเส้าหลินก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 495 เป็นที่รู้จักว่าเป็นแหล่งกำเนิดของนิกายเซนในพุทธศาสนาและศิลปะการต่อสู้กังฟูของจีน การสอบสวนในครั้งนี้จึงไม่เพียงส่งผลต่อชื่อเสียงของเจ้าอาวาสเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อวัดอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมสำคัญของจีนอีกด้วย




