ที่นั่งของประธานสภาผู้แทนราษฎรแห่งสหรัฐฯ ว่างเปล่าในขณะที่สภาผู้แทนราษฎรยังคงลงคะแนนเสียงเลือกประธานสภาคนใหม่ของสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2023
สภาผู้แทนราษฎรแห่งสหรัฐฯ กำลังอยู่ในสถานะจมดิ่งอยู่ในวิกฤตเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน นับตั้งแต่วันพุธ (4 ม.ค.) ที่ผ่านมา เนื่องจากการลงคะแนนรอบใหม่ก็ยังไม่สามารถหาผู้ชนะในศึกแข่งขันชิงตำแหน่งประธานสภาได้
สำหรับสถานการณ์ในตอนนี้สภาสหรัฐฯ ยังคงหาประธานสภาไม่ได้ โดยผู้ที่ถูกเสนอชื่อของพรรครีพับลิกันเองก็ได้รับคะแนนเสียงไม่พอ จนวันนี้ต้องเลื่อนการสรรหาซึ่งเลยเส้นตายวันที่ 3 ม.ค. ซึ่งเป็นวันเปิดสภามาแล้ว ส่อแววว่าการสรรหาจะยืดเยื้อ
นับเป็นครั้งแรกในรอบ 100 ปีที่การลงมติเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ คนใหม่ประสบความล้มเหลว โดยการลงคะแนนเสียงเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรที่โหวตกันมากกว่า 1 ครั้งครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปี 1923 ซึ่งขณะนั้น เฟรเดอริก ฮันทิงตัน ยิลเล็ตต์ ได้นั่งเก้าอี้ประธานสภาหลังการลงคะแนนเสียงรอบที่ 9
ส่วนการลงคะแนนที่ใช้เวลายาวนานที่สุดเกิดขึ้นเมื่อปี 1856 ที่ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานสภาฯ ไม่สามารถทำคะแนนถึงระดับเสียงข้างมากในการโหวตครั้งแรก และในครั้งนั้นมีการลงมติกันถึง 133 ครั้ง กินเวลาทั้งสิ้น 2 เดือน
สภาผู้แทนราษฎรแห่งสหรัฐฯ กำลังอยู่ในสถานะจมดิ่งอยู่ในวิกฤตเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน นับตั้งแต่วันพุธ (4 ม.ค.) ที่ผ่านมา เนื่องจากการลงคะแนนรอบใหม่ก็ยังไม่สามารถหาผู้ชนะในศึกแข่งขันชิงตำแหน่งประธานสภาได้
สำหรับสถานการณ์ในตอนนี้สภาสหรัฐฯ ยังคงหาประธานสภาไม่ได้ โดยผู้ที่ถูกเสนอชื่อของพรรครีพับลิกันเองก็ได้รับคะแนนเสียงไม่พอ จนวันนี้ต้องเลื่อนการสรรหาซึ่งเลยเส้นตายวันที่ 3 ม.ค. ซึ่งเป็นวันเปิดสภามาแล้ว ส่อแววว่าการสรรหาจะยืดเยื้อ
นับเป็นครั้งแรกในรอบ 100 ปีที่การลงมติเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ คนใหม่ประสบความล้มเหลว โดยการลงคะแนนเสียงเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรที่โหวตกันมากกว่า 1 ครั้งครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปี 1923 ซึ่งขณะนั้น เฟรเดอริก ฮันทิงตัน ยิลเล็ตต์ ได้นั่งเก้าอี้ประธานสภาหลังการลงคะแนนเสียงรอบที่ 9
ส่วนการลงคะแนนที่ใช้เวลายาวนานที่สุดเกิดขึ้นเมื่อปี 1856 ที่ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานสภาฯ ไม่สามารถทำคะแนนถึงระดับเสียงข้างมากในการโหวตครั้งแรก และในครั้งนั้นมีการลงมติกันถึง 133 ครั้ง กินเวลาทั้งสิ้น 2 เดือน




