The Straits Times ของสิงคโปร์รายงานว่า บริษัทตัวแทนด้านการท่องเที่ยวในสิงคโปร์เผยว่านักท่องเที่ยวจากสิงคโปร์ไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากกฎเกณฑ์การเข้าประเทศไทยที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับโควิด-19 เนื่องจากเกือบทุกคนในสิงคโปร์ได้รับการฉีดวัคซีนครบแล้ว
บริษัทตัวแทนด้านการท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยวเผยกับ The Straits Times ว่า กฎเกณฑ์ใหม่ในการเดินทางเข้าประเทศไทยไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย และไม่น่าจะสร้างความไม่สะดวกให้กับนักท่องเที่ยว
อ่อง ฮันเจี๋ย กรรมการบริษัทตัวแทนด้านการท่องเที่ยว EU Holidays คาดว่าความต้องการเดินทางไปยังประเทศไทยของชาวสิงคโปร์ยังคงแข็งแกร่งเช่นเดิม
“เนื่องจากเพิ่งมีการประกาศเมื่อวันเสาร์ ไม่ใช่ทุกคนที่โทรเข้ามาในวันนี้เพื่อสอบถามราคาจองในประเทศไทยจะทราบกฎ แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องใหญ่เมื่อเราแจ้งเกี่ยวกับการเปลี่ยนกฎเกณฑ์” อ่อง ฮันเจี๋ยเผย และว่า นับตั้งแต่มีการประกาศ ยอดจองของ EU Holidays ไม่ได้เพิ่มขึ้นหรือลดลงแต่อย่างใด
กรรมการบริษัทรายนี้ยังเผยอีกว่า ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของชาวสิงคโปร์ เพราะอยู่ใกล้และไม่ต้องใช้เงินจำนวนมากในการเดินทาง ดังนั้นจึงไม่น่าจะมีผลกระทบกับธุรกิจของเขา
ทั้ง EU Holidays และ Chan Brothers Travel ระบุว่า กฎใหม่ไม่ได้สร้างความกังวลเนื่องจากชาวสิงคโปร์ส่วนใหญ่ได้รับการฉีดวัคซีนทั้งสองโดสและวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้ว
เจเรไมอาห์ หว่อง ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาดอาวุโสของ Chan Brothers Travel เผยว่า ลูกค้าทุกคนต้องฉีดวัคซีนครบโดสขณะจองทริป “แต่เราก็ไม่เห็นปฏิกิริยาใดๆ เนื่องจากประชากรของสิงคโปร์มีอัตราการฉีดวัคซีนครบโดสสูงมาก และเราคาดว่าความต้องการเดินทางไปยังประเทศไทยจะไม่ได้รับผลกระทบ”
ด้านแจสมิน ลิม วัน 24 ปีเผยว่า กฎเกณฑ์ของไทยไม่ขัดขวางการเดินทางไปเที่ยวไทยของเธอ “ฉันกับเพื่อนกำลังวางแผนทริปสั้นๆ ไปภูเก็ตก่อนตรุษจีนนี้ ฉันไม่คิดว่ากฎเกณฑ์จะเปลี่ยนแปลงอะไร มันแค่หมายความว่าตอนนี้เราต้องโชว์บัตรฉีดวัคซีนท่านั้น”
โซฟี ดีครูซ พยาบาลวัย 28 ปีที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วเผยว่า เธอโล่งใจมากที่ประเทศไทยเข้มงวดเรื่องการเดินทางเข้าประเทศมากขึ้น “ฉันเข้าใจว่าทุกคนอย่างกลับไปใช้ชีวิตแบบปกติ และไม่ต้องมีกฎเกณฑ์มาบังคับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันบังคับใช้มา 3 ปีแล้ว”
ดีครูซเผยอีกว่า “แต่ฉันติดโควิด-19 3 ครั้งในรอบปีครึ่งที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีการป้องกันอย่างการสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ข้างนอก และพกสเปรย์ล้างมือตลอดเวลา ดังนั้นนี่จึงปลอดภัยกว่าสำหรับการเดินทาง”
อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ชาวสิงคโปร์ทุกคนจะแฮปปี้กับกฎเกณฑ์ใหม่ของไทย อาทิ มาร์ก เขาเผยว่า “มันน่ารำคาญที่กฎเกณฑ์แบบนี้ถูกบังคับใช้อย่างรวดเร็วโดยไม่มีการเตือนกันก่อน” โดยมาร์ก ติวเตอร์วัย 23 ปีกำลังวางแผนเดินทางมายังประเทศไทยในปีนี้กับคุณปู่ซึ่งยังไม่ได้ฉีดวัคซีน
มาร์กเผยว่า “ผมหวังว่ากฎนี้จะไม่ใช้ต่อหลังวันที่ 31 ม.ค.นะ ผมรอคอยที่จะได้ใช้เวลาช่วงวันหยุดยาวกับปู่จริงๆ”
ส่วนดีครูซบอกว่า เธอหวังว่าประทศอื่นๆ ใกล้ๆ สิงคโปร์จะใช้มาตรการด้านการท่องเที่ยวอีกครั้ง หากมันจะช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโควิดที่เกิดขึ้นทุกๆ สองสามเดือนในสิงคโปร์ “ฉันไม่ติดหากจะมีการใช้มาตรการต่างๆ อีกอย่างน้อย 2 ปี แม้ว่าสถานการณ์จะไม่แย่เหมือนเมื่อสงสามปีก่อน เมื่อจีนกำลังเปิดพรมแดน การตัดสินใจครั้งนี้จะไม่ใช่การตัดสินใจที่แย่ที่สุด”
บริษัทตัวแทนด้านการท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยวเผยกับ The Straits Times ว่า กฎเกณฑ์ใหม่ในการเดินทางเข้าประเทศไทยไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย และไม่น่าจะสร้างความไม่สะดวกให้กับนักท่องเที่ยว
อ่อง ฮันเจี๋ย กรรมการบริษัทตัวแทนด้านการท่องเที่ยว EU Holidays คาดว่าความต้องการเดินทางไปยังประเทศไทยของชาวสิงคโปร์ยังคงแข็งแกร่งเช่นเดิม
“เนื่องจากเพิ่งมีการประกาศเมื่อวันเสาร์ ไม่ใช่ทุกคนที่โทรเข้ามาในวันนี้เพื่อสอบถามราคาจองในประเทศไทยจะทราบกฎ แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องใหญ่เมื่อเราแจ้งเกี่ยวกับการเปลี่ยนกฎเกณฑ์” อ่อง ฮันเจี๋ยเผย และว่า นับตั้งแต่มีการประกาศ ยอดจองของ EU Holidays ไม่ได้เพิ่มขึ้นหรือลดลงแต่อย่างใด
กรรมการบริษัทรายนี้ยังเผยอีกว่า ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของชาวสิงคโปร์ เพราะอยู่ใกล้และไม่ต้องใช้เงินจำนวนมากในการเดินทาง ดังนั้นจึงไม่น่าจะมีผลกระทบกับธุรกิจของเขา
ทั้ง EU Holidays และ Chan Brothers Travel ระบุว่า กฎใหม่ไม่ได้สร้างความกังวลเนื่องจากชาวสิงคโปร์ส่วนใหญ่ได้รับการฉีดวัคซีนทั้งสองโดสและวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้ว
เจเรไมอาห์ หว่อง ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาดอาวุโสของ Chan Brothers Travel เผยว่า ลูกค้าทุกคนต้องฉีดวัคซีนครบโดสขณะจองทริป “แต่เราก็ไม่เห็นปฏิกิริยาใดๆ เนื่องจากประชากรของสิงคโปร์มีอัตราการฉีดวัคซีนครบโดสสูงมาก และเราคาดว่าความต้องการเดินทางไปยังประเทศไทยจะไม่ได้รับผลกระทบ”
ด้านแจสมิน ลิม วัน 24 ปีเผยว่า กฎเกณฑ์ของไทยไม่ขัดขวางการเดินทางไปเที่ยวไทยของเธอ “ฉันกับเพื่อนกำลังวางแผนทริปสั้นๆ ไปภูเก็ตก่อนตรุษจีนนี้ ฉันไม่คิดว่ากฎเกณฑ์จะเปลี่ยนแปลงอะไร มันแค่หมายความว่าตอนนี้เราต้องโชว์บัตรฉีดวัคซีนท่านั้น”
โซฟี ดีครูซ พยาบาลวัย 28 ปีที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วเผยว่า เธอโล่งใจมากที่ประเทศไทยเข้มงวดเรื่องการเดินทางเข้าประเทศมากขึ้น “ฉันเข้าใจว่าทุกคนอย่างกลับไปใช้ชีวิตแบบปกติ และไม่ต้องมีกฎเกณฑ์มาบังคับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันบังคับใช้มา 3 ปีแล้ว”
ดีครูซเผยอีกว่า “แต่ฉันติดโควิด-19 3 ครั้งในรอบปีครึ่งที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีการป้องกันอย่างการสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ข้างนอก และพกสเปรย์ล้างมือตลอดเวลา ดังนั้นนี่จึงปลอดภัยกว่าสำหรับการเดินทาง”
อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ชาวสิงคโปร์ทุกคนจะแฮปปี้กับกฎเกณฑ์ใหม่ของไทย อาทิ มาร์ก เขาเผยว่า “มันน่ารำคาญที่กฎเกณฑ์แบบนี้ถูกบังคับใช้อย่างรวดเร็วโดยไม่มีการเตือนกันก่อน” โดยมาร์ก ติวเตอร์วัย 23 ปีกำลังวางแผนเดินทางมายังประเทศไทยในปีนี้กับคุณปู่ซึ่งยังไม่ได้ฉีดวัคซีน
มาร์กเผยว่า “ผมหวังว่ากฎนี้จะไม่ใช้ต่อหลังวันที่ 31 ม.ค.นะ ผมรอคอยที่จะได้ใช้เวลาช่วงวันหยุดยาวกับปู่จริงๆ”
ส่วนดีครูซบอกว่า เธอหวังว่าประทศอื่นๆ ใกล้ๆ สิงคโปร์จะใช้มาตรการด้านการท่องเที่ยวอีกครั้ง หากมันจะช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโควิดที่เกิดขึ้นทุกๆ สองสามเดือนในสิงคโปร์ “ฉันไม่ติดหากจะมีการใช้มาตรการต่างๆ อีกอย่างน้อย 2 ปี แม้ว่าสถานการณ์จะไม่แย่เหมือนเมื่อสงสามปีก่อน เมื่อจีนกำลังเปิดพรมแดน การตัดสินใจครั้งนี้จะไม่ใช่การตัดสินใจที่แย่ที่สุด”



