เรซา ปาห์ลาวี ผู้นำฝ่ายค้านของอิหร่านและบุตรชายชาห์องค์สุดท้ายของอิหร่าน เผยระหว่างการประชุมความมั่นคงมิวนิก ซึ่งเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลอิหร่านถูกห้ามเข้าร่วมว่า การแทรกแซงทางทหารของสหรัฐฯ ในอิหร่านอาจช่วยชีวิตผู้คนได้ และเรียกร้องให้รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ อย่าใช้เวลานานเกินไปในการเจรจากับผู้นำทางศาสนาของอิหร่านเกี่ยวกับข้อตกลงนิวเคลียร์
บุตรชายซึ่งลี้ภัยอยู่ในสหรัฐฯ ของอดีตชาห์แห่งอิหร่านให้สัมภาษณ์สำนักข่าว Reuters ว่า มีสัญญาณบ่งชี้ว่ารัฐบาลอิหร่านกำลังใกล้ล่มสลาย และการโจมตีอาจทำให้รัฐบาลอ่อนแอลงหรือเร่งให้เกิดการล่มสลายเร็วขึ้น
“มันเป็นเรื่องของเวลา เราหวังว่าการโจมตีครั้งนี้จะเร่งกระบวนการ และประชาชนจะสามารถกลับมาบนท้องถนนได้ในที่สุด และนำไปสู่การล่มสลายของระบอบการปกครองในที่สุด” ปาห์ลาวีซึ่งอาศัยอยู่นอกอิหร่านตั้งแต่ก่อนที่บิดาของเขาจะถูกโค่นล้มในการปฏิวัติอิสลามปี 1979 เผย
ทางการอิหร่านกวาดล้างและข่มขู่ประชาชนเป็นวงกว้าง เพื่อยับยั้งการประท้วงเพิ่มเติมหลังจากการปราบปรามเหตุการณ์ความไม่สงบที่นองเลือดที่สุดนับตั้งแต่ปี 1979 เมื่อเดือนที่แล้ว การประท้วงเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ด้วยการชุมนุมเล็กๆ ในตลาดแกรนด์บาซาร์ในกรุงเตหะราน เกี่ยวกับความยากลำบากทางเศรษฐกิจ และได้แพร่กระจายไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว
ทรัมป์ตั้งคำถามถึงระดับการสนับสนุนของปาห์ลาวี
ฝ่ายค้านของอิหร่านแตกแยกออกเป็นกลุ่มต่างๆ และฝ่ายอุดมการณ์ที่แตกต่างกัน รวมถึงกลุ่มนิยมระบอบกษัตริย์ที่สนับสนุนปาห์ลาวี
ในการให้สัมภาษณ์กับ Reuters เมื่อเดือนที่แล้ว ทรัมป์แสดงความสงสัยเกี่ยวกับระดับการสนับสนุนของปาห์ลาวีภายในอิหร่าน
รัฐบาลทรัมป์ได้เจรจากับอิหร่านเพื่อดูว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ได้หรือไม่ ขณะที่สหรัฐฯ ระดมกำลังทหารในภูมิภาคนี้ นักการทูตสหรัฐฯ และอิหร่านได้เจรจากันที่โอมานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และคาดว่าจะมีการเจรจาเพิ่มเติมในสัปดาห์นี้
ปาห์ลาวีกล่าวว่า “ประชาชนหวังว่าในที่สุดจะมีการตัดสินใจว่าไม่มีประโยชน์ ไม่มีจุดหมาย และเราจะไม่ประสบความสำเร็จใดๆ จากการเจรจา ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่สหรัฐฯ จะต้องเข้าแทรกแซงและทำในสิ่งที่ประธานาธิบดีทรัมป์สัญญาว่าจะทำ เพื่อปกป้องประชาชน” และว่า “การแทรกแซงเป็นวิธีหนึ่งในการช่วยชีวิต”
เมื่อวันศุกร์ (13 ก.พ.) ทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์ต่อกองกำลังสหรัฐฯ ในนอร์ทแคโรไลนาตอนหนึ่งว่า อิหร่านเป็นคู่เจรจาที่ยากลำบากในการเจรจานิวเคลียร์ และแนะนำว่า การสร้างความหวาดกลัวในเตหะรานอาจจำเป็นเพื่อแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติ
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 2 คนที่ไม่ประสงค์ออกนามเปิดเผยกับสำนักข่าว Reuters เมื่อวันศุกร์ว่า กองทัพสหรัฐฯ กำลังเตรียมพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ที่จะมีปฏิบัติการโจมตีอิหร่านอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสัปดาห์ หากทรัมป์สั่งโจมตี

ชุมนุมเรียกร้องเปลี่ยนระบอบการปกครอง
ตำรวจเยอรมนีรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มีประชาชนประมาณ 250,000 คนออกมาประท้วงรัฐบาลอิหร่านในระหว่างการประชุมผู้นำโลก โดยเป็นการตอบรับคำเรียกร้องจากเจ้าชาย เรซา ปาห์ลาวี มกุฎราชกุมารผู้ลี้ภัยของอิหร่าน ที่ต้องการให้ประชาคมนานาชาติกดดันเตหะรานมากขึ้น
การชุมนุมครั้งใหญ่และครึกครื้นในมิวนิก ซึ่งมีการตีกลองและตะโกนเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ปาห์ลาวีเรียกว่า “วันแห่งการปฏิบัติการระดับโลก” เพื่อสนับสนุนชาวอิหร่านหลังจากการประท้วงทั่วประเทศทำให้มีผู้เสียชีวิต ปาห์ลาวียังเรียกร้องให้มีการชุมนุมในลอสแอนเจลิสและโตรอนโตด้วย
ฝูงชนจำนวนมากตะโกนว่า “เปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง” พร้อมโบกธงสีเขียว ขาว และแดงที่มีสัญลักษณ์สิงโตและดวงอาทิตย์ อิหร่านเคยใช้ธงนี้ก่อนการปฏิวัติอิสลามในปี 1979 ที่โค่นล้มราชวงศ์ปาห์ลาวี
ผู้เข้าร่วมการชุมนุมจำนวนมากโบกป้ายที่มีรูปปาห์ลาวี บางป้ายเรียกเขาว่ากษัตริย์ บุตรชายของอดีตชาห์แห่งอิหร่านผู้นี้ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศมาเกือบ 50 ปีแล้ว แต่กำลังพยายามวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในอนาคตของอิหร่าน
ฝูงชนตะโกนว่า “ปาห์ลาวีเพื่ออิหร่าน” และ “ประชาธิปไตยเพื่ออิหร่าน” ขณะที่เสียงกลองและฉาบดังขึ้น
“เรามีความหวังอย่างมากและตั้งตารอว่าระบอบการปกครองจะเปลี่ยนแปลงไป” ดานิยาล โมห์ตาชามิอัน ผู้ประท้วงที่เดินทางมาจากซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเป็นตัวแทนของผู้ประท้วงในอิหร่านที่เผชิญกับการปราบปรามกล่าว
Photo by MICHAELA STACHE / AFP





