ศาลในกรุงโซลมีกำหนดตัดสินคดีข้อหากบฏของอดีตประธานาธิบดี ยุนซ็กยอล วัย 65 ปี ในวันนี้ หลังการประกาศกฎอัยการศึกที่ล้มเหลวเมื่อเดือนธันวาคม 2024 โดยอัยการเรียกร้องโทษประหารชีวิตสำหรับผู้นำอนุรักษนิยมรายนี้
การประกาศกฎอัยการศึกที่สั่นสะเทือน
ยุนซ็อกยอลประกาศกฎอัยการศึกกะทันหันผ่านทีวีในช่วงกลางคืนวันที่ 3 ธันวาคม 2024 โดยอ้างว่า จำเป็นต้องใช้มาตรการรุนแรงเพื่อกำจัด "กลุ่มต่อต้านรัฐ" และอิทธิพลของเกาหลีเหนือ อย่างไรก็ตาม กฎอัยการศึกถูกยกเลิกหลังเพียง 6 ชั่วโมงหลังสมาชิกรัฐสภาวิ่งไปยังอาคารรัฐสภาเพื่อลงคะแนนเสียงฉุกเฉิน
ข้อหาหลายประการและการต่อสู้ในศาล
หลังเหตุการณ์ดังกล่าว ยุนถูกถอดถอนจากตำแหน่ง จับกุม และตั้งข้อหาหลายข้อหา ตั้งแต่กบฏไปจนถึงขัดขวางกระบวนการยุติธรรม โดยยุนถูกคุมขังแยกเดี่ยวในขณะต่อสู้คดีหลายคดี โดยยืนยันว่าตัวเองไม่มีความผิดและกระทำเพื่อ "ปกป้องเสรีภาพ" และฟื้นฟูระเบียบรัฐธรรมนูญเพื่อต่อต้านสิ่งที่เขาเรียกว่า "เผด็จการฝ่ายนิติบัญญัติ" ที่นำโดยฝ่ายค้าน
แต่พนักงานอัยการกล่าวหายุนว่า เป็นแกนนำการ "ก่อจลาจล" ที่เกิดจาก "ความกระหายอำนาจโดยมีเป้าหมายเพื่อเผด็จการและปกครองประเทศในระยะยาว"
โทษตามกฎหมาย
ตามกฎหมายเกาหลีใต้ ข้อหากบฏมีโทษเพียงสองแบบคือ จำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต ทนายความยู จองฮุน ระบุว่า ศาลน่าจะตัดสินจำคุกตลอดชีวิต เนื่องจากยุนไม่ได้รับสารภาพผิดหรือแสดงความเสียใจ แม้ว่าเกาหลีใต้จะไม่ได้ประหารชีวิตใครมาตั้งแต่ปี 1997 แต่คำตัดสินประหารก็จะส่งผลให้ยุนต้องติดคุกตลอดชีวิต
นอกจากนี้ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ภรรยาของยุนคือ คิมกอนฮี ยังถูกตัดสินจำคุก 20 เดือนในข้อหารับสินบนขณะดำรงตำแหน่งสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง
ผลกระทบต่อประชาธิปไตยเกาหลี
เหตุการณ์นี้ทำให้เกาหลีใต้ซึ่งเคยถือเป็นแสงแห่งประชาธิปไตยในเอเชียต้องเผชิญกับความทรงจำที่ไม่มีใครอยากนึกถึงเกี่ยวกับรัฐประหารช่วงปี 1960-1980
ถ่ายทอดสดการพิพากษา
คาดว่าชาวเกาหลีใต้นับล้านจะหยุดกิจกรรมต่างๆ เพื่อติดตามการถ่ายทอดสดการอ่านคำพิพากษาในเวลา 15.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 13.00 น.ตามเวลาไทย




