ตำรวจเกาหลีใต้มีแผนจะชันสูตรศพนักศึกษาชาวเกาหลีที่ถูกลักพาตัวและถูกทรมานจนเสียชีวิตร่วมกับเจ้าหน้าที่กัมพูชา ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับอาชญากรรมที่คล้ายคลึงกันที่เกิดขึ้นกับชาวเกาหลีในกัมพูชา
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ความตึงเครียดทางการทูตระหว่างสองประเทศทวีความรุนแรงขึ้นจากอาชญากรรมที่ก่อขึ้นอย่างเป็นระบบ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงทางออนไลน์และการลักพาตัวที่พุ่งเป้าไปที่ชาวเกาหลีใต้
สำนักงานตำรวจจังหวัดคยองบุกกล่าวว่า จะดำเนินการชันสูตรศพชาวเกาหลีใต้ที่เสียชีวิตในกัมพูชาร่วมกับหน่วยนิติวิทยาศาสตร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ในการสอบสวนเบื้องต้น ตำรวจกัมพูชาระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจากภาวะหัวใจหยุดเต้นจากความเจ็บปวดอย่างรุนแรงอันเนื่องมาจากการถูกทรมาน
“ไม่สามารถยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตได้จากการตรวจสอบเบื้องต้นเพียงอย่างเดียว” เจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งเผยกับสำนักข่าว Yonhap พร้อมเสริมว่าเจ้าหน้าที่สอบสวนวางแผนเดินทางกลับเมื่อกำหนดการเสร็จสิ้นกับทางการกัมพูชา
เหยื่อซึ่งเป็นนักศึกษาอายุ 22 ปีจากเยชอน จังหวัดคยองซังเหนือ ถูกพบเสียชีวิตในกัมพูชาเมื่อเดือนสิงหาคม สองสัปดาห์หลังจากเดินทางเข้าประเทศเพื่อพักผ่อนช่วงฤดูร้อนเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม
หนึ่งสัปดาห์หลังจากเขาออกเดินทาง ครอบครัวของนักศึกษารายนี้ได้รับโทรศัพท์จากชายปริศนาโดยเรียกค่าไถ่ 50 ล้านวอน (1,143,784 บาท) โดยอ้างว่านักศึกษาคนดังกล่าว “ก่อปัญหา”
แต่การสื่อสารกับผู้กรรโชกทรัพย์ถูกตัดขาดหลังจากนั้นไม่กี่วัน และนักศึกษาคนดังกล่าวถูกพบเสียชีวิตในอีกประมาณสองสัปดาห์ต่อมา พยานซึ่งถูกคุมขังในสถานที่เดียวกันเล่าว่า นักศึกษาผู้ตายถูกทุบตีอย่างรุนแรงจนเดินหรือหายใจไม่ได้ และเสียชีวิตขณะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล
เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางท่ามกลางอาชญากรรมที่พุ่งเป้าไปที่ชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชาที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศของโซลระบุว่า จำนวนคดีลักพาตัวหรือควบคุมตัวชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชาที่รายงานไว้มีจำนวน 330 คดีระหว่างเดือนมกราคมถึงสิงหาคมปีนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 221 คดีในปี 2024, 21 คดีในปี 2023, 11 คดีในปี 2022 และเพียง 4 คดีในปี 2021
คดีที่น่าตกใจเหล่านี้ได้จุดชนวนให้เกิดข้อพิพาททางการทูตระหว่างสองประเทศ โดยตำรวจเกาหลีใต้ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่ามีแผนที่จะจัดตั้ง “แผนกเกาหลี” ในกัมพูชาเพื่อช่วยเหลือเหยื่อ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้ที่ประจำการอยู่ในหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่างประเทศ เพื่อจัดการกับอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับพลเมืองเกาหลีใต้
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โช ฮยอน ได้เรียกตัว ควน โพน รัตนาก เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำเกาหลีใต้เข้าพบ พร้อมแสดงความกังวลอย่างยิ่งและเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาให้ความร่วมมือกับทางการเกาหลีใต้อย่างแข็งขันในการจัดตั้งหน่วยงานเกาหลีขึ้นเพื่อช่วยเหลือเหยื่อ
การดำเนินการดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการประท้วงทางการทูตอย่างรุนแรงของโซล เนื่องจากไม่ใช่เรื่องปกติที่รัฐมนตรีจะเรียกตัวเอกอัครราชทูตเข้าพบ เพราะโดยปกติแล้วเป็นหน้าที่ของอธิบดีหรือรองรัฐมนตรี
ขณะที่ประธานาธิบดี อี แจ-มยอง ได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศใช้มาตรการเต็มรูปแบบเพื่อรับมือกับอาชญากรรมต่อชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง
Photo by JUNG Yeon-je / AFP





