กองกำลังเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ได้ดำเนินการฝึกซ้อมด้วยกระสุนจริงเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อฝึกฝนความสามารถในการตอบสนองต่อ ‘การโจมตีด้วยปืนใหญ่แบบไม่ทันตั้งตัวสไตล์ฮามาส’ ที่อาจเกิดขึ้นจากเกาหลีเหนือ
กองกำลังทั้งสองดำเนินการยิงด้วยกระสุนจริงและการฝึกซ้อมอื่นๆ เป็นประจำ แต่การฝึกซ้อมในสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดขึ้นหลังจากที่ฮามาสโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค. จึงทำให้เกิดความกระวนกระวายใจด้านความปลอดภัยในเกาหลีใต้
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ปืนใหญ่ประจำการระยะไกลของเกาหลีเหนือสามารถยิงได้ประมาณ 16,000 นัดต่อชั่วโมง ในกรณีที่เกิดความขัดแย้ง และจะก่อให้เกิดภัยคุกคามร้ายแรงต่อกรุงโซลซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนประมาณ 40-50 กิโลเมตร (25-30 ไมล์)
จากรายงานของกองทัพเกาหลีใต้ระบุว่า การซ้อมยิงดังกล่าวมีระยะเวลา 3 วันซึ่งเริ่มตั้งแต่วันพุธ (25 ต.ค.) ที่ผ่านมา โดยมีทหารเกาหลีใต้และสหรัฐฯ 5,400 นาย ปืนใหญ่อัตราจร (artillery systems) 300 กระบอก ยานพาหนะ 1,000 คัน และยุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศ
“การจำลองการตอบสนองต่อ ‘การโจมตีด้วยปืนใหญ่ของศัตรูที่อาจโจมตีแบบไม่ให้ทันตั้งตัวแบบฮามาส’ เป็นการฝึกซ้อมการโจมตีที่ออกแบบมาเพื่อขจัดต้นตอของการโจมตีด้วยปืนใหญ่ระยะไกลของศัตรูตั้งแต่เนิ่นๆ” กองบัญชาการปฏิบัติการภาคพื้นดินของเกาหลีใต้กล่าวในแถลงการณ์
อย่างไรก็ดี เกาหลีเหนือไม่ได้ตอบสนองต่อการฝึกซ้อมในทันที ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะถือว่าการฝึกทหารหลักๆ ของสหรัฐฯ-เกาหลีใต้นั้นเป็นการซ้อมบุกเกาหลีเหนือ และเกาหลีเหนือมักจะตอบโต้ด้วยการทดสอบขีปนาวุธ
ทั้งนี้ เกาหลีใต้และสหรัฐฯ ได้ขยายการฝึกซ้อมทางทหารตามปกติเมื่อเผชิญกับโครงการนิวเคลียร์ที่ก้าวหน้าของเกาหลีเหนือ เนื่องจากปีที่แล้ว เกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบขีปนาวุธมากกว่า 100 ครั้ง ซึ่งบางส่วนเป็นการจำลองการโจมตีด้วยนิวเคลียร์ต่อเกาหลีใต้และสหรัฐฯ
Photo by Handout / South Korean Defence Ministry / AFP




