สเปนเผชิญกับคลื่นความร้อนที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ AEMET ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่า คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 3-18 สิงหาคม นาน 16 วัน มีความรุนแรงเกินกว่าสถิติเดิมที่บันทึกในเดือนกรกฎาคม 2022
อุณหภูมิทำลายสถิติหลายระดับ
AEMET รายงานว่า อุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงคลื่นความร้อนครั้งนี้สูงกว่าเหตุการณ์ในอดีต 4.6 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะช่วง 10 วันระหว่าง 8-17 สิงหาคม กลายเป็น 10 วันติดต่อกันที่ร้อนที่สุดในสเปนตั้งแต่ปี 1950
หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาชี้แจงว่า ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์แสดงว่าฤดูร้อนปัจจุบันร้อนกว่าทศวรรษที่ผ่านมา พร้อมเตือนถึงแนวโน้มฤดูร้อนที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไฟป่าคร่าชีวิตและทำลายทรัพย์สิน
คลื่นความร้อนรุนแรงทำให้เกิดสภาพแห้งแล้งที่เอื้อต่อการลุกลามของไฟป่า ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และผู้คนหลายพันคนต้องอพยพออกจากบ้าน ไฟป่าในภาคเหนือและตะวันตกของสเปนทำลายพื้นที่มากกว่า 350,000 เฮกเตอร์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ไฟป่าในสเปนทำลายพื้นที่รวมกว่า 400,000 เฮกเตอร์ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด นักดับเพลิงและเครื่องบินฉีดน้ำจาก 9 ประเทศในยุโรปเข้าร่วมช่วยเหลือการควบคุมไฟ
ผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน
สถาบันสุขภาพ Carlos III ประเมินว่า คลื่นความร้อนในเดือนสิงหาคมเชื่อมโยงกับการเสียชีวิตกว่า 1,100 ราย ขณะที่เดือนกรกฎาคมมีผู้เสียชีวิตจากความร้อนจัด 1,060 ราย เพิ่มขึ้น 50% จากปี 2024
ประเทศเพื่อนบ้านอย่างโปรตุเกสก็ประสบปัญหาคล้ายกัน มีผู้เสียชีวิตจากไฟป่า 4 ราย รวมถึงนักดับเพลิงวัย 45 ปีที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ไฟป่าในโปรตุเกสทำลายพื้นที่กว่า 60,000 เฮกเตอร์ในช่วงคลื่นความร้อนครั้งนี้
สัญญาณเตือนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นแรงผลักดันให้คลื่นความร้อนมีความยาวนาน รุนแรง และเกิดขึ้นบ่อยมากขึ้นทั่วโลก ตั้งแต่เริ่มบันทึกข้อมูลในปี 1975 AEMET ได้จดทะเบียนคลื่นความร้อน 77 ครั้งในสเปน โดย 6 ครั้งมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ย 4 องศาเซลเซียสขึ้นไป ซึ่ง 5 ใน 6 ครั้งเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2019




