รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซียหวังไทย-กัมพูชายึดมั่นวิถีอาเซียน แก้ปัญหาโดยสันติ

22 ธ.ค. 2568 - 13:46

  • การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษจัดขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย

  • อาเซียนยึดหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในกันและกัน การยุติข้อพิพาทโดยสันติ การละเว้นการใช้กำลัง และความร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเสถียรภาพของภูมิภาค

รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซียหวังไทย-กัมพูชายึดมั่นวิถีอาเซียน แก้ปัญหาโดยสันติ

ในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ โมฮามัด ฮาซัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย กล่าวเปิดประชุม โดยเน้นย้ำถึงสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือ (Treaty of Amity and Cooperation: TAC) ในปี 1976 ว่า สาระสำคัญของสนธิสัญญานี้คือ การไม่แทรกแซงกิจการภายในกันและกัน การยุติข้อพิพาทโดยสันติ การละเว้นการใช้กำลัง และความร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเสถียรภาพของภูมิภาค

โมฮามัดหวังว่า การประชุมพิเศษครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นความพยายามของอาเซียนเพื่อให้เกิดเสถียรภาพขึ้นอีกครั้งใน พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

“อาเซียนต้องทำทุกวิถีทางที่จำเป็นเพื่อ รักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค เป้าหมายของเราไม่ได้จำกัดอยู่แค่การลดความตึงเครียดเราต้องเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างฝ่ายที่ขัดแย้งกัน และเปิดโอกาสสำหรับการเจรจา แม้จะมีความแตกต่างกันอยู่”

โมฮามัดย้ำว่า หากเรายังไม่มีคำตอบทั้งหมดสำหรับความขัดแย้ง เราก็มีบางสิ่งที่มีพลังไม่แพ้กัน นั่นคือ บทเรียนจากอดีต การหวนมองย้อนกลับไปถึงภูมิปัญญา ความสามัคคี และความไว้วางใจที่นำพาเราผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความวุ่นวาย จะช่วยให้อาเซียนค้นพบเข็มทิศนำทางสู่อนาคตได้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซียย้ำว่า สนธิสัญญาปี 1976 คอยย้ำเตือนเราถึงหลักการพื้นฐานอันยั่งยืนสามประการ

ประการแรก คือความเป็นศูนย์กลางของการทูตแบบ “วิถีอาเซียน” ได้พิสูจน์มาแล้วว่าเป็นเครื่องมือที่แข็งแกร่งที่สุดของเรา โดยมีรากฐานอยู่บนการเจรจา การปรึกษาหารือ และฉันทามติ

ประการที่สอง คือพลังของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ครั้งแล้วครั้งเล่า ความเป็นเอกภาพของเราได้ช่วยปกป้องอาเซียนจากแรงกดดันภายนอก และนำพาเราผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ

และประการที่สาม คือรากฐานแห่งความไว้วางใจ ความยืดหยุ่นและความแข็งแกร่งของเราถูกสร้างขึ้นบนความไว้วางใจ ไม่เพียงต่อสถาบันของเราเท่านั้น แต่รวมถึงความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ในฐานะครอบครัวอาเซียน

“ในขณะที่เราจัดการกับปัญหาในระดับภูมิภาคในปัจจุบัน ขอให้เรายึดมั่นในภูมิปัญญาจากอดีตของเรา: การเจรจาเหนือความขัดแย้ง ความสามัคคีเหนือการแบ่งแยก และความเจริญรุ่งเรืองที่แบ่งปันกัน และขออย่าลืมว่าภูมิปัญญาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ของอาเซียนคือเจตจำนงร่วมกันของเรา – เจตจำนงที่จะผูกพัน เราเข้าด้วยกันด้วยมิตรภาพ ความร่วมมือ และความไว้วางใจ”

ประธานอาเซียน ย้ำว่า ในอาเซียนที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างมาก เราต้องพิจารณาผลกระทบในวงกว้างของการทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องของสถานการณ์นี้ ต่อประชาชนที่เราให้บริการ ผมขอเรียกร้องให้ทุกท่านให้ความสนใจในเรื่องนี้ อย่างเร่งด่วนที่สุด

“โปรดจำไว้ว่า ในสายตาของโลก เราเติบโตและเจริญรุ่งเรือง และในสายตาของโลก เราก็ต้องเอาชนะความท้าทายของเราด้วยเช่นกัน ในส่วนของผม ผมขอขอบคุณ พณ.ปรัก สุคน และฯพณฯ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และเพื่อนร่วมงานท่านอื่นๆ สำหรับการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องกับผมในฐานะประธานอาเซียน”

ทั้งนี้ความไว้วางใจของท่านที่มีต่อมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนนั้น มีความหมายอย่างยิ่ง และมาเลเซียเองก็มีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งในความมุ่งมั่นของทั้งกัมพูชาและไทยที่จะหาทางออกอย่างสันติ

“เราต้องแสดงให้โลกเห็นถึงความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัว ซึ่งเป็นคุณลักษณะเด่นของเราตลอดเกือบหกสิบปีที่ผ่านมา ขอบคุณครับ ผมหวังว่าจะได้มีการหารือที่ได้ผลและสร้างสรรค์กับทุกท่านในวันนี้”

Photo by MANDEL NGAN / POOL / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์