การปรากฏตัวของ ‘ลูกสาวคิมจองอึน’ จุดประเด็นผู้นำเกาหลีเหนือคนต่อไป

10 ก.พ. 2566 - 16:10

  • ลูกสาวของคิมจองอึนปรากฏตัวต่อสาธารณะ 5 ครั้ง และทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึง 3 เดือน

  • ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า หรือเธออาจจะเป็นผู้นำเกาหลีเหนือคนต่อไป

Succession_questions_raised_by_presence_of_kim_daughter_SPACEBAR_Thumbnail_9474b52f2a.jpeg
เมื่อคืนวันพุธ (8 ก.พ.) ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือขนอาวุธยุทโธปกรณ์มาโชว์ในขบวนพาเหรดในกรุงเปียงยางอย่างยิ่งใหญ่ นับเป็นการโชว์ขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา  

ทว่า ที่ไดรับความสนใจไม่แพ้กันคือ บุตรสาวที่ปรากฏตัวข้างกายคิมของอึน มีการคาดเดากันว่าสาวน้อยคนนี้คือลูกคนที่ 2 ของคิมจองอึนที่ชื่อว่า คิมจูเอ อายุราว 10 ขวบ 

การปรากฏตัวครั้งล่าสุดนี้คือครั้งที่ 5 และทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึง 3 เดือน ในช่วงเวลาสั้นๆ นี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดกับคิมจูเอ ทำให้มีการคาดเดากันไปว่ามีโอกาสมากขึ้นที่เธอจะได้รับเลือกให้เป็นผู้นำในอนาคตของเกาหลีเหนือ 

การปรากฏตัวครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วระหว่างการทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีปทำให้เกิดการคาดเดาเป็นวงกว้างว่าวันหนึ่งเธออาจก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำสูงสุดของประเทศเกาหลีเหนือที่เต็มไปด้วยความลับแห่งนี้ แต่ขณะนั้นยังถือเป็นก้วกระโดดที่ใหญ่เกินไป 

หรือบางที่คิมจองอึนอาจต้องการเพียงแสดงให้เห็นว่าตัวเองก็เป็นพ่อที่ดีคนหนึ่ง หรือต้องการแสดงให้เห็นว่าทั้งครอบครัวและอาวุธสำคัญพอกัน 

แต่การปรากฏตัวแต่ละครั้งดูเหมือนว่าสาวน้อยคิมจะเติบโตขึ้น 
Succession_questions_raised_by_presence_of_kim_daughter_SPACEBAR_Photo01_11601ca5fd.jpeg
KCNA VIA KNS / AFP
คืนวันอังคาร (7 ก.พ.) ก่อนขบวนพาเหรดจะเริ่มขึ้น คิมจูเอเข้าร่วมงานเลี้ยงสำหรับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพเกาหลีเหนือ ครั้งนี้เธอสวมเสื้อสีขาวที่ดูเป็นทางการกับชุดสูทกระโปรงสีดำ และผมส่วนหนึ่งติดกิ๊บไว้ด้านหลัง 

ภาพถ่ายที่ถูกเผยแพร่ออกมาถึงกับทำให้นักสังเกตการณ์เกาหลีเหนืออ้าปากค้าง เพราะแต่ละภาพเธออยู่ในตำแหน่งสำคัญแทบจะเป็นศูนย์กลางคือ นั่งระหว่างพ่อกับแม่ ล้อมรอบด้วยเจ้าหน้าที่ของกองทัพหลายคน 

สำนักข่าว BBC ระบุว่า การพัฒนาที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ภาษาที่ใช้บรรยายเกี่ยวกับสาวน้อยคนนี้ เธอได้รับการเรียกขานครั้งแรกจากสื่อของรัฐว่า “ลูกสาวสุดรัก” ของคิมจองอึน และในงานเลี้ยงล่าสุด เธอถูกยกย่องให้เป็นลูกสาว “ที่ได้รับความเคารพ” ซึ่งถือว่าเป็นคำที่สงวนไว้ใช้กับคนที่ได้รับความเคารพสูงสุดเท่านั้น 

ขณะที่คิมจองอึนนั้นกว่าจะได้รับการเรียกขานว่า “สหายที่ได้รับการเคารพ” ก็ต้องรอจนกระทั้งสถานะผู้นำคนต่อไปของเกาหลีเหนือเหนียวแน่นแล้ว 

นับตั้งแต่ก่อตั้ง เกาหลีเหนือถูกปกครองโดยคนของตระกูลคิมมา 3 เจเนอเรชันแล้ว ชาวเกาหลีเหนือได้รับการบอกเล่าว่าตระกูลนี้มาจากสายเลือดอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งหมายความว่ามีแต่คนจากตระกูลนี้ท่านั้นที่สามารถปกครองเกาหลีเหนือได้ และดูเหมือนว่าคิมจองอึนก็ต้องการส่งต่อตำแหน่งนี้ให้กับเจเนอเรชันที่ 4  

อย่างไรก็ดี มีคำถามตามมาว่า แม้ว่าคิมจูเอจะเป็นทายาทที่คิมจองอึนหมายตาไว้จริง แลวเหตุใดจึงต้องเปิดตัวเธอเร็วขนาดนี้ เพราะตอนนี้คิมจองอึนอายุเพียง 39 ปี และคิมจูเอเองก็ยังเด็ก 

มีรายงานว่า มีการเปิดเผยว่าคิมจองอึนได้รับการแต่งตั้งให้สืบทอดอำนาจต่อจากคิมจองอิลผู้เป็นพ่อขณะอายุ 8 ขวบ แต่นั่นเป็นการเปิดเผยเป็นการส่วนตัวเฉพาะผู้นำทหารเท่านั้น แต่กว่าจะเปิดเผยต่อสาธารณชนก็ราว 1 ปีก่อนคิมจองอิลเสียชีวิต ซึ่งนั่นทำให้คิมจองอึนเริ่มรับตำแหน่งผู้นำสูงสุดอย่างยากลำบาก เพราะต้องพยายามอย่างหนักในการรวบอำนาจ 

บางทีนี่อาจเป็นความพยายามของคิมจองอึนที่จะให้ลูกสาวก้าวสู่ตำแหน่งแบบไม่ยากเย็น โดยทำให้แน่ใจว่าตำแหน่งของเธอมั่นคงขึ้นเมื่อถึงเวลาที่เธอรับช่วงต่อ หรืออาจเป็นเพราะคิมจองอึนสุขภาพไม่ดีและอาจมีชีวิตไม่ยืนยาว ซึ่งทั้งสองอย่างหลังนี้ไม่มีใครทราบ 

อีกเหตุผลหนึ่งที่คิมจองอึนอาจต้องการเวลามากๆ คือ การฝ่าฟันอคติของสังคมปิตาธิปไตย เกาหลีเหนือใม่เคยมีผู้นำสูงสุดเป็นผู้หญิง แม้ว่าจะมีผู้หญิงบางคนได้รับตำแหน่งในระดับสูง อาทิ คิมยอจอง น้องสาวของคิมจองอึน 

เจมส์ เฟร็ตเวลล์ นักวิเคราะห์ของ NK News ซึ่งติดตามกิจการของเกาหลีเหนือมองว่าเรื่องนี้ไม่ได้ยากจนเกินไป เขาเผยกับ BBC ว่า  “แม้ว่าสังคมเกาหลีเหนือจะเป็นสังคมผู้ชายเป็นใหญ่ แต่ก็เป็นสังคมที่คิมเป็นใหญ่ด้วย เหนือสิ่งอื่นใดคือ สายเลือดของเธอจะทำให้เธอมีศักยภาพในการเป็นผู้นำ มันจะน่าแปลกใจมากหากมีใครที่อยู่นอกตระกูลคิม ไม่ว่าจะผู้ชายหรือผู้หญิง ก้าวขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งสูงสุดนี้” 

นั่นเท่ากับว่า การตั้งผู้หญิงขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดจะต้องลงมือทำอะไรบางอย่าง เพื่อให้เธอได้รับการยอมรับอย่างแท้จริงจากประชาชน กองทัพ และชนชั้นนำ 

ตำแหน่งของคิมจูเอในฐานะผู้นำเกาหลีเหนือคนต่อไปยังเร็วเกินไปที่จะการันตีได้ แต่ในแต่ละครั้งที่เธอปรากฏตัวก็ดูเหมือนว่ามันจะเป็นไปได้มากขึ้น 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์