หลังจากสถานการณ์ความขัดแย้งแย่งชิงอำนาจระหว่างกองทัพในซูดานบานปลายต่อเนื่องหลายวันและดูทีท่าว่าจะรุนแรงขึ้น หลายประเทศจึงทยอยอพยพนักการทูตและพลเมืองออกจากเมืองคาร์ทูมซึ่งเป็นเมืองหลวงของซูดาน
สหรัฐฯ และอังกฤษประกาศเมื่อวันอาทิตย์ (23 เม.ย.) ที่ผ่านมาว่า พวกเขาได้ส่งนักการทูตออกนอกประเทศแล้ว ขณะที่ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และสเปน ก็อยู่ระหว่างการดำเนินการด้วยเช่นกัน
ทางการสหรัฐฯ ระบุว่า พวกเขาขนส่งผู้โดยสารไม่ถึง 100 คนด้วยเฮลิคอปเตอร์ชีนุก 3 ลำเมื่อเช้าวันอาทิตย์ด้วยปฏิบัติการที่รวดเร็วและสะอาด
ส่วนสหราชอาณาจักรนั้นสามารถขนส่งนักการทูตชาวอังกฤษและครอบครัวของออกนอกประเทศได้เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่ซับซ้อนและรวดเร็ว “ทางเลือกในการอพยพชาวอังกฤษที่เหลืออยู่ในซูดานนั้น ถูกจำกัดอย่างมาก” เจมส์ เคลฟเวอร์ลี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศกล่าว
ขณะที่ประเทศอื่นๆ อพยพผู้คนได้สำเร็จเมื่อวันเสาร์ (22 เม.ย.) ที่ผ่านมา ประชาชนมากกว่า 150 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพลเมืองของประเทศแถบอ่าว เช่นเดียวกับอียิปต์ ปากีสถาน และแคนาดา ถูกอพยพทางทะเลไปยังท่าเรือจิดดาห์ของซาอุดีอาระเบีย
ในขณะเดียวกัน มีรายงานว่าการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในซูดานเกือบล่ม ซึ่งอาจขัดขวางการประสานงานช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ในคาร์ทูมและเมืองอื่นๆ อย่างร้ายแรง นอกจากนี้ การกราดยิงและการทิ้งระเบิดในเมืองคาร์ทูมและที่อื่นๆ นั้นยังทำให้ไฟฟ้าดับด้วย
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ประกาศว่าจะส่งทีมรับมือภัยพิบัติไปยังพื้นที่ดังกล่าวเพื่อประสานงานการตอบสนองด้านมนุษยธรรมสำหรับผู้ที่ต้องการทั้งในและนอกซูดาน
ซาแมนธา พาวเวอร์ จากองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USAID) กล่าวว่า “ทีมงานจะทำงานนอกเคนยาในตอนแรก และให้ความสำคัญกับการได้รับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเพื่อช่วยชีวิตผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด”
ด้านองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า การสู้รบดังกล่าวคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 400 คน และบาดเจ็บอีกหลายพันคน แต่เชื่อว่ายอดผู้เสียชีวิตจะสูงกว่านี้มาก เพราะโรงพยาบาลส่วนใหญ่ของเมืองถูกบีบให้ปิดเนื่องจากการสู้รบ
ขณะที่สหประชาชาติ (UN) เตือนว่าประชาชนมากถึง 20,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็กได้หลบหนีออกจากซูดานเพื่อหนีสงครามเข้าไปในประเทศชาดในแอฟริกากลาง
สหรัฐฯ และอังกฤษประกาศเมื่อวันอาทิตย์ (23 เม.ย.) ที่ผ่านมาว่า พวกเขาได้ส่งนักการทูตออกนอกประเทศแล้ว ขณะที่ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และสเปน ก็อยู่ระหว่างการดำเนินการด้วยเช่นกัน
ทางการสหรัฐฯ ระบุว่า พวกเขาขนส่งผู้โดยสารไม่ถึง 100 คนด้วยเฮลิคอปเตอร์ชีนุก 3 ลำเมื่อเช้าวันอาทิตย์ด้วยปฏิบัติการที่รวดเร็วและสะอาด
ส่วนสหราชอาณาจักรนั้นสามารถขนส่งนักการทูตชาวอังกฤษและครอบครัวของออกนอกประเทศได้เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่ซับซ้อนและรวดเร็ว “ทางเลือกในการอพยพชาวอังกฤษที่เหลืออยู่ในซูดานนั้น ถูกจำกัดอย่างมาก” เจมส์ เคลฟเวอร์ลี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศกล่าว
ขณะที่ประเทศอื่นๆ อพยพผู้คนได้สำเร็จเมื่อวันเสาร์ (22 เม.ย.) ที่ผ่านมา ประชาชนมากกว่า 150 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพลเมืองของประเทศแถบอ่าว เช่นเดียวกับอียิปต์ ปากีสถาน และแคนาดา ถูกอพยพทางทะเลไปยังท่าเรือจิดดาห์ของซาอุดีอาระเบีย
ในขณะเดียวกัน มีรายงานว่าการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในซูดานเกือบล่ม ซึ่งอาจขัดขวางการประสานงานช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ในคาร์ทูมและเมืองอื่นๆ อย่างร้ายแรง นอกจากนี้ การกราดยิงและการทิ้งระเบิดในเมืองคาร์ทูมและที่อื่นๆ นั้นยังทำให้ไฟฟ้าดับด้วย
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ประกาศว่าจะส่งทีมรับมือภัยพิบัติไปยังพื้นที่ดังกล่าวเพื่อประสานงานการตอบสนองด้านมนุษยธรรมสำหรับผู้ที่ต้องการทั้งในและนอกซูดาน
ซาแมนธา พาวเวอร์ จากองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USAID) กล่าวว่า “ทีมงานจะทำงานนอกเคนยาในตอนแรก และให้ความสำคัญกับการได้รับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเพื่อช่วยชีวิตผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด”
ด้านองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า การสู้รบดังกล่าวคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 400 คน และบาดเจ็บอีกหลายพันคน แต่เชื่อว่ายอดผู้เสียชีวิตจะสูงกว่านี้มาก เพราะโรงพยาบาลส่วนใหญ่ของเมืองถูกบีบให้ปิดเนื่องจากการสู้รบ
ขณะที่สหประชาชาติ (UN) เตือนว่าประชาชนมากถึง 20,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็กได้หลบหนีออกจากซูดานเพื่อหนีสงครามเข้าไปในประเทศชาดในแอฟริกากลาง




