ไต้หวันเสนอเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมในปีหน้า ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวที่มุ่งหมายเพื่อบรรเทาความกดดันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เรียกร้องให้ไต้หวันลงทุนด้านนี้เพื่อปกป้องตัวเองจากภัยคุกคามของจีน
แถลงการณ์จากคณะรัฐมนตรีในกรุงไทเปเมื่อวันพฤหัสบดี (21 ส.ค.) ระบุว่า รัฐบาลต้องการงบประมาณทางทหาร 3.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1 ล้านล้านบาท) สำหรับปี 2026
ตามการคำนวณของสำนักข่าว Bloomberg เผยว่า เจ้าหน้าที่ได้รวมงบประมาณสำหรับหน่วยยามฝั่งและเงินบำนาญทหารผ่านศึกไว้ในตัวเลขเบื้องต้นเป็นครั้งแรก ซึ่งคิดเป็นจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นเกือบ 23% จากค่าใช้จ่ายที่เทียบเท่ากันในปีที่แล้ว
เหตุผลส่วนหนึ่งที่ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ต้องการงบประมาณด้านการป้องกันเพิ่มขึ้น นั่นก็เป็นเพราะว่าทรัมป์ได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของไต้หวันในการปกป้องตัวเองจากจีน ซึ่งจีนมองว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนที่ต้องถูกควบคุมภายใต้การปกครองของตัวเองหากจำเป็น
คณะรัฐมนตรีกล่าวว่า ข้อเสนอดังกล่าวจะเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมเป็น 3.32% ของผลผลิตทางเศรษฐกิจ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย 3% ที่ ไล่ ชิงเต๋อ ตั้งไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์
ไล่ ชิงเต๋อ โพสต์ในเฟซบุ๊กหลังจากแถลงการณ์ออกมาว่า “ด้วยงบประมาณด้านกลาโหมที่สูงกว่า 3.3% ของ GDP ไต้หวันจึงแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันตนเอง!”
จำนวนเงินสุดท้ายที่ไต้หวันจะใช้จ่ายด้านกองทัพในปี 2026 อาจแตกต่างออกไป เนื่องจากงบประมาณนี้ต้องผ่านการพิจารณาในสภานิติบัญญัติ ซึ่งฝ่ายค้านมีเสียงข้างมากเพียงเล็กน้อย
ร่างกฎหมายพิเศษที่จัดสรรงบประมาณใหม่หลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้แก่กองทัพนั้นต้องเผชิญกับการถกเถียงกันหลายสัปดาห์ระหว่างสมาชิกรัฐสภาฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ก่อนที่จะได้รับการอนุมัติเมื่อเดือนที่ผ่านมา นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงความยากลำบากในการอนุมัติโครงการใช้จ่ายของรัฐบาลในไต้หวัน
นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังเสนอให้งบประมาณรวมของรัฐบาลสำหรับปีหน้า 3.04 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 3.2 ล้านล้านบาท) จากรายได้ 2.86 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 3 ล้านล้านบาท)
(Photo by CHENG Yu-chen / AFP)




