สำนักข่าว Nikkei Asia ของญี่ปุ่นรายงานว่า อดีตนายกรัฐมนตรี ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ของไทยเดินทางกลับประเทศไทยในวันนี้ (22 ส.ค.) หลังจากลี้ภัยอยู่นานกว่า 15 ปี และมีความพยายามที่จะกลับบ้านอยู่กว่า 20 ครั้ง
“ถึงเวลาที่ผมจะต้องอยู่เคียงข้างคนไทย” ทักษิณบอกกับ Nikkei Asia เมื่อเช้าวันอังคารที่สนามบิน Seletar ของสิงคโปร์ โดยยืนยันว่าเขากำลังจะมุ่งหน้าสู่ประเทศไทย
การกลับมาของทักษิณเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ ‘รัฐสภา’ จะลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยพรรคเพื่อไทยหวังที่จะจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่ทักษิณยังเป็นบุคคลสำคัญในการ และยังคงเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น X (ชื่อเดิม Twitter) และ Clubhouse
“ผมมีอิสระที่จะเดินทางไปทุกที่ในโลก แต่ผมถูกจำคุกให้อยู่ห่างจากครอบครัว ถ้าผมกลับมา (บ้าน) และต้องเข้าคุกเล็กๆ ก็ไม่เป็นไร” ทักษิณบอกในเดือนมีนาคม
จนถึงปีนี้ พรรคที่เกี่ยวข้องกับทักษิณชนะการเลือกตั้งทุกครั้งนับตั้งแต่ปี 2001 เมื่อทักษิณเข้ามามีอำนาจร่วมกับพรรคไทยรักไทย ขณะที่ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของเขา ซึ่งเคยลี้ภัยจากการถูกตัดสินจำคุก 5 ปีเหมือนกัน คือนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยคนสุดท้ายก่อนรัฐประหารครั้งล่าสุดในปี 2014
เมื่อเขากลับมา ทักษิณต้องเผชิญกับโทษจำคุก 12 ปีในข้อหารับสินบนและการทุจริต แต่ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองสงสัยว่าชายวัย 74 ปีคนนี้จะใช้เวลาอยู่ในเรือนจำนานเท่าใด เนื่องจากผู้ต้องโทษที่มีอายุมากกว่า 70 ปีในประเทศไทยมีสิทธิขอทัณฑ์บน หรือพระราชทานอภัยโทษได้
“หากไม่มีการยุติปัจจัยทักษิณ ก็จะไม่มีการปรองดองระหว่างค่ายประชานิยม กับกลุ่มอนุรักษ์นิยมและทหาร” ฐิตินันท์ พงศ์สุทธิรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันความมั่นคงและการศึกษาระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว
สิ่งที่เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งไทยเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม อาจกลายเป็นข้อตกลงขั้นสุดท้ายของทักษิณ เพื่อไทยตั้งเป้าหมายให้มีที่นั่งในสภาล่างมากกว่า 300 ที่นั่งในการเลือกตั้ง เพื่อแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีที่ไม่ถูกขัดขวางจากสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ทหารแต่งตั้งขึ้นมา แผนดังกล่าวได้รับความปั่นป่วนจากพรรคก้าวไกล ซึ่งขณะนี้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมองว่าเป็นผู้สนับสนุนประชาธิปไตยที่เหมาะสมมากกว่าพรรคเพื่อไทย
แต่ตอนนี้หลังจากการเลือกตั้งได้ 3 เดือน เพื่อไทยก็อยู่ในตำแหน่งหัวแถวในการจัดตั้งรัฐบาลหลังจากสละเรือของพรรคก้าวไกล และจับมือกับพรรคการเมืองขั้วเดิมที่เคยโค่นยิ่งลักษณ์ แต่หลังจากสูญเสียเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีแนวคิดปฏิรูปแล้ว การกลับมาของทักษิณอาจสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงในระบอบประชาธิปไตยของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
“เพื่อไทยไม่ใช่พรรคหลักอีกต่อไป” ฐิตินันท์กล่าวพร้อมเสริมว่า ชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งก่อนของทักษิณขึ้นอยู่กับชนชั้นและการแบ่งแยกทางภูมิศาสตร์ แต่การเมืองไทยได้ก้าวไปไกลกว่านั้น ตอนนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการปฏิรูปโครงสร้าง
ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้นำขบวนการประชาธิปไตย ‘คนเสื้อแดง’ ได้ประกาศยุติความสัมพันธ์กับพรรคเพื่อไทยเมื่อวันจันทร์ (21 ส.ค.) ที่ผ่านมา หลังจากที่พรรคเพื่อไทยเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับพรรคพลังประชารัฐ
“แน่นอนว่ามีองค์ประกอบภายในพรรคเพื่อไทยที่อยากเห็นจุดยืนของตนที่เป็นมากกว่าพรรคที่สนับสนุนทักษิณ” ดันแคน แม็กคาร์โก ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยางในสิงคโปร์ และเป็นผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับอดีตนายกรัฐมนตรีกล่าว
“ผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยบางคนสามารถยอมรับตรรกะที่ว่าพรรคต้องใช้เส้นทางที่เป็นประโยชน์กลับคืนสู่อำนาจ และให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยให้กับกระทรวงเศรษฐกิจที่สำคัญเพื่อไทย เพื่อให้พวกเขาสามารถจัดการกับข้อกังวลหลักในการดำรงชีวิตและความคับข้องใจได้” แมคคาร์โกกล่าวพร้อมเสริมอีกว่า แต่สำหรับคนเสื้อแดงหัวรุนแรงและผู้ที่มองว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคอุดมการณ์ที่ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อผู้ด้อยโอกาส การทำข้อตกลงแบบนี้ถือเป็นการ ‘ทรยศ’
“ถึงเวลาที่ผมจะต้องอยู่เคียงข้างคนไทย” ทักษิณบอกกับ Nikkei Asia เมื่อเช้าวันอังคารที่สนามบิน Seletar ของสิงคโปร์ โดยยืนยันว่าเขากำลังจะมุ่งหน้าสู่ประเทศไทย
การกลับมาของทักษิณเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ ‘รัฐสภา’ จะลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยพรรคเพื่อไทยหวังที่จะจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่ทักษิณยังเป็นบุคคลสำคัญในการ และยังคงเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น X (ชื่อเดิม Twitter) และ Clubhouse
“ผมมีอิสระที่จะเดินทางไปทุกที่ในโลก แต่ผมถูกจำคุกให้อยู่ห่างจากครอบครัว ถ้าผมกลับมา (บ้าน) และต้องเข้าคุกเล็กๆ ก็ไม่เป็นไร” ทักษิณบอกในเดือนมีนาคม
จนถึงปีนี้ พรรคที่เกี่ยวข้องกับทักษิณชนะการเลือกตั้งทุกครั้งนับตั้งแต่ปี 2001 เมื่อทักษิณเข้ามามีอำนาจร่วมกับพรรคไทยรักไทย ขณะที่ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของเขา ซึ่งเคยลี้ภัยจากการถูกตัดสินจำคุก 5 ปีเหมือนกัน คือนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยคนสุดท้ายก่อนรัฐประหารครั้งล่าสุดในปี 2014
เมื่อเขากลับมา ทักษิณต้องเผชิญกับโทษจำคุก 12 ปีในข้อหารับสินบนและการทุจริต แต่ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองสงสัยว่าชายวัย 74 ปีคนนี้จะใช้เวลาอยู่ในเรือนจำนานเท่าใด เนื่องจากผู้ต้องโทษที่มีอายุมากกว่า 70 ปีในประเทศไทยมีสิทธิขอทัณฑ์บน หรือพระราชทานอภัยโทษได้
“หากไม่มีการยุติปัจจัยทักษิณ ก็จะไม่มีการปรองดองระหว่างค่ายประชานิยม กับกลุ่มอนุรักษ์นิยมและทหาร” ฐิตินันท์ พงศ์สุทธิรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันความมั่นคงและการศึกษาระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว
สิ่งที่เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งไทยเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม อาจกลายเป็นข้อตกลงขั้นสุดท้ายของทักษิณ เพื่อไทยตั้งเป้าหมายให้มีที่นั่งในสภาล่างมากกว่า 300 ที่นั่งในการเลือกตั้ง เพื่อแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีที่ไม่ถูกขัดขวางจากสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ทหารแต่งตั้งขึ้นมา แผนดังกล่าวได้รับความปั่นป่วนจากพรรคก้าวไกล ซึ่งขณะนี้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมองว่าเป็นผู้สนับสนุนประชาธิปไตยที่เหมาะสมมากกว่าพรรคเพื่อไทย
แต่ตอนนี้หลังจากการเลือกตั้งได้ 3 เดือน เพื่อไทยก็อยู่ในตำแหน่งหัวแถวในการจัดตั้งรัฐบาลหลังจากสละเรือของพรรคก้าวไกล และจับมือกับพรรคการเมืองขั้วเดิมที่เคยโค่นยิ่งลักษณ์ แต่หลังจากสูญเสียเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีแนวคิดปฏิรูปแล้ว การกลับมาของทักษิณอาจสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงในระบอบประชาธิปไตยของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
“เพื่อไทยไม่ใช่พรรคหลักอีกต่อไป” ฐิตินันท์กล่าวพร้อมเสริมว่า ชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งก่อนของทักษิณขึ้นอยู่กับชนชั้นและการแบ่งแยกทางภูมิศาสตร์ แต่การเมืองไทยได้ก้าวไปไกลกว่านั้น ตอนนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการปฏิรูปโครงสร้าง
ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้นำขบวนการประชาธิปไตย ‘คนเสื้อแดง’ ได้ประกาศยุติความสัมพันธ์กับพรรคเพื่อไทยเมื่อวันจันทร์ (21 ส.ค.) ที่ผ่านมา หลังจากที่พรรคเพื่อไทยเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับพรรคพลังประชารัฐ
“แน่นอนว่ามีองค์ประกอบภายในพรรคเพื่อไทยที่อยากเห็นจุดยืนของตนที่เป็นมากกว่าพรรคที่สนับสนุนทักษิณ” ดันแคน แม็กคาร์โก ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยางในสิงคโปร์ และเป็นผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับอดีตนายกรัฐมนตรีกล่าว
“ผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยบางคนสามารถยอมรับตรรกะที่ว่าพรรคต้องใช้เส้นทางที่เป็นประโยชน์กลับคืนสู่อำนาจ และให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยให้กับกระทรวงเศรษฐกิจที่สำคัญเพื่อไทย เพื่อให้พวกเขาสามารถจัดการกับข้อกังวลหลักในการดำรงชีวิตและความคับข้องใจได้” แมคคาร์โกกล่าวพร้อมเสริมอีกว่า แต่สำหรับคนเสื้อแดงหัวรุนแรงและผู้ที่มองว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคอุดมการณ์ที่ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อผู้ด้อยโอกาส การทำข้อตกลงแบบนี้ถือเป็นการ ‘ทรยศ’



