เด็กชายวัย 3 ขวบกลายเป็นสมาชิกกลุ่ม Mensa สำหรับผู้คนที่มีไอคิวสูงระดับโลกที่อายุน้อยที่สุดของอังกฤษ โดยหนุ่มน้อยคนนี้สามารถอ่านและนับเลขจาก 1-100 ได้อย่างคล่องแคล่วถึง 7 ภาษา รวมทั้งภาษาจีนกลาง เวลช์ ฝรั่งเศส สแปนิช และเยอรมัน
เท็ดดี้ ฮอบส์ เด็กชายจากมณฑลซัมเมอร์เซ็ต ได้เข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม Mensa เมื่อปลายปีที่แล้ว ขณะอายุเพียง 3 ขวบ 9 เดือนเท่านั้น ด้วยระดับไอคิว 139 จาก 160 หลังจากทำแบบทดสอบวัดความสามารถทางสติปัญญา Stanford Binet
เท็ดดีซึ่งขณะนี้อายุ 4 ขวบเริ่มอ่านหนังสือด้วยตัวเองตั้งแต่อายุ 2 ขวบ 4 เดือน และตอนนี้น้องบสามารถอ่านนิยายพ่อมดแฮร์รี พอตเตอร์ได้แล้วเมื่อได้รับอนุญาตจากพ่อแม่
เบธ ฮอบส์ และวิลล์ พ่อและแม่ของอัจฉริยะฟันน้ำนมคนนี้เผยว่า พวกเขาไม่เคยคาดหวังให้ลูกชายเข้ากลุ่ม Mensa และไม่เคยแม้แต่จะวางแผนเข้าเป็นสมาชิกใดๆ
เบธเผยว่า “เราได้รับแจ้งว่า 3 ขวบคืออายุที่น้อยที่สุดที่พวกเขารับเข้า Mensa ในสหราชอาณาจักร แต่มีเด็กที่สหรัฐฯ เข้าตอน 2 ขวบ เอาจริงๆ นะ มันฟลุคมากๆ ที่เข้าได้เป็นสมาชิก เราไม่เคยตั้งเป้าให้เขาเข้าไป และแม้แต่ตอนที่เราให้เขารับการทดสอบ มันก็เพื่อช่วยเขาตอนที่เขาเริ่มเข้าโรงรียนในเดือนกันยายน เราไม่เคยวางแผนให้เขาเข้า Mensa”
เบธเล่าต่อว่า “เราไม่แน่ใจว่าเขามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ฉันกับสามีไม่ได้พูดได้หลายภาษา ดังนั้นเราจึงมักจะพูดกันขำๆ ว่านักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อนอาจจะพลาดทำเข็มหรืออะไรบางอย่างไปทำให้เขาเป็นแบบนี้”
อย่างไรก็ดี เบธเผยว่า ความอัจฉริยะของเท็ดดีมีทั้งเรื่องดีและไม่ดี เพราะเท็ดดีไม่ค่อยสนใจกับเรื่องปกติที่เด็กผู้ชายทั่วไปมักจะสนุกด้วย อาทิ เกมและทีวี “มันมาพร้อมกับความท้าทาย เพื่อนฉันสามารถพูดว่า ‘โอ้ เรามากิน c-a-k-e กันเถอะ แล้วลูกๆ ของพวกเขาก็ไม่รู้ว่าพวกเขากำลังพูดอะไรอยู่ แต่เท็ดดีจะรีบสะกดมันทันทีแล้วขอกินขนม’”
เบธเล่าว่า คุณไม่สามารถปล่อยผ่านหลายๆ เรื่องให้กลายเป็นอดีตไปได้ เขาจะรับฟังทุกอย่าง แม้แต่บทสนทนาระหว่างคุณกับเขาเมื่อวันคริสต์มาสของปีที่แล้วก็ตาม
“เมื่อเรามีลูกสาว เราซื้อแท็บเล็ตให้เขาเพื่อที่เราจะได้มีสมาธิอยู่กับลูกสาว แต่เขาไม่เคยสนใจเล่นเกมหรืออะไรมากนัก เขากลับชอบใช้แอปพลิเคชันเรียนรู้การนับเลข 1 ถึง 100 ในภาษาจีนกลางและภาษาอื่นๆ” เบธ กล่าวและเสริมว่า ขณะที่แนวคิดเรื่องความสนุกของเขาคือเขาชอบนั่งลงและท่องตารางเวลา และครั้งหนึ่งเขาเคยตื่นเต้นกับเศษส่วนมากจนเลือดกำเดาไหล
เหมือนว่าพฤติกรรมเหล่านี้จะเป็นนิสัยใจคอของเขาและเราจะพยายามไม่ทำอะไรกับมัน ทั้งเบธและสามีจะพยายามให้เขา ‘อ่อนน้อมถ่อมตน’ เนื่องจากไม่ต้องการให้ความอัจฉริยะของเขาพัฒนาไปเป็นความ ‘อวดเบ่ง’
อย่างไรก็ตาม สำหรับตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่รู้ถึงความสามารถของเขาเมื่อเทียบกับเด็กคนอื่นๆ ที่อายุเท่ากัน
เบธกล่าวเสริมว่า เราไปที่สถานรับเลี้ยงเด็กตอนนี้พวกเขากำลังเริ่มเข้าสู่หลักสูตรที่เป็นทางการมากขึ้น เพื่อนของเขาสามารถอ่านตัวอักษรได้สองสามตัว ขณะที่เขาสามารถอ่านแฮร์รี่ พอตเตอร์ได้
เบธเล่าว่า วันหนึ่งฉันจำได้ว่าพาเขาไปที่สถานรับเลี้ยงเด็กและบอกว่าฉันคิดว่าเขาสอนตัวเองให้อ่านหนังสือ และที่สถานรับเลี้ยงเด็กก็ไม่เชื่อฉันจริงๆ จากนั้นพวกเขาก็โทรกลับมาหาฉันโดยบอกว่า 'คุณพูดถูก เบธ'
“แน่นอนว่าเราไม่ให้เขาอ่านแฮร์รี่ พอตเตอร์ เราเลือกหนังสือที่เหมาะกับอารมณ์มากกว่า แต่โดยหลักแล้วเขาอยู่ในขั้นที่เขาสามารถอ่านอะไรก็ได้ที่เรายื่นเข้าไป” เบธกล่าวพร้อมเสริมว่า ตอนนี้เขามีความเข้าใจในระดับหนึ่งเช่นกัน ซึ่งบางครั้งมันทำให้สิ่งต่างๆ ยากขึ้น ตัวอย่างเช่น ใน Remembrance Sunday เขาถามว่าสงครามคืออะไรและดอกป๊อปปี้มีไว้เพื่ออะไร
มันยากที่จะอธิบายให้เขาฟังตอนที่เขายังเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขารู้ว่ามีสงครามในยูเครน ซึ่งเขาถามว่านั่นคือเหตุผลที่เราเห็นธงยูเครนใช่หรือไม่
เบธกล่าวอีกว่า เขามีความสนใจในการสนทนาในระดับที่สูงกว่าที่เธอคาดไว้ เขาเริ่มสังเกตเห็นว่า เขาจะมองดูเพื่อนบางคนที่มีปัญหาในการอ่านและทำเหมือนว่า 'ทำไมพวกเขาถึงทำอย่างนั้นไม่ได้' เมื่อตัวเขาทำได้ เราพยายามทำให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้แปลเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ไปสู่ความอวดเบ่งใดๆ
เบธกล่าวทิ้งท้ายว่า ทักษะทางสังคม และพัฒนาการของเขาคือสิ่งที่สำคัญเป็นอันดับแรก เราใช้เวลามากมายไปกับการมีลูก ดังนั้น พวกเขาจะต้องเป็นพลเมืองที่ดี เขามีความคิดบางอย่างที่อยากจะเป็นหมอในสักวันหนึ่ง เพราะเขาและเพื่อนๆ ของเขาจะชอบเล่นเป็นหมอที่สถานรับเลี้ยงเด็ก แต่ถ้าคุณตั้งคำถามว่าเขาอยากเป็นอะไร เขาก็จะตอบแค่ว่าเขาต้องการโฟกัสกับการเป็น ‘เท็ดดี’
เท็ดดี้ ฮอบส์ เด็กชายจากมณฑลซัมเมอร์เซ็ต ได้เข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม Mensa เมื่อปลายปีที่แล้ว ขณะอายุเพียง 3 ขวบ 9 เดือนเท่านั้น ด้วยระดับไอคิว 139 จาก 160 หลังจากทำแบบทดสอบวัดความสามารถทางสติปัญญา Stanford Binet
เท็ดดีซึ่งขณะนี้อายุ 4 ขวบเริ่มอ่านหนังสือด้วยตัวเองตั้งแต่อายุ 2 ขวบ 4 เดือน และตอนนี้น้องบสามารถอ่านนิยายพ่อมดแฮร์รี พอตเตอร์ได้แล้วเมื่อได้รับอนุญาตจากพ่อแม่
เบธ ฮอบส์ และวิลล์ พ่อและแม่ของอัจฉริยะฟันน้ำนมคนนี้เผยว่า พวกเขาไม่เคยคาดหวังให้ลูกชายเข้ากลุ่ม Mensa และไม่เคยแม้แต่จะวางแผนเข้าเป็นสมาชิกใดๆ
เบธเผยว่า “เราได้รับแจ้งว่า 3 ขวบคืออายุที่น้อยที่สุดที่พวกเขารับเข้า Mensa ในสหราชอาณาจักร แต่มีเด็กที่สหรัฐฯ เข้าตอน 2 ขวบ เอาจริงๆ นะ มันฟลุคมากๆ ที่เข้าได้เป็นสมาชิก เราไม่เคยตั้งเป้าให้เขาเข้าไป และแม้แต่ตอนที่เราให้เขารับการทดสอบ มันก็เพื่อช่วยเขาตอนที่เขาเริ่มเข้าโรงรียนในเดือนกันยายน เราไม่เคยวางแผนให้เขาเข้า Mensa”
เบธเล่าต่อว่า “เราไม่แน่ใจว่าเขามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ฉันกับสามีไม่ได้พูดได้หลายภาษา ดังนั้นเราจึงมักจะพูดกันขำๆ ว่านักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อนอาจจะพลาดทำเข็มหรืออะไรบางอย่างไปทำให้เขาเป็นแบบนี้”
อย่างไรก็ดี เบธเผยว่า ความอัจฉริยะของเท็ดดีมีทั้งเรื่องดีและไม่ดี เพราะเท็ดดีไม่ค่อยสนใจกับเรื่องปกติที่เด็กผู้ชายทั่วไปมักจะสนุกด้วย อาทิ เกมและทีวี “มันมาพร้อมกับความท้าทาย เพื่อนฉันสามารถพูดว่า ‘โอ้ เรามากิน c-a-k-e กันเถอะ แล้วลูกๆ ของพวกเขาก็ไม่รู้ว่าพวกเขากำลังพูดอะไรอยู่ แต่เท็ดดีจะรีบสะกดมันทันทีแล้วขอกินขนม’”
เบธเล่าว่า คุณไม่สามารถปล่อยผ่านหลายๆ เรื่องให้กลายเป็นอดีตไปได้ เขาจะรับฟังทุกอย่าง แม้แต่บทสนทนาระหว่างคุณกับเขาเมื่อวันคริสต์มาสของปีที่แล้วก็ตาม
“เมื่อเรามีลูกสาว เราซื้อแท็บเล็ตให้เขาเพื่อที่เราจะได้มีสมาธิอยู่กับลูกสาว แต่เขาไม่เคยสนใจเล่นเกมหรืออะไรมากนัก เขากลับชอบใช้แอปพลิเคชันเรียนรู้การนับเลข 1 ถึง 100 ในภาษาจีนกลางและภาษาอื่นๆ” เบธ กล่าวและเสริมว่า ขณะที่แนวคิดเรื่องความสนุกของเขาคือเขาชอบนั่งลงและท่องตารางเวลา และครั้งหนึ่งเขาเคยตื่นเต้นกับเศษส่วนมากจนเลือดกำเดาไหล
เหมือนว่าพฤติกรรมเหล่านี้จะเป็นนิสัยใจคอของเขาและเราจะพยายามไม่ทำอะไรกับมัน ทั้งเบธและสามีจะพยายามให้เขา ‘อ่อนน้อมถ่อมตน’ เนื่องจากไม่ต้องการให้ความอัจฉริยะของเขาพัฒนาไปเป็นความ ‘อวดเบ่ง’
อย่างไรก็ตาม สำหรับตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่รู้ถึงความสามารถของเขาเมื่อเทียบกับเด็กคนอื่นๆ ที่อายุเท่ากัน
เบธกล่าวเสริมว่า เราไปที่สถานรับเลี้ยงเด็กตอนนี้พวกเขากำลังเริ่มเข้าสู่หลักสูตรที่เป็นทางการมากขึ้น เพื่อนของเขาสามารถอ่านตัวอักษรได้สองสามตัว ขณะที่เขาสามารถอ่านแฮร์รี่ พอตเตอร์ได้
เบธเล่าว่า วันหนึ่งฉันจำได้ว่าพาเขาไปที่สถานรับเลี้ยงเด็กและบอกว่าฉันคิดว่าเขาสอนตัวเองให้อ่านหนังสือ และที่สถานรับเลี้ยงเด็กก็ไม่เชื่อฉันจริงๆ จากนั้นพวกเขาก็โทรกลับมาหาฉันโดยบอกว่า 'คุณพูดถูก เบธ'
“แน่นอนว่าเราไม่ให้เขาอ่านแฮร์รี่ พอตเตอร์ เราเลือกหนังสือที่เหมาะกับอารมณ์มากกว่า แต่โดยหลักแล้วเขาอยู่ในขั้นที่เขาสามารถอ่านอะไรก็ได้ที่เรายื่นเข้าไป” เบธกล่าวพร้อมเสริมว่า ตอนนี้เขามีความเข้าใจในระดับหนึ่งเช่นกัน ซึ่งบางครั้งมันทำให้สิ่งต่างๆ ยากขึ้น ตัวอย่างเช่น ใน Remembrance Sunday เขาถามว่าสงครามคืออะไรและดอกป๊อปปี้มีไว้เพื่ออะไร
มันยากที่จะอธิบายให้เขาฟังตอนที่เขายังเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขารู้ว่ามีสงครามในยูเครน ซึ่งเขาถามว่านั่นคือเหตุผลที่เราเห็นธงยูเครนใช่หรือไม่
เบธกล่าวอีกว่า เขามีความสนใจในการสนทนาในระดับที่สูงกว่าที่เธอคาดไว้ เขาเริ่มสังเกตเห็นว่า เขาจะมองดูเพื่อนบางคนที่มีปัญหาในการอ่านและทำเหมือนว่า 'ทำไมพวกเขาถึงทำอย่างนั้นไม่ได้' เมื่อตัวเขาทำได้ เราพยายามทำให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้แปลเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ไปสู่ความอวดเบ่งใดๆ
เบธกล่าวทิ้งท้ายว่า ทักษะทางสังคม และพัฒนาการของเขาคือสิ่งที่สำคัญเป็นอันดับแรก เราใช้เวลามากมายไปกับการมีลูก ดังนั้น พวกเขาจะต้องเป็นพลเมืองที่ดี เขามีความคิดบางอย่างที่อยากจะเป็นหมอในสักวันหนึ่ง เพราะเขาและเพื่อนๆ ของเขาจะชอบเล่นเป็นหมอที่สถานรับเลี้ยงเด็ก แต่ถ้าคุณตั้งคำถามว่าเขาอยากเป็นอะไร เขาก็จะตอบแค่ว่าเขาต้องการโฟกัสกับการเป็น ‘เท็ดดี’



