สำนักข่าว CNN รายงานว่า ยานภารกิจ TESS ของ NASA ได้พบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่อยู่อาศัยได้คล้ายโลกและขนาดเท่าโลก โคจรรอบดาวฤกษ์ขนาดเล็กซึ่งห่างออกไปประมาณ 100 ปีแสง
ดาวเคราะห์ดวงนี้มีชื่อว่า ‘TOI 700 e’ มีลักษณะเป็นหิน ขนาด 95% ของโลกเรา และเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 4 ที่พบว่าโคจรรอบดาวแคระขนาดเล็กเย็นจัดในสเปกตรัมคลาส M อย่าง TOI 700
ส่วนดาวเคราะห์อีกดวง ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ในระบบถูกค้นพบในปี 2020 และมีชื่อว่า ‘TOI 700 d’ ก็มีขนาดเท่ากับโลกด้วยเช่นกัน โดยดาวเคราะห์นอกระบบทั้ง 2 ดวงนี้อยู่ห่างจากดาวฤกษ์ในระยะที่เหมาะสมที่อาจมีน้ำเหลวอยู่บนพื้นผิว และสถานะน้ำเหลวนอกโลกนี้เองที่บ่งชี้ว่าดาวเคราะห์เหล่านี้เป็นดาวที่สิ่งมีชีวิตสามารถอาศัยอยู่ได้
การค้นพบดาวเคราะห์ดวงที่ 4 ได้รับการประกาศเมื่อวันอังคาร (10 ม.ค.) ในที่ประชุมครั้งที่ 241 ของ American Astronomical Society ในซีแอตเทิล ซึ่งการศึกษาเกี่ยวกับดาวเคราะห์นอกระบบได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์โดย The Astrophysical Journal Letters วารสารทางวิทยาศาสตร์
“นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่ระบบที่มีดาวเคราะห์ขนาดเล็กหลายดวงในเขตเอื้ออาศัยได้ที่เรารู้จัก…นั่นทำให้ระบบดาวเคราะห์ TOI 700 เป็นโอกาสที่น่าตื่นเต้นสำหรับการติดตามผลเพิ่มเติม ดาวเคราะห์ e มีขนาดเล็กกว่าดาวเคราะห์ d ประมาณ 10% ดังนั้นระบบดาวยังแสดงให้เห็นว่าการสังเกตการณ์ของภารกิจ TESS ช่วยให้เราค้นพบโลกที่เล็กลง” เอมิลี กิลเบิร์ต หัวหน้าทีมวิจัยกล่าว
ดาวแคระขนาดเล็กเย็นจัดในสเปกตรัมคลาส M อย่าง TOI 700 นั้นพบได้ทั่วไปในเอกภพ และหลายดวงถูกพบว่าเป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เช่น ระบบดาว TRAPPIST-1 และดาวเคราะห์นอกระบบ 7 ดวง ซึ่งสังเกตการณ์โดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์
ดาวเคราะห์นอกระบบทั้ง 2 ดวงนี้อยู่ในเขตที่เอื้ออาศัยได้ ดาวเคราะห์ d และ e มีวงโคจรยาวกว่า 37 วันและ 28 วันตามลำดับ เนื่องจากอยู่ห่างจากดาวฤกษ์มากกว่าเล็กน้อย ส่วนดาวเคราะห์ e ที่เพิ่งประกาศใหม่นั้นตั้งอยู่ระหว่างดาวเคราะห์ c และ d
“ถ้าดาวอยู่ใกล้กว่านี้อีกนิดหรือโลกใหญ่กว่านี้อีกหน่อย เราอาจมองเห็น TOI 700 e ได้เป็นปีแรกของยานภารกิจ TESS แต่สัญญาณนั้นจางมากจนเราต้องใช้เวลาสังเกตการณ์เพิ่มอีก 1 ปีจึงจะระบุได้” เบน ฮอร์ด ผู้ร่วมวิจัยกล่าว
ด้านอัลลิสัน ยังบลัด นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์วิจัยและรองนักวิทยาศาสตร์โครงการ TESS แห่ง Goddard กล่าวว่า “TESS เพิ่งเสร็จสิ้นการสังเกตการณ์ท้องฟ้าทางตอนเหนือในปีที่ 2 เรากำลังรอคอยการค้นพบที่น่าตื่นเต้นอื่นๆ ที่ซ่อนอยู่ในขุมทรัพย์ข้อมูลของภารกิจ”
ดาวเคราะห์ดวงนี้มีชื่อว่า ‘TOI 700 e’ มีลักษณะเป็นหิน ขนาด 95% ของโลกเรา และเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 4 ที่พบว่าโคจรรอบดาวแคระขนาดเล็กเย็นจัดในสเปกตรัมคลาส M อย่าง TOI 700
ส่วนดาวเคราะห์อีกดวง ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ในระบบถูกค้นพบในปี 2020 และมีชื่อว่า ‘TOI 700 d’ ก็มีขนาดเท่ากับโลกด้วยเช่นกัน โดยดาวเคราะห์นอกระบบทั้ง 2 ดวงนี้อยู่ห่างจากดาวฤกษ์ในระยะที่เหมาะสมที่อาจมีน้ำเหลวอยู่บนพื้นผิว และสถานะน้ำเหลวนอกโลกนี้เองที่บ่งชี้ว่าดาวเคราะห์เหล่านี้เป็นดาวที่สิ่งมีชีวิตสามารถอาศัยอยู่ได้
การค้นพบดาวเคราะห์ดวงที่ 4 ได้รับการประกาศเมื่อวันอังคาร (10 ม.ค.) ในที่ประชุมครั้งที่ 241 ของ American Astronomical Society ในซีแอตเทิล ซึ่งการศึกษาเกี่ยวกับดาวเคราะห์นอกระบบได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์โดย The Astrophysical Journal Letters วารสารทางวิทยาศาสตร์
“นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่ระบบที่มีดาวเคราะห์ขนาดเล็กหลายดวงในเขตเอื้ออาศัยได้ที่เรารู้จัก…นั่นทำให้ระบบดาวเคราะห์ TOI 700 เป็นโอกาสที่น่าตื่นเต้นสำหรับการติดตามผลเพิ่มเติม ดาวเคราะห์ e มีขนาดเล็กกว่าดาวเคราะห์ d ประมาณ 10% ดังนั้นระบบดาวยังแสดงให้เห็นว่าการสังเกตการณ์ของภารกิจ TESS ช่วยให้เราค้นพบโลกที่เล็กลง” เอมิลี กิลเบิร์ต หัวหน้าทีมวิจัยกล่าว
ดาวแคระขนาดเล็กเย็นจัดในสเปกตรัมคลาส M อย่าง TOI 700 นั้นพบได้ทั่วไปในเอกภพ และหลายดวงถูกพบว่าเป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เช่น ระบบดาว TRAPPIST-1 และดาวเคราะห์นอกระบบ 7 ดวง ซึ่งสังเกตการณ์โดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์
ดาวเคราะห์นอกระบบทั้ง 2 ดวงนี้อยู่ในเขตที่เอื้ออาศัยได้ ดาวเคราะห์ d และ e มีวงโคจรยาวกว่า 37 วันและ 28 วันตามลำดับ เนื่องจากอยู่ห่างจากดาวฤกษ์มากกว่าเล็กน้อย ส่วนดาวเคราะห์ e ที่เพิ่งประกาศใหม่นั้นตั้งอยู่ระหว่างดาวเคราะห์ c และ d
“ถ้าดาวอยู่ใกล้กว่านี้อีกนิดหรือโลกใหญ่กว่านี้อีกหน่อย เราอาจมองเห็น TOI 700 e ได้เป็นปีแรกของยานภารกิจ TESS แต่สัญญาณนั้นจางมากจนเราต้องใช้เวลาสังเกตการณ์เพิ่มอีก 1 ปีจึงจะระบุได้” เบน ฮอร์ด ผู้ร่วมวิจัยกล่าว
ด้านอัลลิสัน ยังบลัด นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์วิจัยและรองนักวิทยาศาสตร์โครงการ TESS แห่ง Goddard กล่าวว่า “TESS เพิ่งเสร็จสิ้นการสังเกตการณ์ท้องฟ้าทางตอนเหนือในปีที่ 2 เรากำลังรอคอยการค้นพบที่น่าตื่นเต้นอื่นๆ ที่ซ่อนอยู่ในขุมทรัพย์ข้อมูลของภารกิจ”




