วิทวัส คุณวงษ์ แรงงานไทยวัย 30 ปีที่ทำงานในอิสราเอลเปิดใจกับสำนักข่าว CNN หลังถูกโจมตีที่ฟาร์มสัตว์ปีกที่เขาทำงานอยู่ทางตอนใต้ของอิสราเอล โดยวิทวัสบอกว่าบาดแผลที่เขาได้รับเป็นเครื่องเตือนใจอันเจ็บปวดถึงความกลัวและความบอบช้ำทางจิตใจที่ต้องเผชิญเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม
ฟาร์มที่เขาทำงานอยู่ในชุมชนฮอลิทคิบบุตซ์ (Holit kibbutz) ซึ่งเป็นชุมชนเกษตรกรรมใกล้กับฉนวนกาซา ตอนนั้นที่ฮามาสบุก เขาต้องซ่อนตัวเป็นเวลาหลายชั่วโมง แต่ก็ถูกชายคนหนึ่งซึ่งเขาจำได้ว่าเป็นชาวปาเลสไตน์ที่แต่งกายด้วยชุดพลเรือนค้นเจอ และพยายามจะใช้มีดทำครัวเชือดคอเพราะเขาไม่ยอมจำนน
หลังจากนั้นวิทวัสก็ถูกทิ้งอยู่ตรงนั้น พร้อมกับเลือดที่ไหลออกมากจากบาดแผลในลำคอ แต่ในที่สุดแรงงานข้ามชาติคนอื่นๆ ก็เข้ามาเจอและให้ความช่วยเหลือเขา วิทวัสเชื่อว่าเขาเอาตัวรอดมาได้เพราะมีดทื่อและหัก “อาการบาดเจ็บนี้ยังคงเจ็บอยู่ ผมรู้สึกเจ็บข้างในมากกว่า” วิทวัสบอกกับ CNN
อย่างไรก็ดี ในบรรดาชาวต่างชาติจำนวนมากที่ถูกสังหารและถูกลักพาตัวนั้นส่วนใหญ่เป็นแรงงานอพยพจากประเทศในเอเชีย เช่น ไทย เนปาล และฟิลิปปินส์ ซึ่งหลายคนทำงานในเขตทางใต้ของอิสราเอลใกล้ฉนวนกาซา และไม่ได้รับการปกป้องเมื่อกลุ่มติดอาวุธฮามาสมาถึง
จนถึงขณะนี้ มีชาวไทยเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 32 ราย ซึ่งเป็นหนึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิตที่สูงที่สุดสำหรับชาวต่างชาติ
ขณะที่ครอบครัวต่างๆ บอกกับ CNN ว่า ถึงแม้จะมีความขัดแย้งในอิสราเอล แรงงานข้ามชาติชาวไทยก็ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันที่จะต้องปฏิบัติตามสัญญาแรงงานขั้นต่ำ 5 ปีซึ่งเป็นราคาที่ต้องจ่ายหนักมากเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวของพวกเขาที่บ้านเกิด
นอกจากนี้ ยังมีครอบครัวของ มานี จิรชาติ แรงงานไทยวัย 29 ปีซึ่งเคยพูดคุยกับ CNN ก่อนหน้านี้โดยหวังว่าลูกชายของพวกเขาจะกลับบ้านอย่างปลอดภัย
มานีเป็นคนทำความสะอาดที่หน่วยงานรัฐบาลทางตอนใต้ของอิสราเอลใกล้ฉนวนกาซามาเกือบ 5 ปีแล้ว และเขาถูกกลุ่มติดอาวุธฮามาสจับไปเป็นตัวประกัน “ผมไม่มีอะไรจะพูด ผมแค่อยากได้ลูกชายของผมคืน” ชุมพร พ่อของมานีกล่าวทั้งน้ำตา




