นักวิเคราะห์ชี้ กลไก ‘กกต.’ ส่งแรงกระเพื่อม ‘ส.ว.’ โหวต ‘พิธา’ แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้!

13 ก.ค. 2566 - 11:22

  • แม้พรรคก้าวไกลจะชนะการเลือกตั้ง แต่โอกาสของพรรคที่จะจัดตั้งรัฐบาลนั้นริบหรี่ขึ้นเรื่อยๆ ถึงอย่างนั้น นักวิเคราะห์ยังคงมองว่าการกระทำของ กกต.ในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อการโหวตของ ส.ว. ที่จะลงคะแนนให้ ‘พิธา’ เป็นนายกรัฐมนตรี

thai_parliament_votes_for_pm_SPACEBAR_Thumbnail_5e3bf2e9ce.jpeg
สำนักข่าว AFP รายงานว่า การจัดตั้งรัฐบาลที่นำโดยพรรคก้าวไกล (MFP) ของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้า MFP จะต้องเผชิญหน้ากับสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่แต่งตั้งโดยรัฐบาลทหาร ที่มีข้อพิพาทเรื่องความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขกฎหมายหมิ่นประมาทราชวงศ์ (ม.112) ที่แสนเข้มงวดของไทย  

เมื่อวานนี้ (12 ก.ค.) พิธาถูกโจมตีด้วยคำขู่ว่าจะถูกระงับการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. เช่นเดียวกับศาลรัฐธรรมนูญที่รับคำตัดสินคดีที่ว่าพิธาและพรรคก้าวไกล พยายามล้มล้างสถาบันกษัตริย์  

แม้พรรคก้าวไกลจะชนะการเลือกตั้ง แต่โอกาสของพรรคที่จะจัดตั้งรัฐบาลนั้นริบหรี่ขึ้นเรื่อยๆ ถึงอย่างนั้นคนไทยก็ปฏิเสธรัฐบาลของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เข้ายึดอำนาจโดยการรัฐประหารตั้งแต่ปี 2014

AFP ระบุว่า พิธาเผชิญการต่อต้านจาก ส.ว. 250 คน เนื่องจากการแก้ไขกฎหมาย ม.112 อีกทั้งยังมีแผนงานที่อาจสั่นคลอนการผูกขาดของธุรกิจต่างๆ ที่ทรงพลังในไทยด้วยเช่นกัน แม้อุปสรรคจะเกิดขึ้นมากมายวานนี้ แต่พิธาก็ยังบอกกับนักข่าวว่าเขา ‘มีกำลังใจที่ดี’ และบอกสำหรับการลงคะแนนเสียงในวันนี้ว่า ‘กระบวนการในวันนี้จะยังคงดำเนินต่อไปตามแผนที่วางไว้’  

8 พรรคร่วมของพิธา ซึ่งรวมเสียงได้ราว 312 ที่นั่ง แต่ก็ยังไม่ถึง 376 ที่นั่งที่ต้องการในสภา ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศลาออกจากการเมือง แต่ก็ยังคงดำรงตำแหน่งรักษาหารไปจนกว่าจะมีนายกฯ คนใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่แทน  

คดีศาลรัฐธรรมนูญ

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอให้พิธาระงับการปฏิบัติงานในฐานะ ส.ส.เนื่องจากละเมิดกฎการหาเสียง ซึ่งพรรคก้าวไกลมองว่าเป็นการ ‘ใช้อำนาจโดยมิชอบ’ ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวเกิดขึ้นจากการสอบสวนเกี่ยวกับปมการถือหุ้นสื่อของพิธา ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องห้ามตามกฎหมายไทย  

พิธากล่าวว่า เขาได้รับมรดกหุ้นในสถานีโทรทัศน์ไอทีวี (iTV) ซึ่งไม่ได้มีการออกอากาศมาตั้งแต่ปี 2007 จากพ่อของเขา และปฏิเสธการกระทำผิดใดๆ  

ด้านนักวิเคราะห์กล่าวว่า การประกาศดังกล่าวสามารถ ‘โน้มน้าว’ ให้ ส.ว.ลงคะแนนเสียงเพื่อคัดค้านเขา 
 
ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวกับ AFP ว่า เป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจว่าทำไมคณะกรรมาธิการถึง ‘รีบร้อน’ เสนอในเรื่องดังกล่าว  
 
“ผมคิดได้เพียงเหตุผลเดียวเท่านั้น การกระทำนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งแรงกระเพื่อมต่อการลงคะแนนเสียงในวันพรุ่งนี้” เขากล่าวเมื่อวันพุธ (12 ก.ค.) 

หากพิธาแพ้การลงคะแนนเสียงในครั้งแรก ประธานสภาจะตั้งโต๊ะประชุมไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้นายกรัฐมนตรี สิ่งนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับสัปดาห์แห่งภาวะชะงักงันและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ 

‘อะไรก็เกิดขึ้นได้’

AFP ระบุอีกว่า ราชอาณาจักรแห่งนี้ต้องทนรับการรัฐประหารนับสิบครั้งในศตวรรษที่ผ่านมา โดยความไร้เสถียรภาพทางการเมืองถือเป็นอันตรายอยู่เป็นประจำ และการเคลื่อนไหวใดๆ ก็ตามที่เป็นเรื่องใหม่มักจะถูกลดทอนลงอย่างกะทันหัน ซึ่งการเลือกตั้งในเดือน พ.ค. นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การชุมนุมประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งใหญ่ทั่วกรุงเทพฯ  

ในปี 2020 ประชาชนหลายหมื่นคนเรียกร้องให้ปฏิรูปกฎหมายหมิ่นราชวงศ์ (ม.112) อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนก่อนหน้านี้ พรรคก้าวไกลเป็นพรรคเดียวที่หาเสียงและสัญญาว่าจะแก้ไขปัญหานี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือศาลรัฐธรรมนูญยอมรับคดีกล่าวหาว่า การหาเสียงของพรรคเป็นความพยายามที่จะล้มล้างระบอบรัฐธรรมนูญและให้เวลา 2 สัปดาห์ในการชี้แจง  
 
ความไม่แน่นอนนี้อาจนำมาซึ่งความแตกแยกกันเองภายในพรรคร่วมรัฐบาล เนื่องจากมีการแนะนำแคนดิเดตนายกฯ รายอื่น อย่าง แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวของอดีตผู้นำทักษิณ ชินวัตร จากพรรคเพื่อไทยในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง เศรษฐา ทวีสิน ผู้นำด้านธุรกิจจากพรรคเพื่อไทย ที่ตอนนี้ก็ยังถูกมองว่าเป็นแคนดิเดตที่มีศักยภาพ 

นภิสา ไวฑูรเกียรติ นักวิเคราะห์การเมืองแห่งมหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวกับ AFP ว่า ดูเหมือนว่ามีแนวโน้มน้อยลงเรื่อยๆ ที่พิธาจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี 

แต่เธอก็กล่าวด้วยว่า “อะไรๆ ก็เป็นไปได้ในประเทศไทย”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์


นักวิเคราะห์ชี้ กลไก ‘กกต.’ ส่งแรงกระเพื่อม ‘ส.ว.’ โหวต ‘พิธา’ แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้!