สื่อต่างชาติจับตาประยุทธ์วางมือการเมือง นักวิเคราะห์ชี้แสดงความพ่ายแพ้ระบอบทหาร

12 ก.ค. 2566 - 10:27

  • อ่านมุมมองสื่อต่างชาติและความเห็นนักรัฐศาสตร์ ‘ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์’ กับการประกาศ ‘วางมือ’ ทางการเมืองของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพียงไม่กี่วันก่อนที่จะมีการโหวตนายกรัฐมนตรี

thailand_pm_announces_retirement_from_politics_SPACEBAR_Hero_6dbe7bb290.jpeg
Quote_thailand_pm_announces_retirement_from_politics_SQ_01_15da93a323.jpeg
การประกาศวางมือทางการเมืองของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศรายใหญ่หลายราย 

สำนักข่าว CNN รายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย วัย 69 ปี ประกาศวางมือจากการเมือง หลังปกครองประเทศมาตั้งแต่ 2014 แม้ก่อนหน้านี้เขาจะดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารบก และยึดอำนาจโดยการ ‘รัฐประหาร’ โดยประกาศดังกล่าวมีขึ้น 2 วันก่อนที่รัฐสภาไทยจะกำหนดให้ลงคะแนนเสียงเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยพรรคก้าวไกล ซึ่งมีฐานเสียงเป็นหมู่เยาวชนคนรุ่นใหม่ ได้คะแนนนำมาเป็นอันดับที่ 1 และมีสิทธิจัดตั้งรัฐบาล ขณะที่พรรคเพื่อไทย พรรคฝ่ายค้านตามมาเป็นอันดับที่ 2  

การปกครองของพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้นำคณะรัฐประหารที่ผันตัวมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ถูกทำลายลงด้วยอำนาจเผด็จการที่เพิ่มขึ้นและความไม่เท่าเทียมกันที่ขยายวงกว้างขึ้น 

ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ นักรัฐศาสตร์และผู้อำนวยการสถาบันศึกษาความมั่นคงและนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวกับ CNN ว่า การลาออกของประยุทธ์ ‘แสดงถึงความพ่ายแพ้ของระบอบทหาร’ และอาจถูกมองว่าเป็น ‘การส่งเสริมประชาธิปไตย’ 

“สำหรับคนไทยหลายๆ คน การออกจากการเมืองของประยุทธ์ควรจะเกิดขึ้นมานานแล้ว เขายึดอำนาจในเดือนพฤษภาคม 2014 บริหารรัฐบาลทหารที่น่าเบื่อเป็นเวลา 5 ปี และจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่ง่อนแง่นอีกด้วยรัฐธรรมนูญที่จัดทำโดยกองทัพ” ฐิตินันท์กล่าวพร้อมเสริมว่า ประเทศไทยได้เห็นสัญญาณของภาวะเศรษฐกิจซบเซา ความเสื่อมโทรมทางการเมือง และสถานะระหว่างประเทศที่ต่ำที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งสิ่งนี้อาจช่วยให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล โอกาสในการจัดตั้งรัฐบาล 

Reuters และ CNBC รายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเมื่อวันที่ประกาศว่า เขา ‘ประสบความสำเร็จมากมาย’ ในฐานะนายกรัฐมนตรีได้ทำงานอย่างหนักเพื่อปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพื่อประโยชน์ของประชาชนอันเป็นที่รัก ซึ่งขณะนี้กำลังเกิดผลเพื่อส่วนรวม 

“ผมได้พยายามสร้างความเข้มแข็งของประเทศในทุกด้านเพื่อความมั่นคงและสันติภาพ ฟันฝ่าอุปสรรคนานาประการทั้งในประเทศและต่างประเทศ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวพร้อมเสริมว่า จากนี้ไปผมขอประกาศวางมือจากการเมือง ด้วยการลาออกจากพรรครวมไทยสร้างชาติ 

ในปี 2020 คนหนุ่มสาวทั่วประเทศออกมาเดินถนนและเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ลาออก การประท้วงครั้งใหญ่เกิดจากคำสัญญาที่ล้มเหลวในการฟื้นฟูประชาธิปไตย และสิ่งที่นักเคลื่อนไหวกล่าวว่า เป็นการกดขี่สิทธิและเสรีภาพของพลเมือง การจัดการกับโรคระบาดและเศรษฐกิจของรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ การเลือกที่รักมักที่ชัง และการขาดความโปร่งใสและความรับผิดชอบ ยังขยายเสียงเรียกร้องให้ประยุทธ์ลงจากตำแหน่ง 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์