ย้อนกลับไปเมื่อปี 2006 มีเรื่องราวที่สร้างความงุนงง และกลายเป็น Talk of the town ไปชั่วขณะ เมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งให้กำเนิดลูกที่ไม่ใช่ลูกของเธอ แต่ดันเป็นลูกของฝาแฝดที่แฝงตัวอยู่ในตัวเธอ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เธอกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
แน่นอนว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องสยองขวัญแม้จะน่าขนลุก เนื่องจากแพทย์ได้ยืนยันแล้วว่ามันคืออาการป่วยชนิดหนึ่งที่หาได้ยาก (มากๆ)
ย้อนกลับไปอีกในปี 2002 แฟร์ไชลด์ที่ในขณะนั้นมีลูก 3 คน ต้องการยื่นเรื่องเพื่อขอรับความช่วยเหลือจากรัฐ ซึ่งหนึ่งในขั้นตอนนั้น เธอต้องตรวจ DNA เพื่อยืนยันความเป็นแม่ของเด็กๆ
กระบวนการตรวจสอบดำเนินไปอย่างปกติดี จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์เรียกแฟร์ไชลด์มาสอบสวน เพราะว่าผลตรวจ DNA ที่ออกมามันแสดงให้เห็นว่า เธอไม่ใช่แม่ของเด็กๆ และกำลังตั้งข้อสงสัยว่ากำลังก่ออาชญากรรม
ลูกๆ ของเธอมีผลตรวจที่แสดงให้เห็นว่ามี ‘พ่อ’ เป็นคนเดียวกันนั่นก็คือ เจมมี ทาวน์เซนด์ แฟนเก่าของเธอ แต่เมื่อผลออกมาว่าแฟร์ไชลด์ดันไม่ใช่แม่ผู้ให้กำเนิด เรื่องนี้จึงได้กลายเป็นเรื่องที่ทำให้ผู้คนพูดคุย วิพากษ์วิจารณ์กันขนานใหญ่
‘อัยการตกตะลึง!’ แซม คีน เขียนใน Psychology Today พร้อมทั้งบอกว่า มีการไปรื้อค้นวรรณกรรมทางการแพทย์เก่าๆ ที่เกิดในกรณีคล้ายๆ กันกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับแฟร์ไชลด์ และได้ไปเจอกับวรรณกรรมจากปี 1998 ที่เกี่ยวข้องกับหญิงวัย 52 ปี ที่ชื่อ คาเรน คีย์แกน ซึ่งเรื่องราวมันเหมือนกันจนน่าขนลุก
สารคดีของอังกฤษเรื่อง ‘The Twin Inside Me’ อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นว่า การทดสอบดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าคีย์แกนเป็น ‘ไคเมรา’ ซึ่งเป็นคำที่มาจากสิ่งมีชีวิตในตำนานกรีก ที่กลายพันธุ์จากสัตว์มากกว่า 1 ตัว หลังจากทีมีการปฎิสนธิไปไม่นาน ไข่ตัวเมียจะไปผสมกับไข่ตัวเมียอีกฟองหนึ่งทำให้มี DNA ออกมาเป็น 2 ชุดที่แยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิงในตัวของคีย์แกน หรือเรียกง่ายๆ ว่ามันคือ ‘ภาวะกลืนแฝด’ ซึ่งเป็นเคสที่หาได้ยาก และมีการบันทึกไว้จากทั่วโลกเพียง 30 เคสเท่านั้น
ในทางชีววิทยา DNA ควรจะเป็นสิ่งที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมบางครั้งจึงมีความสำคัญอย่างมากในการสืบสวนคดีอาชญากรรม แต่ ‘ไคเมรา’ เป็นกลุ่มประชากรที่มี DNA มากกว่า 1 ชุดในร่างกาย
แม้ว่าเรื่องราวของแฟร์ไชลด์และคีย์แกนจะดูเป็นเรื่องแปลกประหลาด แต่ตามหลักชีววิทยาพื้นฐานของลัทธิไคเมอริสซึ่มกลับมองว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนคนหนึ่งจะมี 2 คนในร่างกาย และเรื่องนี้ก็อาจจะเป็นเรื่องปกติ และไม่น่าสงสัยอะไร หากไม่มีการตรวจหาสารพันธุกรรมอย่างละเอียด
แน่นอนว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องสยองขวัญแม้จะน่าขนลุก เนื่องจากแพทย์ได้ยืนยันแล้วว่ามันคืออาการป่วยชนิดหนึ่งที่หาได้ยาก (มากๆ)
จุดเริ่มต้นของความงุนงงที่น่าขนลุก
‘ลิเดีย แฟร์ไชลด์’ คุณแม่จากวอชิงตันคนหนึ่งตกใจมากเมื่อได้รับแจ้งว่า เธอ ‘ลูก’ ที่เธอให้กำเนิดไม่ใช่ลูกของเธอ แต่เป็นลูกของฝาแฝดที่แฝงตัวอยู่ในร่างของเธอย้อนกลับไปอีกในปี 2002 แฟร์ไชลด์ที่ในขณะนั้นมีลูก 3 คน ต้องการยื่นเรื่องเพื่อขอรับความช่วยเหลือจากรัฐ ซึ่งหนึ่งในขั้นตอนนั้น เธอต้องตรวจ DNA เพื่อยืนยันความเป็นแม่ของเด็กๆ
กระบวนการตรวจสอบดำเนินไปอย่างปกติดี จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์เรียกแฟร์ไชลด์มาสอบสวน เพราะว่าผลตรวจ DNA ที่ออกมามันแสดงให้เห็นว่า เธอไม่ใช่แม่ของเด็กๆ และกำลังตั้งข้อสงสัยว่ากำลังก่ออาชญากรรม
ลูกๆ ของเธอมีผลตรวจที่แสดงให้เห็นว่ามี ‘พ่อ’ เป็นคนเดียวกันนั่นก็คือ เจมมี ทาวน์เซนด์ แฟนเก่าของเธอ แต่เมื่อผลออกมาว่าแฟร์ไชลด์ดันไม่ใช่แม่ผู้ให้กำเนิด เรื่องนี้จึงได้กลายเป็นเรื่องที่ทำให้ผู้คนพูดคุย วิพากษ์วิจารณ์กันขนานใหญ่
‘อัยการตกตะลึง!’ แซม คีน เขียนใน Psychology Today พร้อมทั้งบอกว่า มีการไปรื้อค้นวรรณกรรมทางการแพทย์เก่าๆ ที่เกิดในกรณีคล้ายๆ กันกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับแฟร์ไชลด์ และได้ไปเจอกับวรรณกรรมจากปี 1998 ที่เกี่ยวข้องกับหญิงวัย 52 ปี ที่ชื่อ คาเรน คีย์แกน ซึ่งเรื่องราวมันเหมือนกันจนน่าขนลุก
ปริศนาที่กระจ่างแล้ว
ลูกชายของคีย์แกน เข้ารับการตรวจ DNA เมื่อแม่ของเขาจำเป็นต้องไปปลูกถ่ายไต เพื่อดูว่าไตของพวกเขาเข้ากันได้หรือไม่ แต่จากการทดสอบพบว่าสารพันธุกรรมของพวกเขาไม่เหมือนกับของแม่เขาเลยสารคดีของอังกฤษเรื่อง ‘The Twin Inside Me’ อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นว่า การทดสอบดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าคีย์แกนเป็น ‘ไคเมรา’ ซึ่งเป็นคำที่มาจากสิ่งมีชีวิตในตำนานกรีก ที่กลายพันธุ์จากสัตว์มากกว่า 1 ตัว หลังจากทีมีการปฎิสนธิไปไม่นาน ไข่ตัวเมียจะไปผสมกับไข่ตัวเมียอีกฟองหนึ่งทำให้มี DNA ออกมาเป็น 2 ชุดที่แยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิงในตัวของคีย์แกน หรือเรียกง่ายๆ ว่ามันคือ ‘ภาวะกลืนแฝด’ ซึ่งเป็นเคสที่หาได้ยาก และมีการบันทึกไว้จากทั่วโลกเพียง 30 เคสเท่านั้น
ในทางชีววิทยา DNA ควรจะเป็นสิ่งที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมบางครั้งจึงมีความสำคัญอย่างมากในการสืบสวนคดีอาชญากรรม แต่ ‘ไคเมรา’ เป็นกลุ่มประชากรที่มี DNA มากกว่า 1 ชุดในร่างกาย
แม้ว่าเรื่องราวของแฟร์ไชลด์และคีย์แกนจะดูเป็นเรื่องแปลกประหลาด แต่ตามหลักชีววิทยาพื้นฐานของลัทธิไคเมอริสซึ่มกลับมองว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนคนหนึ่งจะมี 2 คนในร่างกาย และเรื่องนี้ก็อาจจะเป็นเรื่องปกติ และไม่น่าสงสัยอะไร หากไม่มีการตรวจหาสารพันธุกรรมอย่างละเอียด



