อันดับที่ 1 ตกเป็นของพลเมืองญี่ปุ่นที่สามารถเดินทางเข้าประเทศอื่นๆ ได้ 193 แห่งทั่วโลกโดยไม่ต้องใช้วีซ่าหรือวีซ่าออนดีมานด์ ซึ่งแซงหน้าสิงคโปร์และเกาหลีใต้ที่พลเมืองสามารถเข้าได้ถึง 192 แห่งได้อย่างอิสระ ในตอนนี้ที่เอเชียแปซิฟิกกำลังเปิดประเทศอีกครั้งหลังจากโควิดระบาดและพลเมืองก็มีแนวโน้มที่จะใช้เสรีภาพในการเดินทางด้วย
ตามรายงานล่าสุดของ Henley Passport Index ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) พบว่า ขณะนี้มีการเดินทางทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 75% ของระดับก่อนเกิดโรคระบาด
เยอรมนีและสเปนสามารถเดินทางเข้าประเทศต่างๆ ได้เท่ากันที่ 190 แห่งเป็นอันดับที่ 3 ตามมาด้วยอันดับที่ 4 ได้แก่ ฟินแลนด์ อิตาลี ลักเซมเบิร์กที่ 189 แห่ง ด้านออสเตรีย เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ และสวีเดนเป็นอันดับที่ 5 เข้าได้ 188 แห่ง ในขณะที่ฝรั่งเศส ไอร์แลนด์ โปรตุเกส และสหราชอาณาจักรอยู่อันดับที่ 6 เข้าได้ 187 แห่ง ส่วนนิวซีแลนด์และสหรัฐฯ อยู่ในอันดับที่ 7 ร่วมกับเบลเยียม นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ และสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งเข้าได้ 186 แห่ง
ขณะที่พาสปอร์ตของไทยอยู่ในอันดับที่ 68 เดินทางเข้าได้ 78 ประเทศ ขยับขึ้นจากอันดับ 70 เมื่อปี 2022
อย่างไรก็ดี พลเมืองอัฟกานิสถานรั้งท้ายสุดของดัชนีอีกครั้ง ซึ่งสามารถเข้าได้เพียง 27 ประเทศเท่านั้นโดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า
ทำไม ‘ญี่ปุ่น’ ถึงกลายเป็นประเทศที่พาสปอร์ตทรงอิทธิพลที่สุดในโลก
เป็นปีที่ 5 ติดต่อกันแล้วที่พาสปอร์ตญี่ปุ่นได้รับการจัดอันดับให้เป็นพาสปอร์ตที่ ‘ทรงอิทธิพล’ ที่สุดในโลก ดังนั้นการเดินทางข้ามประเทศโดยที่ไม่มีอุปสรรคเกี่ยวกับการขอวีซ่าจึงไม่น่ากังวลสำหรับผู้ที่มีหนังสือเดินทางญี่ปุ่น
และมีเหตุผลหลายประการที่ชี้ให้เห็นว่าทำไมหนังสือเดินทางของญี่ปุ่นถึงกลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก
ประการแรก ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลกโดยมีรายได้หลังหักภาษี (Disposable income) สูงมาก หมายความว่าชาวญี่ปุ่นมีคุณสมบัติในฐานะนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพซึ่งพร้อมที่จะใช้จ่ายมากขึ้นสำหรับการเดินทางเมื่อเทียบกับชาวกัมพูชา
รายได้หลังหักภาษีซึ่งก็คือรายได้ที่สามารถนำไปใช้จ่ายได้จริง กับนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น คือ รายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศเจ้าภาพ ดังนั้นยิ่งชาวญี่ปุ่นเดินทางไปประเทศอื่นมากเท่าไหร่ ประเทศเหล่านี้ก็จะได้เงินจากการท่องเที่ยวมากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ คนญี่ปุ่นยังยึดติดกับคุณภาพและไม่เกี่ยงที่จะจ่ายของคุณภาพดีในราคาย่อมเยา
ประการที่สอง ญี่ปุ่นถูกมองว่าเป็นสังคมที่สงบ เงียบ และให้เกียรติกัน ดังนั้น ความมีระเบียบวินัยและการคำนึงถึงส่วนรวมของพวกเขา หมายความว่า พวกเขามีแนวโน้มที่จะก่ออาชญากรรมและกิจกรรมต่อต้านสังคมน้อยกว่า
ประการต่อมา คนญี่ปุ่นฉลาดและทำงานหนักมาก ไอคิวเฉลี่ยในญี่ปุ่นสูงกว่าหลายประเทศทั่วโลก ญี่ปุ่นขึ้นชื่อในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหลือเชื่อ ซึ่งทำให้มืออาชีพชาวญี่ปุ่น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมไฮเทค เป็นที่ต้องการอย่างมากในฐานะ ‘แรงงานผู้เชี่ยวชาญ’ ดังนั้นพวกเขาจึงได้รับการต้อนรับในฐานะชาวต่างชาติในบทบาทผู้เชี่ยวชาญ
ประการที่สี่ ญี่ปุ่นไม่มีสงครามทางอุดมการณ์กับใคร แน่นอนว่าญี่ปุ่นมีเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่รุนแรงระหว่างจีนและเกาหลี แต่พวกเขายังคงมีความขัดแย้งทางการเมืองในรูปแบบที่มีอารยะมาก แทนที่จะแยกทางกันด้วยสงครามหรือการก่อการร้าย ทำให้พวกเขาเป็นกลุ่มประชากรที่ปลอดภัยมากสำหรับประเทศอื่นๆ
ประการสุดท้าย ภาพถ่ายของเมือง ถนน และหมู่บ้านที่สะอาดไร้ที่ติของญี่ปุ่น โครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต (พวกเขานำหน้าประเทศตะวันตกที่พัฒนาแล้วหลายทศวรรษ) ความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมและประเพณี ล้วนสร้างภาพลักษณ์ในแง่บวกแก่คนญี่ปุ่น
ดังนั้นทุกประเทศในโลกจึงพร้อมที่จะอ้าแขนต้อนรับพวกเขาอยู่เสมอ




