ราม จันทรา ชายผู้รอดชีวิตจากเหตุน้ำท่วมฉับพลันเนปาลเล่าว่า ท่ามกลางกระแสน้ำ คอนกรีต และเศษซากหักพังที่พัดถล่มผ่านความมืดมิดจนเกือบจะพัดเขาให้ล้มลงในวันนั้น เขาได้ใช้มือจับราวเหล็กที่ฝังอยู่บนหลังคาอุโมงค์ที่เขาทำงานอยู่ริมฝั่งแม่น้ำตรีศูลีของเนปาลเอาไว้แน่น ซึ่งการตัดสินใจและปฏิกิริยาที่รวดเร็วนี้ช่วยให้เขารอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด
“ในวันนั้น (26 ส.ค.) น้ำเริ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนผมและเพื่อนร่วมงานขยับขาได้ลำบากมาก ถ้าตอนนั้นผมปล่อยมือจากราวเหล็กอันนั้น ผมคงร่วงลงไปแล้ว...ผมคว้าแผ่นสังกะสีมาแผ่นหนึ่งเพื่อใช้รองเหยียบ แล้วส่งต่อเวียนกันไปในกลุ่ม พวกเขาค่อย ๆ ขยับตัวไปข้างหน้าทีละนิดด้วยการโหนราวเหล็กต่อเนื่องกันยาวนานถึง 6 ชั่วโมง”
“พวกเรามีกันอยู่ 6 คน และมาเจอเพื่อนร่วมงานเพิ่มอีกคนตรงประตูอุโมงค์...กว่าพวกเราจะหนีรอดออกมาข้างนอกได้ กระแสน้ำก็พัดเสื้อผ้าของทุกคนหลุดหายไปจนหมดแล้ว พอถึงตอนเช้า พวกเราจึงได้เห็นความพินาศย่อยยับที่อุทกภัยครั้งนี้ทิ้งเอาไว้ ขณะที่แม่น้ำเบื้องล่างยังคงไหลเชี่ยวกรากและกลายเป็นสีดำขุ่นด้วยเศษซากหักพัง น้ำแข็ง และดินตะกอน”
คนงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำประมาณ 279 รายได้รับการช่วยเหลือ หรือพยายามฝ่าดินโคลนและดินตะกอนหนีรอดออกมาจากอุโมงค์ได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ยังคงน่ากังวลว่าอาจมีคนงานคนอื่น ๆ ติดค้างอยู่ภายในเพิ่มเติม
ขณะที่ มาดาน ซิงห์ บูดา เพิ่งจะออกเวรกะดึกที่อุโมงค์หมายเลข 2 ของโครงการอัปเปอร์ ตรีศูลี ในตอนที่มวลน้ำป่าพัดถล่มลงมา “ตอนที่ผมมองออกไปข้างนอก ผมเห็นแต่น้ำเต็มไปหมด ก็เลยเริ่มวิ่งหนีขึ้นไปบนภูเขา” มาดานให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNN หลังจากได้รับความช่วยเหลือ
มาดาน ซิงห์ บูดา, ราม จันทรา และคนงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่ได้รับการช่วยเหลืออีกราว 15 คนที่สำนักข่าว CNN ได้ร่วมพูดคุยด้วยนั้น ต่างมีบ้านเกิดอยู่ที่เขตจุมลา ทางตะวันตกอันห่างไกลของเนปาล
หลายคนสูญเสียแม้กระทั่งเสื้อผ้าไปกับกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากในตอนที่พวกเขากระเสือกกระสนหนีเอาชีวิตรอดขึ้นมายังพื้นที่ปลอดภัย พวกเขาจึงต้องสวมใส่กางเกง เสื้อเชิ้ต และรองเท้าแตะที่ชาวบ้านหยิบยื่นให้ยืมใส่
ดูเหมือนว่า...จะไม่มีสัญญาณของผู้รอดชีวิต?

ภักติ ราม โบฮารา คือหนึ่งในผู้รอดชีวิต และประเมินว่า “มีคนทำงานในโครงการของเขาและพื้นที่ใกล้เคียงรวมกันราว 1,000 คน แต่กลับมีผู้รอดชีวิตหนีออกมาได้เพียงแค่ประมาณ 100 คนเท่านั้น”
การค้นหาและกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางแสงไฟสปอตไลต์ที่ส่องสว่าง โดยมีการใช้เครื่องจักรกลหนักระดมตักและขุดเจาะชั้นดินโคลนที่หนาทึบ เพื่อเร่งช่วยเหลือคนงานที่คาดว่ายังคงติดอยู่ภายในโรงไฟฟ้าพลังน้ำ
ณ โรงไฟฟ้าพลังน้ำตรีศูลี 3เอ (Trishuli 3A) ทีมกู้ภัยได้เจาะรูเพื่อปั๊มหมุนเวียนอากาศสะอาดเข้าไปข้างใน และหย่อนอาหารลงไปให้แก่คนงานจำนวนมากถึง 100 ราย ซึ่งคาดว่าอาจจะยังมีชีวิตรอดจากภัยพิบัติในระลอกแรก
สำนักงานนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า “เจ้าหน้าที่กู้ภัยบางส่วนได้โรยตัวลงไปด้วยเชือกพร้อมตะโกนเรียกเพื่อค้นหาสัญญาณของผู้รอดชีวิต แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ กลับมา”
อาร์โนลด์ ดิกส์ นักธรณีวิทยา กล่าวว่า
“ตัวโครงสร้างของโรงไฟฟ้าน่าจะทนทานต่อแรงกดดันมหาศาลจากการพังทลายของธารน้ำแข็งและอุทกภัยที่ตามมาได้ แต่สิ่งที่ยังไม่แน่ชัดคือ ระบบฉุกเฉินทำงานทันเวลาหรือไม่ และมีน้ำหรือเศษซากหักพังทะลักเข้าไปในอุโมงค์มากน้อยแค่ไหน”
“เรายังไม่รู้เลยว่ามีดินโคลนหรือน้ำเข้าไปสะสมอยู่ภายในอุโมงค์นั้นมากแค่ไหน...ดังนั้น เราอาจจะต้องขุดเจาะเข้าไปอีกเพียง 10 เมตร หรืออาจจะต้องขุดลึกเข้าไปถึง 100 เมตรก็เป็นได้” ดิกส์บอกกับสำนักข่าว CNN เมื่อวันจันทร์ (31 ส.ค.)
(Photo by HANDOUT / PRIME MINISTER SECRETARIAT, NEPAL / AFP)





