สถาบันวิจัยชี้สหรัฐฯ ทำสงครามถล่มอิหร่าน 4 วันแรกใช้งบไปแล้ว 1.17 แสนล้านบาท

7 มี.ค. 2569 - 18:48

  • จากต้นทุนสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน 3.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.17 แสนล้านบาท) ในช่วง 100 ชั่วโมงแรก หรือเกือบ 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.8 หมื่นล้านบาท) ต่อวัน มีเพียงส่วนน้อยที่อยู่ในงบประมาณแล้ว

  • ส่วน 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.11 แสนล้านบาท) เป็นค่าใช้จ่ายใหม่ นั่นหมายความว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ อาจต้องขอเงินทุนเพิ่มในเร็วๆ นี้ เพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้อยู่ในงบประมาณ

  • มีแนวโน้มว่ากระทรวงกลาโหมจะขออนุมัติงบประมาณอีก 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.5 พันล้านล้านบาท) ซึ่งอาจทำให้สมาชิกสภาบางคนถึงกับต้องคิดหนัก

สถาบันวิจัยชี้สหรัฐฯ ทำสงครามถล่มอิหร่าน 4 วันแรกใช้งบไปแล้ว 1.17 แสนล้านบาท

จากการวิจัยใหม่พบว่า “สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน มีค่าใช้จ่ายประมาณ 3.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.17 แสนล้านบาท) ในช่วง 100 ชั่วโมงแรก หรือเกือบ 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.8 หมื่นล้านบาท) ต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายมหาศาลด้านอาวุธยุทโธปกรณ์” 

การวิเคราะห์โดยศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์และนานาชาติศึกษา (CSIS) ในกรุงวอชิงตัน เน้นย้ำถึงค่าใช้จ่ายมหาศาลของสงครามที่เข้าสู่วันที่ 7 ในวันศุกร์ (6 มี.ค.) ซึ่งสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านด้วยเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหนและระบบอาวุธขั้นสูง 

“จากต้นทุนสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน 3.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.17 แสนล้านบาท) ในช่วง 100 ชั่วโมงแรก หรือเกือบ 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.8 หมื่นล้านบาท) ต่อวัน มีเพียงส่วนน้อยที่อยู่ในงบประมาณแล้ว ส่วน 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.11 แสนล้านบาท) เป็นค่าใช้จ่ายใหม่”

 นักวิจัย มาร์ค แคนเซียน และ คริส พาร์ค กล่าว 

แคนเซียน และพาร์ค กล่าวเสริมว่า นั่นหมายความว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ อาจต้องขอเงินทุนเพิ่มในเร็วๆ นี้ เพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้อยู่ในงบประมาณ ซึ่งน่าจะเป็นความท้าทายทางการเมืองสำหรับรัฐบาลทรัมป์ และกลายเป็นจุดโจมตีหลักของฝ่ายคัดค้านการทำสงคราม”

ความกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพภายในประเทศ อัตราเงินเฟ้อ และผลกระทบต่อเนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากความขัดแย้ง มีแนวโน้มที่จะลดการสนับสนุนสงครามในหมู่ประชาชนชาวอเมริกันลงไปอีก นอกจากนี้ยังทำให้ฐานเสียง ‘อเมริกาต้องมาก่อน’ (America First) ของทรัมป์แตกแยก ซึ่งเขาเคยสัญญาไว้ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีว่าจะไม่เข้าไปยุ่งกับ ‘สงครามต่างประเทศ’  

เนื่องจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลการรบน้อยมาก นักวิจัยจึงอ้างอิงจากการประมาณการของสำนักงานงบประมาณรัฐสภา (CBO) เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการและการสนับสนุนสำหรับแต่ละหน่วยทหาร โดยปรับตามอัตราเงินเฟ้อและขนาดของหน่วย และบวกเพิ่มอีก 10% สำหรับค่าใช้จ่ายของปฏิบัติการที่หนักขึ้น 

การวิเคราะห์ของนักวิจัยระบุว่า “สหรัฐฯ ใช้กระสุนประเภทต่างๆ ไปมากกว่า 2,000 ลูก ในช่วง 100 ชั่วโมงแรกของสงคราม” และประเมินว่า “จะต้องใช้เงิน 3.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.8 หมื่นล้านบาท) ในการเติมเต็มคลังกระสุน โดยค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นวันละ 758.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.4 หมื่นล้านบาท)” 

มีค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้อยู่ในงบประมาณเป็น ‘จำนวนมาก’ 

นักวิจัยระบุในรายงานว่า “แม้การโจมตีทางอากาศจะลดลงหลังจากรบดุเดือดในช่วงแรกๆ แต่ค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้อยู่ในงบประมาณจะมหาศาลแน่นอน...นี่มันแตกต่างจากปฏิบัติการของสหรัฐฯ เมื่อไม่นานมานี้ที่นำไปสู่การจับกุม นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่อยู่ในงบประมาณแล้ว” 

“นั่นหมายความว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จะต้องขอเงินเพิ่มในไม่ช้า เพราะการตัดงบประมาณภายในประเทศเพื่อระดมทุนไปทำสงคราม น่าจะเป็นเรื่องยากทั้งในทางการเมืองและในทางปฏิบัติ...รัฐบาลทรัมป์อาจตัดสินใจขอเงินงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อครอบคลุมสงครามและค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดอื่นๆ ทั่วทั้งรัฐบาล เช่นเดียวกับที่รัฐบาลจอร์จ ดับเบิลยู บุช เคยทำในช่วงเริ่มต้นของสงครามในอิรักและอัฟกานิสถาน”

รายงานระบุ 

“ความท้าทายทางการเมืองสำหรับรัฐบาลคือ การของบใดๆ จะกลายเป็นจุดโจมตีหลักของฝ่ายคัดค้านสงคราม”  

สภาคองเกรสน่าจะตกใจกับ ‘ค่าใช้จ่ายสงคราม’ ไม่น้อย 

โรซิแลนด์ จอร์แดน ผู้สื่อข่าวของ Al Jazeera รายงานว่า ค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่วของสงคราม ‘น่าจะสร้างความตกใจ’ ให้กับสมาชิกสภาคองเกรสและประชาชนทั่วไป” 

“กระทรวงกลาโหมได้ขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.5 พันล้านบาท) เพื่อทดแทนขีปนาวุธโทมาฮอว์กและระบบป้องกันภัยทางอากาศขั้นสูง ‘แพทริออต’ รวมถึงระบบสกัดกั้น ‘THAAD’ ที่ใช้ไปแล้วในสัปดาห์แรกของสงคราม ตลอดจนอุปกรณ์อื่นๆ ที่ได้รับความเสียหายหรือชำรุด...อัตราการใช้จ่ายทางทหารค่อนข้างสูง” 

จอร์แดน รายงาน 

“สภาคองเกรสมีความกังวลอยู่แล้วเกี่ยวกับงบประมาณขาดดุลและดอกเบี้ยหนี้ของรัฐบาลกลาง ดังนั้น การขออนุมัติงบประมาณอีก 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.5 พันล้านบาท) อาจทำให้สมาชิกสภาบางคนต้องคิดหนัก” จอร์แดน กล่าวทิ้งท้าย

(Photo by : IBRAHIM AMRO / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์