จากกรณีที่ ‘ฮลุน โซโล่’ หรือ บวรทัต เป็งสุข ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวชาวไทยชื่อดัง เสียชีวิตปริศนาภายในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง ในกรุงทบิลิซี ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการสรุปสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ และยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการสืบสวนและรอผลชันสูตรทางนิติเวช
ขณะเดียวกัน เหตุการณ์การเสียชีวิตปริศนาของนักท่องเที่ยวต่างชาติในจอร์เจียไม่ได้มีแค่กรณีของ ‘ฮลุน โซโล่’ แต่ยังมีอีกหลายเคสที่น่าสงสัย SPACEBAR จะพาย้อนรอยแฟ้มคดีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เสียชีวิตในเมืองหลวงแห่งนี้อย่างมีเงื่อนงำ
-หญิงชาวรัสเซียเสียชีวิตปริศนาในห้องพักโรงแรม-
Kstati NN สำนักข่าวท้องถิ่นรัสเซียรายงานว่า อลีนา คัมบาโรวา หญิงสาวชาวรัสเซียวัย 22 ปี เสียชีวิตปริศนาหลังเช็กอินเข้าพักโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงทบิลิซี ประเทศจอร์เจีย เมื่อช่วงวันที่ 16-17 มีนาคม 2026
ครอบครัวของคัมบาโรวาปฏิเสธข้อสรุปเบื้องต้นของทางการที่อ้างว่าไม่มีร่องรอยถูกทำร้าย และเรียกร้องให้ทางการจอร์เจียสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างโปร่งใส
ขณะเดียวกัน ครอบครัวของเหยื่อยังถูกเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสั่งห้ามเปิดเผยข้อมูลต่อสื่อมวลชน นำไปสู่ข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใสในการดำเนินคดีและปัญหาความปลอดภัยสำหรับชาวต่างชาติในจอร์เจีย
รายงานระบุว่า อลีนาเดินทางถึงกรุงทบิลิซีช่วงดึกของวันที่ 16 มีนาคม และได้พิมพ์ข้อความส่งหาครอบครัวว่า ‘ฝันดี’ ในเวลา 01:40 น. ของวันที่ 17 มีนาคม จากนั้นโทรศัพท์ก็ถูกปิดเครื่องและขาดการติดต่อไปทันที
หนังสือพิมพ์ Komsomolskaya Pravda ของรัสเซียรายงานคำให้การของครอบครัวว่า “เพื่อน ๆ ของอลีนาได้ตามหาพิกัดโรงแรมจากกระดาษโน้ตที่เธอจดทิ้งไว้ แต่พอตามไปถึงที่โรงแรม ‘Panorama 360°’ ย่านเมืองเก่า ในวันที่ 19 มีนาคม เจ้าของโรงแรมก็แจ้งว่าเธอเสียชีวิตไปแล้ว 2 วัน และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบแล้ว ซึ่งสร้างความกังขาให้ครอบครัวอย่างมากว่าทำไมไม่มีการประสานงานแจ้งญาติในทันที”
ขณะที่แหล่งข่าวรัสเซียรายงานความคืบหน้าว่า “เนื่องจากเหตุการณ์นี้มีเงื่อนงำหลายอย่าง ทำให้นอกจากการสืบสวนด้วยมาตรา 115 (กฎหมายยุยงให้ฆ่าตัวตาย) ของทางฝั่งจอร์เจียแล้ว ทางการฝั่งประเทศรัสเซียเองก็ได้ทำการ ‘เปิดแฟ้มคดีอาญาคู่ขนาน’ เพื่อสืบสวนหาสาเหตุการตายที่แท้จริงควบคู่ไปด้วย เพราะกลุ่มเพื่อนสนิทและญาติยืนยันว่าอลีนารักเมืองทบิลิซีมากและมีแผนจะย้ายมาใช้ชีวิตระยะยาวที่นี่ ไม่มีเหตุผลหรือสัญญาณเตือนใด ๆ ที่จะทำให้เธอคิดสั้นจบชีวิตตัวเอง”
-พบชายชาวรัสเซียเสียชีวิตคาอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในกรุงทบิลิซี-
คดีของ อีวาน ชูเตนโก ชายชาวรัสเซียวัย 22 ปี เป็นแฟ้มคดีสูญหายและเสียชีวิตปริศนาที่เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันกับกรณีของ ‘ฮลุน โซโล่’ โดยเหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นหลังจากอีวานเดินทางจากประเทศไอร์แลนด์เข้ามาพำนักและท่องเที่ยวในกรุงทบิลิซี ประเทศจอร์เจียเมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา
จนกระทั่งในช่วงกลางดึกรอยต่อคืนวันที่ 20–21 กรกฎาคม อีวานได้เดินทางไปนั่งดื่มและชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลที่สปอร์ตบาร์แห่งหนึ่งกลางเมืองหลวง ก่อนที่โทรศัพท์ของเขาจะถูกปิดเครื่องและขาดการติดต่ออย่างเป็นปริศนาไปตั้งแต่วันนั้น
ครอบครัวและกลุ่มเพื่อนในจอร์เจียพยายามโพสต์ประกาศคนหายตามหาตัวเขาในโลกออนไลน์อย่างสิ้นหวังยาวนานร่วม 2 สัปดาห์ จนกระทั่งในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจจอร์เจียได้เข้าตรวจสอบและพบร่างไร้วิญญาตของเขาอยู่ภายในอพาร์ตเมนต์ที่พักแห่งหนึ่งในกรุงทบิลิซี
ศพของอีวานอยู่ในห้องพักปิดตายและไร้รอยแผลภายนอกฉกรรจ์ จึงทำให้ทางการจอร์เจียตัดสินใจเปิดแฟ้มสืบสวนด้วยข้อกฎหมาย ‘มาตรา 115’ (กฎหมายยุยงให้ฆ่าตัวตาย) ควบคู่ไปพร้อมกัน ซึ่งคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ‘ฮลุน โซโล่’
-นศ.แพทย์อินเดียหายตัวปริศนานานร่วม 2 สัปดาห์ก่อนพบเป็นศพ-
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2026 มีรายงานว่า ‘ดวานิต ราชดีป’ นักศึกษาแพทย์ชาวอินเดียชั้นปีที่ 5 ของมหาวิทยาลัยนานาชาติคอเคซัส ในกรุงทบิลิซี เมืองหลวงของประเทศจอร์เจีย ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำมาเกือบ 10 วันแล้ว โดยทางครอบครัวระบุว่า ไม่สามารถติดต่อเขาได้เลยตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่เขาจะขึ้นเครื่องบินเพื่อเดินทางกลับมายังเมืองอัห์มดาบาด รัฐคุชราต ประเทศอินเดีย
ทางครอบครัวระบุว่า ได้คุยโทรศัพท์กับดวานิตครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม เวลาประมาณ 13:30 น. หลังจากนั้นโทรศัพท์ของเขาก็ถูกปิดเครื่องและขาดการติดต่อไปทันที
หลังจากเจ้าหน้าที่ระดมกำลังค้นหาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 2 สัปดาห์ ก็พบร่างไร้วิญญาณของดวานิตในแม่น้ำมิตควารี แต่เนื่องจากร่างจมอยู่ใต้น้ำเป็นเวลานานถึง 15 วัน จึงทำให้สภาพศพเน่าเปื่อย ทางตำรวจจึงต้องประสานงานเก็บตัวอย่าง DNA จากพี่ชายของเขาเพื่อใช้ยืนยันอัตลักษณ์บุคคลอย่างเป็นทางการ
มยุร ราชดีป ผู้เป็นพ่อ ซึ่งเปิดคลินิกอยู่ที่อินเดียเปิดเผยว่า “ทางการจอร์เจียยังคงไม่มีการยืนยันใด ๆ เกี่ยวกับการเสียชีวิตของลูกชาย แม้ว่าจะมีการเก็บตัวอย่าง DNA จากลูกชายคนโตไปแล้วก็ตาม”พร้อมทั้งเล่าว่า “ก่อนหน้านี้ลูกชายมักจะโทรมาปรับทุกข์บ่อย ๆ ว่า ถูกเจ้าของบ้านเช่าชาวอินเดียที่ชื่อ ‘อนิล’ รวมถึงกลุ่มเพื่อนร่วมห้อง คุกคาม ข่มขู่ และทรมานจิตใจอย่างหนักมานานหลายสัปดาห์”
เนื่องจากทนแรงกดดันไม่ไหว ดวานิตจึงตัดสินใจย้ายข้าวของบางส่วนเพื่อจะเปลี่ยนที่พักใหม่ แต่กลับถูกกลุ่มเจ้าของห้องเช่าข่มขู่ว่าจะไม่รับรองความปลอดภัยหากเขาย้ายออก ซ้ำร้ายเมื่อเขาเดินทางกลับไปเก็บของที่เหลือ เขาได้ถูกกลุ่มคนดังกล่าวจับขังไว้ในห้องและกรรโชกทรัพย์เพื่อแลกกับการปล่อยตัว ซึ่งทางครอบครัวก็ยอมโอนเงินไปให้ทันทีเพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของลูกชาย
ทางครอบครัวเล่าว่า “พอดวานิตตัดสินใจที่จะย้ายออก อนิลกลับปฏิเสธที่จะคืนเงินมัดจำ อีกทั้งยังร่วมมือกับพวกพ้องในการข่มขู่กรรโชกเงิน กักขังเขาไว้ในห้อง และยึดโทรศัพท์มือถือของเขาเอาไว้อีกด้วย”
มีรายงานว่าหลังจากดวานิตได้รับการปล่อยตัวออกมา พ่อของเขาได้ส่งตั๋วเครื่องบินเดินทางกลับประเทศอินเดียไปให้เขา นอกจากนี้ พ่อของเขายังเล่าว่า หลังจากดวานิตได้รับหนังสือเดินทาง และกำลังอยู่ระหว่างเดินทางไปยังสนามบิน ทว่าสายโทรศัพท์กลับถูกตัดสายไปกะทันหันในระหว่างที่กำลังคุยกันอยู่





