รอดปาฏิหาริย์! ทีมกู้ภัยช่วยเด็ก 3 ขวบจากซากแผ่นดินไหวเวเนฯ หลังติดอยู่นาน 6 วัน

1 ก.ค. 2569 - 12:49

  • ทีมกู้ภัยชาวจอร์แดนเปิดเผยว่า เด็กชายวัย 3 ขวบคนหนึ่งได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาได้อย่างปลอดภัยจากใต้ซากปรักหักพัง หลังติดอยู่ภายในนั้นนานถึง 6 วัน นับตั้งแต่เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

  • “ขณะนี้เด็กชายกำลังอยู่ระหว่างการรักษาตัวในกรุงการากัส เมืองหลวง...การช่วยเหลือเด็กชายคนดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า เรายังคงมีความหวังที่จะพบผู้รอดชีวิตต่อไป” ประธานสภาแห่งชาติเวเนซุเอลา กล่าว

  • ทีมกู้ภัยทั้งในประเทศและต่างประเทศยังคงเดินหน้าค้นหาผู้รอดชีวิตตามซากปรักหักพังต่อไป

รอดปาฏิหาริย์! ทีมกู้ภัยช่วยเด็ก 3 ขวบจากซากแผ่นดินไหวเวเนฯ หลังติดอยู่นาน 6 วัน

ทีมกู้ภัยชาวจอร์แดนเปิดเผยว่า เด็กชายวัย 3 ขวบคนหนึ่งได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาได้อย่างปลอดภัยจากใต้ซากปรักหักพัง หลังจากติดอยู่ภายในนั้นนานถึง 6 วัน นับตั้งแต่เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งหายนะในประเทศเวเนซุเอลา 

ภาพจากคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นวินาทีที่ทีมกู้ภัยต่างส่งเสียงเชียร์ด้วยความดีใจ ขณะที่เด็กชายคนดังกล่าว ซึ่ง เดลซี โรดริเกซ ประธานาธิบดีรักษาการเวเนซุเอลาเรียกชื่อว่า ‘คลีเบอร์ โมราน’ ถูกดึงตัวออกมาจากใต้ซากตึกในรัฐลากวยรา  

หน่วยงานป้องกันพลเรือนของจอร์แดนระบุว่า “เด็กชายคลีเบอร์ได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว ก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งสัญญาณชีพของเขายังอยู่ในเกณฑ์ดี” 

ขณะที่ ฮอร์เก โรดริเกซ ประธานสภาแห่งชาติเวเนซุเอลากล่าวว่า “ขณะนี้เด็กชายกำลังอยู่ระหว่างการรักษาตัวในกรุงการากัส เมืองหลวง...การช่วยเหลือเด็กชายคลีเบอร์แสดงให้เห็นว่า เรายังคงมีความหวังที่จะพบผู้รอดชีวิตต่อไป และทีมกู้ภัยทั้งในประเทศและต่างประเทศยังคงเดินหน้าค้นหาตามซากปรักหักพังต่อไป” 

การช่วยเหลือในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากผ่านพ้นช่วง 3 วันแรกหลังแผ่นดินไหวมานานมากแล้ว ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า “ผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังจะมีโอกาสรอดชีวิตและถูกค้นพบมากที่สุด”  

รัฐลากวยราคือหนึ่งในพื้นที่ที่เสียหายหนักที่สุด จนชาวบ้านในพื้นที่หลายคนต้องออกมาร่วมแรงร่วมใจลงมือค้นหาและช่วยชีวิตผู้รอดชีวิตกันเอง 

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมีความรุนแรงขนาด 7.2 และ 7.5 ได้พุ่งสูงขึ้นเป็น 1,943 รายแล้ว โดยมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 10,000 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกหลายหมื่นคนที่ยังไม่ทราบชะตากรรม 

จากการประเมินขั้นต้นด้วยข้อมูลดาวเทียมของนาซาคาดว่า “แรงสั่นสะเทือนมหาศาลน่าจะทำให้อาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหายหรือถูกทำลายไปถึง 58,870 หลัง” 

ขณะที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เปิดเผยเมื่อวันอังคาร (30 มิ.ย.) ที่ผ่านมาว่า “ปัญหาการขาดแคลนอาหารได้แพร่กระจายเป็นวงกว้าง ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานพังทลาย และระบบการสื่อสารส่วนใหญ่ในรัฐลากวยราถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง...ความตึงเครียดภายในชุมชนกำลังเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากช่องทางการเข้าถึงความช่วยเหลือยังคงถูกจำกัด”  

“ทางหน่วยงานต้องการงบประมาณก้อนแรกจำนวน 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 499 ล้านบาท) เพื่อขยายความช่วยเหลือด้านการคุ้มครอง สิ่งของบรรเทาทุกข์ที่จำเป็น และที่พักพิงชั่วคราวให้แก่ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว 30,000 คน ตลอดระยะเวลา 6 เดือน” UNHCR ระบุ 

ในขณะเดียวกัน องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า “ระบบบริการสาธารณสุขกำลังเผชิญกับ ‘ความกดดันอย่างหนักหน่วง’ ขณะนี้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะเกิดการแพร่ระบาดของโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน เช่น โรคหัดและโรคตีบ เนื่องจากอัตราการฉีดวัคซีนที่อยู่ในระดับต่ำ” 

(Photo by MIGUEL MEDINA / POOL / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์