ความงามที่เราเลือกมันก็ดีอยู่แหละ แต่จะดีกว่ามั้ยถ้ามี AI มาช่วยเลือก?
เมื่อแอปฯ หาคู่ยอดนิยมอย่าง ‘ทินเดอร์’ (Tinder) เริ่มการทดสอบเอาปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาเป็นหนึ่งในเครื่องมือเลือกรูปภาพที่ดีที่สุดของผู้ใช้งาน สำหรับการตั้งเป็นรูปโปรไฟล์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการปัดขวา (รูปแบบแอปฯ - ปัดซ้ายเพื่อปฏิเสธ ปัดขวาเพื่อแมทช์) โดย AI จะเลือกรูปภาพของผู้ใช้จำนวน 5 รูป ที่สื่อถึงตัวตนของผู้ใช้ได้ดีที่สุด
เบอร์นาร์ด คิม ผู้บริหารระดับสูงของ Match Group เจ้าของทินเดอร์กล่าวว่า AI สามารถตอบข้อกังวลของผู้คนว่ารูปภาพใดแสดงถึงพวกเขาได้ดีที่สุด และขจัดความเครียดจากการเลือก โดยเขาคิดว่า AI สามารถช่วยผู้ใช้สร้างโปรไฟล์ที่ดีขึ้นด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นซึ่งแสดงบุคลิกของพวกเขาได้อย่างแท้จริง โดย Match Group จะเปิดตัวโครงการริเริ่มจำนวนมากที่ใช้ AI เพื่อขจัดความอึดอัดและทำให้การออกเดทมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ทินเดอร์ยังได้ทดสอบคุณสมบัติ AI อื่นๆ ที่จะช่วยให้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมีบทบาทมากขึ้นในเรื่องของ ‘หัวใจ’ บริษัทบอกว่า แอปฯ วางแผนที่จะใช้ AI เพื่อแสดงเนื้อหาที่ถูกต้องให้กับคนที่เหมาะสมเพื่อช่วยปรับปรุงความเกี่ยวข้องและท้ายที่สุดคือผลลัพธ์ของผู้ใช้ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือลดจำนวนการปัดซ้ายนั่นเอง
ตามข้อมูลของบริษัท ปัจจุบันทินเดอร์มีผู้ใช้งานมากกว่า 75 ล้านคน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Tinder ยังได้บอกใบ้เมื่อเดือนที่แล้วว่า แอปฯ อาจใช้ generative AI ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สร้างข้อความและภาพที่น่าเชื่อถือตามคำสั่ง เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เขียนประวัติของตน ขณะที่มันยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและมีเฉพาะในตลาดทดสอบเท่านั้น แต่จะมีการใช้ระบบ AI ที่แนะนำข้อความส่วนตัวที่ปรับให้เหมาะกับส่วน ‘ความสนใจ’ และ ‘เป้าหมายความสัมพันธ์’ ในโปรไฟล์ของผู้ใช้
นอกจากนี้ การศึกษาล่าสุดของทินเดอร์แสดงให้เห็นว่า 1 ใน 3 ของผู้ใช้งานจะใช้ AI ช่วยสร้างโปรไฟล์ อย่างไรก็ตามความเคลื่อนไหวนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางแอปฯ หาคู่น้องใหม่ที่ถือกำเนิดขึ้นมากมายในตลาดแอปฯ
คริสตัล แคนเดล หัวหน้าฝ่ายสื่อสารของแอปฯ หาคู่ อินเนอร์ เซอร์เคิล (Inner Circle) กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของ AI ในแอปฯ หาคู่เป็นผลมาจากความเหนื่อยล้าที่จะออกเดท หรือผู้คนที่เริ่มเบื่อที่จะเล่นแอปฯ เนื่องจากไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ เธอบอกว่า เป็นการยากที่จะเขียนประวัติที่สมบูรณ์แบบ และไม่ดูปลอม ซึ่ง AI ได้มอบโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพกับเวลาที่ใช้ในแอปฯ หาคู่
เธอกล่าวเสริมว่า อย่างอย่างนั้น AI ก็นำปัญหามาสู่ตัวมันเอง เราไม่สามารถละเลยได้ว่าความปลอดภัยจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ ทั้งเหล่านักต้มตุ๋น สแปม และพวกโปรไฟล์ปลอม ในวงการอุตสาหกรรมกำลังกังวลว่า AI จะถูกนำมาใช้เพื่อหลอกลวงผู้คนหรือไม่
ขณะที่ แอปฯ หาคู่ ‘บัมเบิล’ (Bumble) เปิดตัว AI เมื่อปีที่แล้วเพื่อตรวจจับภาพเปลือยที่ไม่พึงประสงค์ ไวท์นีย์ โวล์ฟ ฮาร์ด ผู้บริหารระดับสูงของแอปฯ ยังกล่าวด้วยว่า AI อาจถูกนำมาใช้เพื่อทำให้กระบวนการสร้างโปรไฟล์หาคู่ออนไลน์ง่ายขึ้น
จากการศึกษาล่าสุดโดยบริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ แคสเปอร์สกาย (Kaspersky) และอินเนอร์ เซอร์เคิล ได้ทำการสำรวจชายหญิงโสดในสหราชอาณาจักรเพื่อดูว่าแชทบอท ChatGPT ส่งผลกระทบต่อโลกแห่งการออกเดทอย่างไร
ผลการศึกษาพบว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของชายโสดจะใช้แชทบอทเพื่อช่วยพูดคุยกับคู่เดทที่เป็นไปได้ และมากกว่า 52% จะใช้แชทบอทเพื่อเพิ่มจำนวนคนที่คุยด้วยพร้อมกันบนแอปฯ หาคู่ ผู้ใหญ่โสดส่วนใหญ่จะใช้ ChatGPT เพื่อช่วยในการสนทนาทางออนไลน์ แต่มีเพียง 37% ที่กล่าวว่า พวกเขายินดีจะใช้ ChatGPT เพื่อยกระดับโปรไฟล์ของตน
เมื่อแอปฯ หาคู่ยอดนิยมอย่าง ‘ทินเดอร์’ (Tinder) เริ่มการทดสอบเอาปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาเป็นหนึ่งในเครื่องมือเลือกรูปภาพที่ดีที่สุดของผู้ใช้งาน สำหรับการตั้งเป็นรูปโปรไฟล์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการปัดขวา (รูปแบบแอปฯ - ปัดซ้ายเพื่อปฏิเสธ ปัดขวาเพื่อแมทช์) โดย AI จะเลือกรูปภาพของผู้ใช้จำนวน 5 รูป ที่สื่อถึงตัวตนของผู้ใช้ได้ดีที่สุด
เบอร์นาร์ด คิม ผู้บริหารระดับสูงของ Match Group เจ้าของทินเดอร์กล่าวว่า AI สามารถตอบข้อกังวลของผู้คนว่ารูปภาพใดแสดงถึงพวกเขาได้ดีที่สุด และขจัดความเครียดจากการเลือก โดยเขาคิดว่า AI สามารถช่วยผู้ใช้สร้างโปรไฟล์ที่ดีขึ้นด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นซึ่งแสดงบุคลิกของพวกเขาได้อย่างแท้จริง โดย Match Group จะเปิดตัวโครงการริเริ่มจำนวนมากที่ใช้ AI เพื่อขจัดความอึดอัดและทำให้การออกเดทมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ทินเดอร์ยังได้ทดสอบคุณสมบัติ AI อื่นๆ ที่จะช่วยให้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมีบทบาทมากขึ้นในเรื่องของ ‘หัวใจ’ บริษัทบอกว่า แอปฯ วางแผนที่จะใช้ AI เพื่อแสดงเนื้อหาที่ถูกต้องให้กับคนที่เหมาะสมเพื่อช่วยปรับปรุงความเกี่ยวข้องและท้ายที่สุดคือผลลัพธ์ของผู้ใช้ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือลดจำนวนการปัดซ้ายนั่นเอง
ตามข้อมูลของบริษัท ปัจจุบันทินเดอร์มีผู้ใช้งานมากกว่า 75 ล้านคน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Tinder ยังได้บอกใบ้เมื่อเดือนที่แล้วว่า แอปฯ อาจใช้ generative AI ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สร้างข้อความและภาพที่น่าเชื่อถือตามคำสั่ง เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เขียนประวัติของตน ขณะที่มันยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและมีเฉพาะในตลาดทดสอบเท่านั้น แต่จะมีการใช้ระบบ AI ที่แนะนำข้อความส่วนตัวที่ปรับให้เหมาะกับส่วน ‘ความสนใจ’ และ ‘เป้าหมายความสัมพันธ์’ ในโปรไฟล์ของผู้ใช้
นอกจากนี้ การศึกษาล่าสุดของทินเดอร์แสดงให้เห็นว่า 1 ใน 3 ของผู้ใช้งานจะใช้ AI ช่วยสร้างโปรไฟล์ อย่างไรก็ตามความเคลื่อนไหวนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางแอปฯ หาคู่น้องใหม่ที่ถือกำเนิดขึ้นมากมายในตลาดแอปฯ
คริสตัล แคนเดล หัวหน้าฝ่ายสื่อสารของแอปฯ หาคู่ อินเนอร์ เซอร์เคิล (Inner Circle) กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของ AI ในแอปฯ หาคู่เป็นผลมาจากความเหนื่อยล้าที่จะออกเดท หรือผู้คนที่เริ่มเบื่อที่จะเล่นแอปฯ เนื่องจากไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ เธอบอกว่า เป็นการยากที่จะเขียนประวัติที่สมบูรณ์แบบ และไม่ดูปลอม ซึ่ง AI ได้มอบโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพกับเวลาที่ใช้ในแอปฯ หาคู่
เธอกล่าวเสริมว่า อย่างอย่างนั้น AI ก็นำปัญหามาสู่ตัวมันเอง เราไม่สามารถละเลยได้ว่าความปลอดภัยจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ ทั้งเหล่านักต้มตุ๋น สแปม และพวกโปรไฟล์ปลอม ในวงการอุตสาหกรรมกำลังกังวลว่า AI จะถูกนำมาใช้เพื่อหลอกลวงผู้คนหรือไม่
ขณะที่ แอปฯ หาคู่ ‘บัมเบิล’ (Bumble) เปิดตัว AI เมื่อปีที่แล้วเพื่อตรวจจับภาพเปลือยที่ไม่พึงประสงค์ ไวท์นีย์ โวล์ฟ ฮาร์ด ผู้บริหารระดับสูงของแอปฯ ยังกล่าวด้วยว่า AI อาจถูกนำมาใช้เพื่อทำให้กระบวนการสร้างโปรไฟล์หาคู่ออนไลน์ง่ายขึ้น
จากการศึกษาล่าสุดโดยบริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ แคสเปอร์สกาย (Kaspersky) และอินเนอร์ เซอร์เคิล ได้ทำการสำรวจชายหญิงโสดในสหราชอาณาจักรเพื่อดูว่าแชทบอท ChatGPT ส่งผลกระทบต่อโลกแห่งการออกเดทอย่างไร
ผลการศึกษาพบว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของชายโสดจะใช้แชทบอทเพื่อช่วยพูดคุยกับคู่เดทที่เป็นไปได้ และมากกว่า 52% จะใช้แชทบอทเพื่อเพิ่มจำนวนคนที่คุยด้วยพร้อมกันบนแอปฯ หาคู่ ผู้ใหญ่โสดส่วนใหญ่จะใช้ ChatGPT เพื่อช่วยในการสนทนาทางออนไลน์ แต่มีเพียง 37% ที่กล่าวว่า พวกเขายินดีจะใช้ ChatGPT เพื่อยกระดับโปรไฟล์ของตน



