กัมพูชาโอดการท่องเที่ยวเสียมเรียบกระทบหนักจากเหตุปะทะชายแดน คนเที่ยวนครวัดลดลง 10%

15 ธ.ค. 2568 - 16:36

  •   การปะทะกันตามแนวชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชาส่งผลให้การท่องเที่ยวในเสียมเรียบลดลงอย่างมาก

  • มีการยกเลิกทัวร์เพิ่มขึ้น และนครวัดมีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง 10% ชาวบ้านเองก็ไม่มาเที่ยวด้วยความกังวลเรื่องความปลอดภัย

กัมพูชาโอดการท่องเที่ยวเสียมเรียบกระทบหนักจากเหตุปะทะชายแดน คนเที่ยวนครวัดลดลง 10%

โดยปกติแล้ว แผงขายของในตลาดเก่าเสียมเรียบ ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว จะคึกคักในช่วงเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยวสูงสุดของกัมพูชา แต่ไม่ใช่ปีนี้

การปะทะกันบริเวณชายแดนไทยและกัมพูชาครั้งล่าสุด ทำให้บรรดานักท่องเที่ยวหวาดกลัว ส่งผลให้ทั้งเจ้าของร้านและบริษัททัวร์ต่างรายงานว่าธุรกิจตกต่ำลงอย่างมาก

เพ็ง ทิตตระลักษมี อายุ 44 ปี เจ้าของร้านขายเสื้อผ้าและของที่ระลึกในตลาดเผยกับสำนักข่าว The Straits Times ว่า ธุรกิจของเธอ “แย่มาก ก่อนเกิดเหตุระเบิด (บริเวณชายแดน) มีลูกค้าเยอะมาก เหมือนเดือนที่แล้ว ตอนนี้เหลือน้อยมาก” เธอพบว่ายอดขายลดลงถึง 40% นับตั้งแต่ทั้งสองประเทศกลับมาปะทะกันบริเวณชายแดนอีกครั้งเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม หลังจากเกิดการปะทะกันเป็นเวลา 5 วันเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม

วันจันทร์ นารี เจ้าของร้านจิวเวลรีวัย 41 ปีในตลาดเดียวกันเล่าว่า เมื่อก่อนช่วงเดือนธันวาคม เธอสามารถทำเงินได้วันละ 100 ดอลลาร์สหรัฐได้อย่างสบายๆ แต่ตอนนี้ถ้าได้วันละ 10 ดอลลาร์สหรัฐก็ถือว่าโชคดีแล้ว “ก่อนการสู้รบที่ชายแดน ธุรกิจก็เป็นปกติ เพราะเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยว แต่ตอนนี้ ในช่วงสงคราม ธุรกิจเงียบเหงามาก”

วงศ์ โสโมณี สามีของวันจันทร์เผยว่า “ถ้าสงครามยืดเยื้อไปอีกนาน มันจะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อธุรกิจการท่องเที่ยว”

แม้ว่าเมืองเสียมเรียบจะอยู่ห่างจากจุดปะทะชายแดนที่ใกล้ที่สุดประมาณสองชั่วโมงครึ่ง แต่ชาวต่างชาติบางส่วนก็เลือกที่จะระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินทาง

บริษัทท่องเที่ยว VLK Royal Tourism ซึ่งตั้งอยู่ในเสียมเรียบระบุว่า กลุ่มทัวร์ 4 ใน 10 กลุ่มที่วางแผนจะมาเยือนในเดือนธันวาคมได้ถูกยกเลิกแล้ว

ฟี โสเพียก ตัวแทนท่องเที่ยวจาก VLK Royal Tourism เล่าว่า แทนที่จะเดินทางไปกัมพูชาและไทยตามแผนทัวร์ประเทศแถบนี้สองสัปดาห์ที่รวมถึงเวียดนามและลาวด้วย นักท่องเที่ยวกลับเลือกที่จะไปเที่ยวแค่ฮานอยแทน

ฟีเผยอีกว่า หากการสู้รบยังคงดำเนินต่อไป นักท่องเที่ยวจะกลัวที่จะมาเยือนกัมพูชา และจะมีการยกเลิกมากขึ้น “ไม่มีนักท่องเที่ยว ก็ไม่มีรายได้”

เจ้าหน้าที่ฝ่ายจำหน่ายตั๋วรายหนึ่งเปิดเผยกับ The Straits Times ว่า นครวัด สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในเสียมเรียบ มีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง 10% นับตั้งแต่เกิดการปะทะกันบริเวณชายแดน

ชาน สิทธ ไกด์นำเที่ยวประจำนครวัดกล่าวว่า ปกติเขาจะได้รายได้ประมาณ 30 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน แต่ตอนนี้แทบจะไม่มีรายได้แม้แต่ดอลลาร์เดียว และว่า ปกติในช่วงสุดสัปดาห์จะมีกลุ่มนักท่องเที่ยวขนาดใหญ่จากไทย ลาว และเวียดนามข้ามชายแดนมา แต่ตอนนี้เงียบมาก

และไม่ใช่แค่ชาวต่างชาติเท่านั้น ชาวบ้านเองก็ไม่เข้ามาในเมืองเสียมเรียบเช่นกัน บางคนกลัวการปะทะกันบริเวณชายแดน ขณะที่บางคนกำลังระดมกำลังบริจาคสิ่งของให้แก่ผู้ลี้ภัยและทหารที่ชายแดน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มาซื้อของ

อย่างไรก็ดี นักท่องเที่ยวบางส่วนยังคงยืนยันแผนการที่จะไปเยือนกัมพูชาแม้จะมีข้อขัดแย้งบริเวณชายแดน

แรนดี ซันเดลล์ อดีตครูจากชิคาโกวัย 56 ปี เดินทางมาถึงเสียมเรียบหลังจากท่องเที่ยวในประเทศไทยเล่าว่า “เราวางแผนการเดินทางครั้งนี้ไว้ตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วง และเรารู้ถึงสถานการณ์ แต่ผมไม่กังวล เราอยู่ห่างจากพื้นที่สู้รบมาก ผมจึงไม่รู้สึกว่าเราจะมีปัญหาอะไร”

ส่วนแดนนี พาร์ค เพื่อนร่วมเดินทางวัย 32 ของซันเดลล์และเจ้าของธุรกิจด้านการศึกษาเล่าว่า การสู้รบดูเหมือนจะเกิดขึ้นเฉพาะตามแนวชายแดนเท่านั้น “เราได้พูดคุยกับคนบางคนที่นี่ เพื่อนบางคนที่นี่ และพวกเขาบอกว่าส่วนใหญ่ทุกอย่างเรียบร้อยดี”


ก่อนเกิดความขัดแย้งล่าสุด กัมพูชาต้องเผชิญกับข่าวเสียๆ หายๆ จากแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศอยู่แล้ว เมื่อต้นสัปดาห์นี้ สื่อของรัฐกัมพูชารายงานว่า ทางการได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของเกาหลีใต้จับกุมผู้ต้องสงสัยประมาณ 50 คน และทลายแก๊งหลอกลวงออนไลน์ในเมืองสีหนุวิลล์ จังหวัดพระสีหนุ ทางตะวันตกเฉียงใต้

พัค ชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลีเผยว่า “เพื่อนชาวเกาหลีหลายคนบอกผมว่าควรระวังตัวเวลาไปกัมพูชาตอนนี้ เพราะมีคนถูกลักพาตัวและถูกบังคับให้ทำงานในศูนย์สแกมเมอร์”

กัมพูชาประสบปัญหาจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนการปะทะกันครั้งล่าสุด

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนกัมพูชา 4.75 ล้านคน ลดลง 11.6% จากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2024 เจ้าหน้าที่ระบุว่า สาเหตุเกิดจากการลดลงของนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านอันเนื่องมาจากปฏิบัติการทางทหารของไทย

Photo by SUY SE / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์