ทรัมป์-เนทันยาฮู ตกลง ‘แผนสันติภาพฉบับใหม่’ ในกาซา ขู่กำจัดฮามาสให้สิ้นซากหากไม่ทำตามแผน

30 ก.ย. 2568 - 12:23

  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู เผยว่า พวกเขาได้ตกลงแผนสันติภาพฉบับใหม่สำหรับฉนวนกาซา และเตือนให้ฮามาสยอมรับแผนนี้ด้วย

  • แผนดังกล่าวเสนอให้ยุติปฏิบัติการทางทหารในทันที โดยฮามาสจะต้องปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลที่ยังมีชีวิตอยู่ 20 คน และศพของตัวประกันที่เชื่อว่าเสียชีวิตภายใน 72 ชั่วโมง เพื่อแลกกับชาวกาซาที่ถูกควบคุมตัวหลายร้อยคน

  • หากข้อเสนอนี้ได้รับการปฏิบัติตาม จะเริ่มต้นด้วยการยุติปฏิบัติการทางทหารทันที นอกจากนี้ ‘เขตแนวรบ’ ที่มีอยู่จะถูกตรึงไว้จนกว่าจะบรรลุเงื่อนไขสำหรับการถอนกำลังแบบเป็นขั้นตอน

ทรัมป์-เนทันยาฮู ตกลง ‘แผนสันติภาพฉบับใหม่’ ในกาซา ขู่กำจัดฮามาสให้สิ้นซากหากไม่ทำตามแผน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และนายกฯ เบนจามินน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เผยว่า พวกเขาได้ตกลง ‘แผนสันติภาพฉบับใหม่’ สำหรับฉนวนกาซา และเตือนให้ฮามาสยอมรับแผนนี้ด้วย 

แผนดังกล่าวเสนอให้ยุติปฏิบัติการทางทหารในทันที โดยฮามาสจะต้องปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลที่ยังมีชีวิตอยู่ 20 คน และศพของตัวประกันที่เชื่อว่าเสียชีวิตภายใน 72 ชั่วโมง เพื่อแลกกับชาวกาซาที่ถูกควบคุมตัวหลายร้อยคน 

แหล่งข่าวชาวปาเลสไตน์ที่ทราบเกี่ยวกับการเจรจาหยุดยิงบอกกับสำนักข่าว BBC ว่า เจ้าหน้าที่ฮามาสได้รับข้อเสนอ 20 ประการจากทำเนียบขาวแล้ว โดยฮามาสจะไม่มีบทบาทในการปกครองฉนวนกาซา และเปิดโอกาสให้เกิดรัฐปาเลสไตน์ในที่สุด 

“แผนนี้เป็น ‘วันแห่งประวัติศาสตร์ของสันติภาพ’...และเนทันยาฮูจะได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ในการทำลายภัยคุกคามจากฮามาส หากฮามาสไม่เห็นด้วยกับแผนดังกล่าว”

ทรัมป์ แถลงข่าวหลังการเจรจาที่ทำเนียบขาว 

ส่วนเนทันยาฮูกล่าวว่า“อิสราเอล ‘จะจัดการให้สิ้นซาก’ หากฮามาสปฏิเสธแผนดังกล่าว หรือไม่ดำเนินการตามแผน” 

ขณะที่ทางการปาเลสไตน์ ซึ่งปกครองเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกอิสราเอลยึดครอง ได้กล่าวถึงความพยายามของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่า “จริงใจและแน่วแน่” 

ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยสำนักข่าว WAFA ของทางการปาเลสไตน์ระบุว่า “ขอยืนยันความร่วมมือร่วมกันในการทำงานกับสหรัฐฯ ประเทศในภูมิภาค และพันธมิตร ‘เพื่อยุติสงครามในกาซา’ และเพื่อให้แน่ใจว่ามีการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปยังกาซาอย่างเพียงพอ และเพื่อให้มีการปล่อยตัวตัวประกันและนักโทษ” 

หากข้อเสนอนี้ได้รับการปฏิบัติตาม จะเริ่มต้นด้วยการยุติปฏิบัติการทางทหารทันที นอกจากนี้ ‘เขตแนวรบ’ ที่มีอยู่จะถูกตรึงไว้จนกว่าจะบรรลุเงื่อนไขสำหรับการถอนกำลังแบบเป็นขั้นตอน 

ภายใต้แผนของทรัมป์ ฮามาสจะต้องปลดอาวุธ ส่วนอุโมงค์และโรงงานผลิตอาวุธจะถูกทำลาย ขณะที่อิสราเอลจะส่งศพชาวกาซาที่เสียชีวิต 15 ราย แลกกับการที่ฮามาสปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลทุกคน ทั้งนี้แผนดังกล่าวยังกำหนดอีกว่า เมื่อทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกับข้อเสนอนี้ ‘ความช่วยเหลือทั้งหมดจะถูกส่งไปยังฉนวนกาซาทันที’ 

สหรัฐฯ ระบุว่า “คณะกรรมการปาเลสไตน์ที่ไม่ได้ข้องเกี่ยวการเมือง ‘จะบริหารประเทศเป็นการชั่วคราว’ ภายใต้การกำกับดูแลและการควบคุมของคณะกรรมการสันติภาพระหว่างประเทศชุดใหม่ ซึ่งจะมีทรัมป์เป็นประธาน” 

อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เซอร์ โทนี แบลร์ จะเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการบริหารร่วมกับผู้นำคนอื่นๆ โดยจะประกาศให้ทราบในภายหลัง ซึ่ง เซอร์ โทนี เรียกแผนนี้ว่า “เป็นแผนที่กล้าหาญและชาญฉลาด” 

นอกจากนี้ แผนดังกล่าวยังระบุเพิ่มเติมว่า “ฮามาสต้องไม่มีบทบาทในการปกครองทั้งทางตรง ทางอ้อม หรือในรูปแบบใดก็ตาม และแผนนี้จะมุ่งเน้นไปที่ ‘แผนพัฒนาเศรษฐกิจ’ เพื่อฟื้นฟูฉนวนกาซา อีกทั้งอิสราเอลจะไม่ยึดครอง หรือผนวกฉนวนกาซา รวมถึงกองกำลังของอิสราเอลก็จะถอนกำลังออกจากดินแดนนี้เป็นระยะๆ” 

แผนฉบับใหม่นี้ต่างจากคำแถลงก่อนหน้านี้ของทรัมป์ที่บอกว่า ชาวปาเลสไตน์จะไม่ถูกบังคับให้ออกจากฉนวนกาซา แต่เอกสารระบุว่า “เราจะสนับสนุนให้ประชาชนอยู่ต่อและมอบโอกาสให้พวกเขาสร้างฉนวนกาซาที่ดีขึ้น” ซึ่งแผนดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้เกิด ‘รัฐปาเลสไตน์’ ในที่สุด 

แหล่งข่าวชาวปาเลสไตน์ที่ทราบเกี่ยวกับการเจรจาหยุดยิงกล่าวกับ BBC ว่า “เจ้าหน้าที่กาตาร์และอียิปต์ได้ส่งมอบแผนการของทำเนียบขาวเพื่อยุติสงครามในฉนวนกาซาให้กับเจ้าหน้าที่ฮามาสในโดฮาแล้ว” 

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของฮามาสเผยกับ BBC ว่า “ทางกลุ่มยังคงเปิดรับข้อเสนอใดๆ ที่อาจยุติสงครามในฉนวนกาซา” แต่ย้ำว่า “ข้อตกลงใดๆ จะต้องปกป้องผลประโยชน์ของปาเลสไตน์ รับรองการถอนกำลังของอิสราเอลออกจากฉนวนกาซาอย่างสมบูรณ์ และนำไปสู่การสิ้นสุดสงคราม” 

เมื่อถูกถามถึงอาวุธของกลุ่มฮามาส เจ้าหน้าที่ฮามาสตอบว่า “อาวุธของกลุ่มจะยังคงมีอยู่ ตราบใดที่การยึดครองยังคงดำเนินต่อไป ปัญหาเรื่องอาวุธสามารถหารือได้เฉพาะภายในกรอบแนวทางแก้ปัญหาทางการเมืองที่รับประกันการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์อิสระบนพรมแดนปี 1967” 

การประกาศแผนดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากเนทันยาฮูประณามชาติตะวันตกที่ ‘รับรองรัฐปาเลสไตน์’ ในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) แม้ว่าทรัมป์จะสนับสนุนเนทันยาฮูอย่างแข็งขันนับตั้งแต่ทรัมป์กลับเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานาธิบสมัยที่ 2 แต่เขากลับรู้สึกหงุดหงิดกับการเคลื่อนไหวของอิสราเอลมากขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา 

(Photo by ANDREW CABALLERO-REYNOLDS / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์