ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศต่อกองเรือรบใหม่โดยใช้ชื่อว่า “ทรัมป์คลาส” ซึ่งปกติแล้วเป็นเกียรติที่สงวนไว้สำหรับผู้นำที่พ้นจากตำแหน่งแล้ว
ทรัมป์เผยว่า ในขั้นต้นจะมีการสร้างเรือรบในชั้นทรัมป์คลาสจำนวน 2 ลำ แต่ตัวเลขอาจเพิ่มขึ้นอีกมาก และว่า เรือเหล่านี้จะเป็น “เรือรบผิวน้ำที่อันตรายที่สุด” และ “เรือรบที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศของเรา” และจะเร็วกว่า ทรงพลังกว่าเรือที่มีอยู่ 100 เท่า
ทรัมป์ประกาศเรื่องนี้ที่บ้านพักของตัวเองที่มาร์-อา-ลาโก ในรัฐฟลอริดา โดยมี ปีเตอร์ เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และจอห์น ฟีแลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกองทัพเรือ ร่วมอยู่ด้วย พร้อมกับภาพของเรือรบไฮเทคที่วางแผนไว้ตั้งแสดงอยู่ใกล้ๆ
เมื่อถูกถามว่า เรือรบที่วางแผนไว้เหล่านี้เป็นการตอบโต้ปักกิ่งคู่แข่งของวอชิงตันหรือไม่ ทรัมป์ปฏิเสธที่จะระบุเจาะจง โดยกล่าวว่า “มันเป็นการตอบโต้ทุกคน ไม่ใช่แค่จีน เราเข้ากันได้ดีกับจีน”
ทรัมป์เผยว่า เรือเหล่านี้จะมีน้ำหนักระหว่าง 30,000-40,000 ตัน และจะติดตั้งขีปนาวุธและปืน รวมถึงอาวุธที่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา เช่น เลเซอร์และขีปนาวุธความเร็วสูง โดยจะสามารถบรรทุกอาวุธนิวเคลียร์ในรูปแบบของขีปนาวุธร่อนติดหัวรบนิวเคลียร์ที่ยิงจากทะเลได้
เรือรบชั้นทรัมป์คลาสจะมีขนาดใหญ่กว่าเรือพิฆาตและเรือลาดตระเวนของสหรัฐฯ ที่มีอยู่ในปัจจุบันอย่างมาก แต่ระวางน้ำหนักที่ประธานาธิบดีกล่าวถึงนั้นค่อนข้างเล็กกว่าเรือรบขนาดใหญ่ของอเมริกาชุดสุดท้าย คือเรือชั้นไอโอวา ซึ่งปลดประจำการไปในช่วงทศวรรษ 1990

- กองเรือที่ทรงพลังที่สุดในโลก -
ทรัมป์ ซึ่งเคยบ่นเรื่องรูปลักษณ์ของเรือรบสหรัฐฯ ในอดีต กล่าวว่า เขาจะมีส่วนร่วมในการออกแบบร่วมกับกองทัพเรือ “เพราะผมเป็นคนที่มีรสนิยมทางสุนทรียศาสตร์สูง”
การประกาศของทรัมป์เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่กองทัพเรือได้เผยแพร่แผนการสำหรับเรือชั้นใหม่ลำอื่นอีก ซึ่งเป็นเรือฟริเกตที่เรียกว่า FF(X) โดยระบุว่าเรือเหล่านี้จะ “เสริมเรือรบขนาดใหญ่ที่มีภารกิจหลากหลายของกองเรือ”
ฟีแลนเผยว่า FF(X) จะใช้แบบที่มีอยู่แล้วจากผู้ต่อเรือ HII ซึ่งกองทัพเรือรักษาชายฝั่งสหรัฐฯ ใช้งานอยู่แล้ว และมีเป้าหมายที่จะให้เรือฟริเกตลำแรกในชั้นใหม่นี้ลงน้ำได้ภายในปี 2028
แผนการสร้างเรือฟริเกตใหม่ได้รับการประกาศหลังจากที่ฟีแลนกล่าวเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนว่า เรือฟริเกตชั้นคอนสเตลเลชัน 4 ใน 6 ลำที่วางแผนไว้จะถูกยกเลิก ขณะที่อีก 2 ลำที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างนั้น “อยู่ระหว่างการพิจารณา”
วอชิงตันล้าหลังปักกิ่งอย่างมากในเรื่องจำนวนเรือในกองทัพเรือ และรายงานต่อสภาคองเกรสเมื่อต้นปีนี้ระบุว่า เจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐฯ และผู้สังเกตการณ์อื่นๆ กังวลเกี่ยวกับความเร็วในการต่อเรือของจีน
“เราจะฟื้นฟูอเมริกาให้เป็นมหาอำนาจด้านการต่อเรือ” ทรัมป์กล่าวเมื่อวันจันทร์ (22 ธ.ค.) พร้อมเสริมว่า “เราจะทำให้แน่ใจว่าสหรัฐอเมริกามีกองเรือที่ทรงพลังที่สุดในโลก และจะคงอยู่ต่อไปในอนาคต โดยมีเรือรบเป็นผู้นำ”
Photo by ANDREW CABALLERO-REYNOLDS / AFP





