ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บรรลุข้อตกลงทางการค้ากับญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์แล้วเมื่อวันอังคาร (22 ก.ค.) ที่ผ่านมา ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวมีดังนี้ :
-ญี่ปุ่น-
ภายใต้ข้อตกลงนี้ ญี่ปุ่นจะต้องจ่ายภาษี 15% สำหรับสินค้าที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ จากเดิมที่ทรัมป์เรียกเก็บ 25% และจะลงทุนในสหรัฐฯ มูลค่า 5.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 17 ล้านล้านบาท)
“เราเพิ่งบรรลุข้อตกลงครั้งใหญ่กับญี่ปุ่น ซึ่งอาจเป็นข้อตกลงที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา” ทรัมป์ โพสต์บน Truth Social
ทรัมป์กล่าวเสริมว่า “สหรัฐฯ จะได้รับผลกำไรถึง 90% จากการลงทุนมูลค่า 550,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐของญี่ปุ่นในสหรัฐฯ” แต่ทรัมป์ไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าเงินลงทุนเหล่านี้จะดำเนินการอย่างไร หรือวิธีการคำนวณผลกำไรจะเป็นแบบใด และยังไม่มีการเผยแพร่เอกสารเงื่อนไขอย่างเป็นทางการ
“ข้อตกลงนี้จะสร้างงานนับแสนตำแหน่ง และที่สำคัญที่สุดคือ ญี่ปุ่นจะเปิดประเทศให้ค้าขาย อาทิ รถยนต์ รถบรรทุก ข้าว สินค้าเกษตรบางประเภท และอื่นๆ โดยญี่ปุ่นจะจ่ายภาษีให้สหรัฐฯ 15%” ทรัมป์ โพสต์
ด้านนายกฯ ญี่ปุ่น ชิเงรุ อิชิบะ ตอบรับการประกาศข้อตกลงการค้าของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยกล่าวว่า “รัฐบาลจะต้องพิจารณารายละเอียดของข้อตกลงนี้อย่าง ‘รอบคอบ’ และพร้อมที่จะพบปะหารือกับทรัมป์ทั้งทางโทรศัพท์ หรือแบบตัวต่อตัวตามความจำเป็น” แต่อิชิบะก็ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดที่มากนัก
“เราเจรจากันมาตลอดจนถึงนาทีสุดท้าย และเราพยายามอย่างเต็มที่ที่จะเจรจากันเกี่ยวกับรถยนต์หรือสินค้าอื่นๆ รวมถึงผลประโยชน์ของชาติ เราเชื่อว่าสิ่งนี้จะช่วยสร้างงาน การผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ และบรรลุบทบาทต่างๆ ของโลกผ่านความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐฯ” อิชิบะกล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพุธ (23 ก.ค.)
-อินโดนีเซีย-
ขณะที่อินโดนีเซียได้ตกลงที่จะยกเลิกอัตราภาษีศุลกากรเกือบ 99% สำหรับสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ รวมทั้งยกเลิกอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษี (non-tariff barriers) ทั้งหมดที่ส่งผลกระทบต่อบริษัทอเมริกัน เพื่อแลกกับการลดอัตราภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าจากอินโดนีเซียที่ส่งออกไปสหรัฐฯ ลงจาก 32% เหลือ 19%
ทรัมป์ชื่นชมข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งเขาได้ประกาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ผ่านโพสต์บน Truth Social โดยเรียกข้อตกลงนี้ว่าเป็น “ชัยชนะครั้งใหญ่สำหรับผู้ผลิตรถยนต์ บริษัทเทคโนโลยี แรงงาน เกษตรกร ผู้เลี้ยงปศุสัตว์ และผู้ผลิตสินค้า”
“วันนี้ สหรัฐฯ และอินโดนีเซียได้ตกลงจัดทำกรอบการเจรจาเพื่อสานต่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจทวิภาคีที่จะเปิดโอกาสให้ผู้ส่งออกของทั้งสองประเทศเข้าถึงตลาดของกันและกันอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน” แถลงการณ์ระบุ
-ฟิลิปปินส์-
สำหรับฟิลิปปินส์นั้นตกลงที่จะจ่ายภาษีนำเข้าสินค้าที่ส่งออกไปสหรัฐฯ ที่ 19% จาก 20% ที่ทรัมป์เคยขู่ว่าจะเก็บก่อนหน้านี้ ขณะที่สินค้าจากสหรัฐฯ ที่ส่งออกไปฟิลิปปินส์จะได้รับการยกเว้นภาษีทั้งหมด (zero tariffs)
ทรัมป์ประกาศข้อตกลงนี้ผ่าน Truth Social ทันทีหลังการพบปะกับประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ที่ทำเนียบขาว
“เราได้ข้อสรุปสำหรับข้อตกลงการค้าของเราแล้ว โดยฟิลิปปินส์จะเปิดตลาดเสรีกับสหรัฐฯ” ทรัมป์โพสต์บน Truth Social นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวว่า สหรัฐฯ และฟิลิปปินส์จะร่วมมือกันทางทหาร แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม
“สหรัฐฯ เป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งที่สุด ใกล้ชิดที่สุด และน่าเชื่อถือที่สุดของประเทศเรา” ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ กล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศฟิลิปปินส์ ราเคล โซลาโน เผยว่า “เจ้าหน้าที่ฝ่ายการค้าของฟิลิปปินส์กำลังทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อหาข้อตกลงที่ ‘เป็นที่ยอมรับร่วมกันและให้ประโยชน์ร่วมกัน’”
(Photo by ANDREW CABALLERO-REYNOLDS / AFP)




